Hero Banner-Dr.Lock Clinic

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ ที่ Dr.Lock Clinic
ประเมินหน้าผาก ขมับ และโหนกแก้มไปพร้อมกัน
เพื่อให้ใบหน้าช่วงบนมีสัดส่วนอย่างเป็นธรรมชาติ

ขมับที่เว้าลงไปเป็นแอ่งมักไม่ใช่สิ่งแรกที่คนสังเกตเห็นครับ หลายคนมาปรึกษาเพราะรู้สึกว่าโหนกแก้มดูเด่นขึ้น หน้าช่วงบนดูแคบลง หรือหน้าดูเหนื่อยทั้งที่พักผ่อนพอ พอส่องกระจกดี ๆ จึงเห็นว่าขมับตอบทำให้แนวระหว่างหน้าผากกับโหนกแก้มขาดช่วงไป การฉีดฟิลเลอร์ขมับเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเติมส่วนนี้ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลจะออกมาดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการวางแผนตั้งแต่ต้น

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ ที่ Dr.Lock Clinic โคราช

ผมหมอล็อค (นพ.สรวิศ ปางเศรณี ว.52448) ดูแลเคสฟิลเลอร์ขมับที่ Dr.Lock Clinic เองทุกเคส ในหน้านี้ผมจะเล่าว่าฟิลเลอร์ขมับช่วยเรื่องไหนได้และเรื่องไหนช่วยไม่ได้ เคสแบบไหนเหมาะหรือควรใช้วิธีอื่น และทำไมผมต้องดูขมับไปพร้อมกับหน้าผากและโหนกแก้ม จากนั้นจะพูดถึงเนื้อฟิลเลอร์ที่คลินิกใช้ ความเสี่ยงและสัญญาณเตือนที่ควรรู้ ปริมาณ cc การดูแลหลังฉีด ไปจนถึงปัจจัยที่ทำให้ราคาของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพื่อให้คุณมีข้อมูลพอก่อนตัดสินใจเข้ามาประเมินครับ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ คืออะไร

ขมับในทางความงามคือแอ่งด้านข้างศีรษะ อยู่ระหว่างหางคิ้ว แนวไรผม และแนวกระดูกโหนกแก้ม ใต้ผิวบริเวณนี้มีชั้นไขมัน พังผืดหลายชั้น และกล้ามเนื้อขมับที่ใช้ตอนเคี้ยวอาหาร ซ้อนกันอยู่บนกระดูกส่วนที่ค่อนข้างบาง เมื่อไขมันหรือกล้ามเนื้อส่วนนี้ลดลง ผิวก็ยุบตามลงไปจนเห็นเป็นแอ่ง

การฉีดฟิลเลอร์ขมับคือการฉีดฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เข้าไปแทนปริมาตรที่หายไปในแอ่งนี้ ทำเป็นรายครั้งโดยไม่ต้องผ่าตัด และเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่หลังฉีด ผมจะประเมินความลึกของแอ่งและความหนาของผิวแต่ละคนก่อน แล้วค่อยวางแผนว่าจะวางฟิลเลอร์ที่ชั้นไหน

สิ่งที่อยากให้เข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้นคือ เป้าหมายของฟิลเลอร์ขมับไม่ใช่การทำให้ขมับนูนออกมาครับ ขมับที่รับกับใบหน้าจะเป็นแนวเรียบต่อจากโหนกคิ้วลงไปถึงโหนกแก้ม ไม่มีช่วงไหนเว้าหรือบวม ถ้าเติมจนเกินแนวนี้ หน้าช่วงบนจะดูกว้างและหนักแทน การวางแผนจึงเน้นเติมเท่าที่จำเป็นเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูสมดุล ส่วนฟิลเลอร์ตำแหน่งอื่นและยี่ห้อที่คลินิกมี ดูเพิ่มได้ที่ ฟิลเลอร์ของ Dr.Lock Clinic

ฟิลเลอร์ขมับ ช่วยเรื่องไหนได้บ้าง

เรื่องที่ฟิลเลอร์ขมับช่วยได้ตรงที่สุดคือแอ่งที่ขมับเองครับ พอแอ่งเว้าตื้นขึ้น เงาที่ตกลงบนด้านข้างใบหน้าก็ลดลงไปด้วย ช่วยให้ช่วงโหนกคิ้วและโหนกแก้มดูสมูทขึ้นและให้ความรู้สึกเบาลง ส่งผลให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น หน้าช่วงบนจึงดูไม่เหนื่อยเท่าเดิม

หลายคนที่รู้สึกว่าโหนกแก้มใหญ่ขึ้นตามอายุ จริง ๆ แล้วกระดูกโหนกแก้มไม่ได้โตขึ้นเลย แต่ขมับด้านบนยุบลง บางคนแก้มด้านล่างก็ยุบด้วย โหนกแก้มจึงกลายเป็นจุดที่ยื่นที่สุดของหน้า เมื่อเติมขมับให้แนวด้านบนต่อกันเรียบขึ้น โหนกแก้มจะดูเด่นน้อยลงและหน้าช่วงบนดูอ่อนลงได้ แต่ถ้าโหนกแก้มกว้างเพราะโครงกระดูกของคนนั้นเอง ฟิลเลอร์ไม่ได้ทำให้กระดูกเล็กลง ผลที่ได้จึงน้อยกว่า และบางเคสต้องดูเรื่องแก้มตอบร่วมด้วย

อีกจุดที่เปลี่ยนตามคือขอบกระดูกด้านข้างเบ้าตากับหางคิ้ว ขมับที่ยุบทำให้ขอบกระดูกตรงนี้เห็นเป็นสันชัด พอเติมแล้วแนวจากหางคิ้วไปถึงขมับจะดูนุ่มและต่อเนื่องขึ้น บางคนรู้สึกว่าหางคิ้วดูเปิดขึ้นเล็กน้อย แต่ฟิลเลอร์ขมับไม่ใช่การยกคิ้ว ถ้าปัญหาหลักคือคิ้วตกหรือหนังตาหนัก ผมจะประเมินเรื่องนั้นแยกอีกทีนะครับ

มีอีกหลายเรื่องที่คนมักเข้าใจว่าฟิลเลอร์ขมับช่วยได้ ริ้วรอยหางตาที่เกิดตอนยิ้มมาจากการหดตัวของกล้ามเนื้อรอบดวงตา เรื่องนี้ลดแรงหดตัวของกล้ามเนื้อด้วย Botox จะตรงกว่า ดูรายละเอียดได้ที่ โบท็อกของ Dr.Lock Clinic ส่วนผิวที่หย่อนตัวมากทั้งหน้า การเติมขมับอย่างเดียวช่วยพยุงได้เพียงบางส่วน

ฟิลเลอร์ขมับ เหมาะกับใคร และเคสไหนควรใช้วิธีอื่น

ก่อนจะบอกว่าใครเหมาะ ต้องดูก่อนว่าขมับของแต่ละคนยุบลงเพราะอะไรครับ บางคนมีขมับเป็นแอ่งมาตั้งแต่เด็กเพราะรูปกะโหลกศีรษะ พอโตขึ้นแอ่งนั้นก็ยังอยู่ อีกกลุ่มหนึ่งขมับค่อย ๆ ยุบตามวัย เพราะไขมันและเนื้อเยื่อใต้ผิวบริเวณนี้ลดลง กลุ่มที่พบบ่อยไม่แพ้กันคือคนที่ลดน้ำหนักลงมาก หุ่นกระชับขึ้นจริง แต่เนื้อที่ขมับและแก้มหายไปด้วย หน้าจึงดูตอบกว่าเดิม สาเหตุต่างกันแบบนี้ทำให้แผนการเติมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ฟิลเลอร์ขมับเหมาะกับคนที่เห็นขมับเป็นแอ่งชัด ไม่ว่าจะมาจากโครงหน้าเดิม วัย หรือการลดน้ำหนัก และผิวบริเวณนั้นยังไม่หย่อนมาก อีกข้อที่สำคัญไม่แพ้กันคือความคาดหวังที่ตรงกับความจริง คนที่อยากให้แนวหน้าผาก ขมับ และโหนกแก้มต่อกันเรียบขึ้น มักพอใจกับผลมากกว่าคนที่หวังให้หน้าเปลี่ยนไปทั้งหน้า

ส่วนคนที่ต้องการผลอยู่ถาวร ฟิลเลอร์ชนิด HA ไม่ตรงความต้องการ เพราะร่างกายค่อย ๆ สลายไปตามเวลา ผมจะอธิบายทางเลือกเหล่านี้ไว้ในหัวข้อเทียบกับวิธีเติมขมับแบบอื่นด้านล่าง

อีกกลุ่มที่ต้องระวังคือคนที่หน้าช่วงบนกว้างอยู่แล้ว แต่ขมับเว้าเพียงเล็กน้อย กลุ่มนี้ถ้าเติมตามความอยาก หน้าอาจดูกว้างขึ้นจนเสียสัดส่วน บางครั้งผมจึงแนะนำให้เติมน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ หรือยังไม่ต้องเติมเลยครับ

ทำไมต้องประเมินขมับร่วมกับหน้าผากและโหนกแก้ม

คนส่วนใหญ่มาปรึกษาด้วยจุดเดียว คือขมับที่เว้า แต่เวลาคนอื่นมองหน้าเรา สิ่งที่เขาเห็นคือแนวทั้งเส้นตั้งแต่โหนกคิ้ว ผ่านขมับ ลงไปถึงโหนกแก้มครับ ขมับอยู่ตรงกลางของแนวนี้ จะเติมมากหรือน้อยจึงขึ้นกับว่าอีกสองส่วนเป็นอย่างไร ผมจึงดูทั้งสามส่วนไปพร้อมกันก่อนวางแผนทุกครั้ง

ทำไมต้องประเมินขมับร่วมกับหน้าผากและโหนกแก้ม

หน้าผากเป็นส่วนที่คนมักไม่ได้นึกถึง ทั้งที่มีผลกับขมับโดยตรง ในคนที่หน้าผากแบน การเติมหน้าผากตรงกลางให้มีมิติขึ้นจะช่วยให้หน้าผากกับขมับดูสมดุลกัน แต่ถ้าเติมหน้าผากส่วนเหนือคิ้วให้พุ่งออกมามากเกินไป หน้าผากช่วงล่างจะดูยื่น และขมับข้าง ๆ จะดูลึกกว่าเดิม นี่เป็นปัญหาที่ผมพบในคนที่มาปรึกษาอยู่บ้าง บางคนจึงต้องวางแผนหน้าผากกับขมับไปด้วยกัน ไม่ใช่แก้ทีละจุด

ด้านล่างของขมับคือโหนกแก้มและแก้ม ถ้าแก้มยุบลงด้วย การเติมขมับอย่างเดียวจะทำให้โหนกแก้มยังดูเป็นสันอยู่ตรงกลางหน้า แต่ถ้าแก้มเต็มดีอยู่แล้ว การเติมเฉพาะขมับก็มักเพียงพอ การแยกให้ออกว่าคนไหนเป็นแบบไหน ต้องดูประเมินหน้าทั้งมุมตรง มุมเฉียง และมุมข้าง (180 ํ, 45 ํ, 90 ํ) ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ผมให้ความสำคัญกับการตรวจประเมินของแพทย์เฉพาะทางต่อหน้าก่อนเริ่มฉีดครับ

เลือกเนื้อฟิลเลอร์ขมับ ตามความลึกและความหนาของผิว

เลือกเนื้อฟิลเลอร์ขมับ ตามความลึกและความหนาของผิว

เนื้อฟิลเลอร์ที่ใช้กับขมับต้องมีสองคุณสมบัติไปพร้อมกันครับ คือแน่นพอที่จะพยุงผิวที่ยุบลงไปให้ขึ้นมาเสมอแนวหน้าผาก และยืดหยุ่นพอที่จะไม่เห็นเป็นก้อนเวลาเคี้ยวอาหารหรือขยับหน้า เพราะใต้ขมับมีกล้ามเนื้อที่ทำงานทุกครั้งที่เคี้ยว ผิวแต่ละคนก็หนาไม่เท่ากันด้วย โดยทั่วไป เคสที่แอ่งลึกและต้องการแรงพยุงจะใช้เนื้อที่แน่นขึ้น ส่วนเคสที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มเล็กน้อยหรือผิวบางจะใช้เนื้อกลาง ๆ ที่ Dr.Lock Clinic ผมเลือกระหว่าง 3 ยี่ห้อด้านล่างตามการประเมินแต่ละเคส ไม่ได้กำหนดยี่ห้อไว้ล่วงหน้า

Definisse Core

Definisse รุ่น Core

Definisse มีหลายรุ่นตั้งแต่เนื้อนุ่มละเอียดไปจนถึงเนื้อกลางที่ยืดหยุ่น จุดเด่นคือใช้เทคโนโลยี XTR™ (eXcellent Three-Dimensional Reticulation) ซึ่งเป็นกระบวนการทำให้โมเลกุลของ HA เชื่อมประสานกันเป็นโครงสร้างแบบสามมิติ มีค่า G’ สูง ช่วยพยุงผิวได้ดี เหมาะกับเคสที่ต้องการผลแบบนุ่มนวล มีมิติและผลลัพธ์อยู่ได้นาน อ่านรายละเอียดของแต่ละรุ่นได้ที่ Definisse ของ Dr.Lock Clinic

Volifil Deep และ Sub-Q

Volifil รุ่น Deep
Volifil รุ่น Sub-Q

Volifil Deep เป็นรุ่นเนื้อแน่นปานกลางของ Volifil ที่ใช้กับตำแหน่งที่ต้องการเติมวอลลุ่ม เช่น ร่องแก้ม และขมับ ในเนื้อเจลผสมยาชา Lidocaine ไว้ และได้รับการรับรองจาก KFDA ของเกาหลีและ อย. ไทย เคสที่ต้องการเติมขมับให้เต็มขึ้นแบบพอดี และต้องการวางแผนค่าใช้จ่ายให้เหมาะกับตัวเอง Volifil Deep เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้ได้ดี ดูข้อมูลเพิ่มได้ที่ Volifil ของ Dr.Lock Clinic

Neauvia Stimulate

Neauvia รุ่น Stimulate

Neauvia Stimulate ผสม HA เข้ากับแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) ปริมาณเล็กน้อย ใช้กับตำแหน่งที่ต้องการวอลลุ่ม เช่น ร่องแก้ม ขมับ แก้ม และกรอบหน้า ตัวเจลเชื่อมโครงสร้างด้วย PEG แทน BDDE และผสมยาชา Lidocaine ไว้เช่นกัน เคสที่แอ่งขมับค่อนข้างลึกและต้องการแรงพยุงมากขึ้น เป็นกลุ่มที่ผมมักพิจารณารุ่นนี้ อ่านต่อได้ที่ Neauvia ของ Dr.Lock Clinic

เทียบกับวิธีเติมขมับแบบอื่น

ฟิลเลอร์ไม่ใช่วิธีเดียวที่ใช้เติมขมับครับ อีกสองวิธีที่คนมักถามถึงคือการกระตุ้นคอลลาเจนด้วย Collagen Biostimulator และการเติมไขมันของตัวเอง ทั้งสามวิธีต่างกันที่ความเร็วในการเห็นผล ระยะเวลาที่ผลอยู่ และลักษณะของขมับที่เหมาะ ไม่มีวิธีไหนดีกว่าทุกเคส บางคนใช้ร่วมกันได้ ตารางนี้สรุปไว้ให้เห็นภาพก่อนเข้ามาคุยกับผม

วิธีหลักการเห็นผลเมื่อไหร่ผลอยู่นานแค่ไหนเหมาะกับขมับแบบไหนสิ่งที่ควรรู้
ฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid Filler)เติมเจล HA เข้าไปแทนปริมาตรที่หายไปโดยตรงตั้งแต่หลังฉีด และเข้าที่ภายในไม่กี่สัปดาห์ประมาณ 8–18 เดือน ขึ้นกับรุ่นและแต่ละบุคคลแอ่งที่เห็นชัด ทั้งลึกและปานกลางปรับเพิ่มทีละน้อยได้ และมีเอนไซม์ Hyaluronidase ใช้สลายเมื่อจำเป็น
เติมไขมันของตัวเอง (Fat Grafting)ดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย แล้วฉีดกลับเข้าที่ขมับหลังบวมยุบ และต้องรอดูว่าไขมันอยู่ได้แค่ไหนไขมันส่วนที่อยู่รอดจะอยู่นานคนที่ต้องการผลระยะยาว และมีเนื้อหายหลายจุดบนใบหน้าเป็นการผ่าตัด มีแผลตรงที่ดูดไขมัน ปริมาณที่อยู่รอดคาดเดาได้ยาก บางคนต้องทำซ้ำ

สำหรับคนที่ยังเลือกไม่ได้ ผมมักเริ่มจากถามว่าอยากเห็นผลเร็วแค่ไหน และรับการทำซ้ำเป็นระยะได้หรือไม่ คำตอบสองข้อนี้บวกกับลักษณะของแอ่งขมับ จะช่วยให้เลือกวิธีที่ตรงกับตัวเองได้ง่ายขึ้นครับ

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ อันตรายไหม

ขมับเป็นตำแหน่งที่ต้องระวังมากกว่าแก้มหรือปากครับ ในพื้นที่ไม่กว้างนี้มีหลอดเลือดแดงหลายเส้นวิ่งอยู่คนละชั้น ทั้งเส้นที่อยู่ใต้ผิวไม่ลึก และเส้นที่อยู่ลึกชิดกระดูก บางเส้นมีแขนงเชื่อมกับหลอดเลือดที่เลี้ยงดวงตา นอกจากนี้ยังมีหลอดเลือดดำขนาดใหญ่วิ่งอยู่ในชั้นพังผืดด้วย ถ้าฟิลเลอร์เข้าไปในหลอดเลือดหรือไปกดทับหลอดเลือด จะเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งอาจทำให้ผิวบริเวณนั้นขาดเลือด ผมร่วงเป็นหย่อม และในกรณีที่พบได้น้อยมาก อาจกระทบการมองเห็นจนถึงขั้นตาบอด หรือเกิดภาวะสมองขาดเลือด

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ อันตรายไหม

ความเสี่ยงเหล่านี้ลดลงได้ด้วยการวางแผนก่อนฉีด แต่ไม่มีใครทำให้เป็นศูนย์ได้ ผมจึงประเมินความลึกของแอ่งและความหนาของผิว เพื่อเลือกชั้นที่จะวางฟิลเลอร์ แล้วฉีดช้า ๆ ด้วยแรงดันน้อย และสังเกตสีผิวตลอดระหว่างฉีด ฟิลเลอร์ชนิด HA ยังมีเอนไซม์ Hyaluronidase ที่ใช้สลายเนื้อฟิลเลอร์ได้เมื่อเกิดปัญหา

อาการที่พบบ่อยกว่ามากและมักดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันถึงสองสัปดาห์ ได้แก่ บวม ช้ำ กดเจ็บ บางคนปวดศีรษะ หรือรู้สึกตึงและปวดเวลาเคี้ยวอาหารในช่วงแรก เพราะฟิลเลอร์อยู่ใกล้กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยว ส่วนผิวที่เป็นก้อนหรือเป็นคลื่น มักเกิดเมื่อวางฟิลเลอร์ตื้นเกินไป หรือใช้เนื้อที่ไม่เหมาะกับความหนาของผิว

อาการที่ไม่ควรรอดูว่าจะหายเองหรือไม่มีดังนี้ ถ้าเกิดขึ้นหลังฉีด ไม่ว่าจะทันทีหรือในวันต่อมา ให้ติดต่อคลินิกทันที และถ้าเป็นอาการเกี่ยวกับการมองเห็นหรืออาการทางสมอง ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

  • ปวดมากผิดปกติ หรือปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะค่อย ๆ ดีขึ้น
  • ผิวที่ขมับ หน้าผาก หรือหนังศีรษะซีดขาว หรือเป็นลายร่างแหสีม่วงแดง
  • ตามัว มองเห็นภาพซ้อน มองเห็นแคบลง หรือปวดตา
  • มีตุ่มน้ำหรือตุ่มหนองขึ้นบริเวณที่ฉีดในวันต่อมา
  • แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก หรือพูดไม่ชัด

ใครควรเลื่อนหรือแจ้งหมอก่อนฉีด

บางคนไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์ขมับไม่ได้ แต่ควรเลื่อนออกไปก่อน หรือต้องบอกข้อมูลบางอย่างให้ผมรู้ล่วงหน้า เพื่อวางแผนให้ปลอดภัยครับ

กลุ่มที่ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน คือคนที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และคนที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณขมับหรือผิวใกล้เคียง เช่น สิวอักเสบหรือผื่น รวมถึงช่วงที่เพิ่งป่วยเป็นไข้ เพิ่งฉีดวัคซีน หรือมีนัดทำฟันใกล้ ๆ เพราะรายงานพบว่าการติดเชื้อหรือการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในช่วงนั้น ทำให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์บวมอักเสบภายหลังได้

กลุ่มที่ต้องแจ้งให้ผมทราบก่อนวันฉีด คือคนที่เคยแพ้ยาชา Lidocaine หรือเคยแพ้ฟิลเลอร์ HA อย่างรุนแรง คนที่มีโรคเลือดออกง่าย หรือกินยาละลายลิ่มเลือด แอสไพริน และอาหารเสริมบางชนิดที่ทำให้ช้ำง่าย ยาเหล่านี้ห้ามหยุดเองนะครับ ต้องคุยกับแพทย์ที่สั่งยาก่อน อีกกลุ่มคือคนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือกินยากดภูมิคุ้มกัน กลุ่มนี้ไม่ได้ห้ามฉีดเสมอไป แต่ต้องซักประวัติละเอียดกว่าปกติ

ประวัติการฉีดที่ขมับเดิมก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าเคยฉีดฟิลเลอร์ที่ขมับมาก่อน ควรบอกยี่ห้อ ปริมาณ และช่วงเวลาที่ฉีดเท่าที่จำได้ ยิ่งถ้าเคยมีปัญหาหลังฉีด เช่น เป็นก้อน บวมอักเสบ หรือติดเชื้อ ผมต้องประเมินบริเวณนั้นก่อนว่าพร้อมเติมใหม่หรือไม่ เพราะไม่ควรฉีด HA ซ้ำลงไปในจุดที่ยังมีการติดเชื้อค้างอยู่ ส่วนคนที่เคยฉีดสารที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร หรือเคยฉีดสารชนิดถาวรที่ขมับ ต้องตรวจประเมินละเอียดก่อนตัดสินใจทุกครั้งครับ

ขั้นตอนฉีดฟิลเลอร์ขมับ ที่ Dr.Lock Clinic

ขั้นตอนฉีดฟิลเลอร์ขมับที่ Dr.Lock Clinic โคราช

การฉีดขมับใช้เวลาอยู่ในเก้าอี้ไม่นาน แต่ส่วนที่ผมใช้เวลามากที่สุดคือช่วงก่อนเริ่มฉีด เพราะการประเมินและวางแผนเป็นตัวกำหนดทั้งผลที่ได้และความปลอดภัยครับ ขั้นตอนทั้งหมดเรียงตามนี้

  1. ปรึกษาและตรวจประเมิน ผมดูขมับร่วมกับหน้าผากและโหนกแก้มในท่านั่ง ทั้งมุมตรงและมุมเฉียง ประเมินความลึกของแอ่งแต่ละข้าง ความหนาของผิว และซักประวัติสุขภาพกับประวัติการฉีดเดิมตามที่เล่าไว้ในหัวข้อก่อนหน้า
  2. วางแผนร่วมกันและสรุปค่าใช้จ่าย เมื่อเห็นภาพรวมแล้ว ผมจะอธิบายว่าควรเติมแค่ไหน ใช้เนื้อฟิลเลอร์แบบไหน และปริมาณของแต่ละข้างโดยประมาณ พร้อมบอกค่าใช้จ่ายให้ชัดก่อนเริ่ม คุณตัดสินใจได้โดยไม่ต้องรีบ
  3. แกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า เพื่อให้เห็นยี่ห้อ รุ่น และสภาพของกล่องก่อนใช้
  4. ทำความสะอาดและลดความเจ็บ ล้างและฆ่าเชื้อผิวบริเวณขมับ ฟิลเลอร์ที่ใช้กับขมับส่วนใหญ่มียาชา Lidocaine ผสมอยู่ในเนื้อเจล ช่วยลดความเจ็บระหว่างฉีด
  5. ฉีดทีละข้าง ผมฉีดช้า ๆ ด้วยแรงดันน้อย สังเกตสีผิวและอาการระหว่างฉีดตลอด และเติมทีละน้อยเพื่อเทียบความสมดุลของสองข้างไปพร้อมกัน
  6. ตรวจหลังฉีดและอธิบายการดูแล เมื่อฉีดเสร็จ ผมจะดูความสมดุลของขมับทั้งสองข้างอีกครั้งในท่านั่ง จากนั้นอธิบายการดูแลตัวเองและสัญญาณเตือนที่ต้องรีบติดต่อกลับมา

ฟิลเลอร์ขมับ ใช้กี่ cc และอยู่ได้นานแค่ไหน

ปริมาณฟิลเลอร์ขมับของแต่ละคนต่างกันได้มากครับ เพราะขึ้นกับความลึกและความกว้างของแอ่ง ความหนาของผิว และขมับสองข้างที่ลึกไม่เท่ากัน ปริมาณที่ใช้ส่วนใหญ่อยู่ราว 1–2 cc ต่อข้าง ส่วนคนที่ขมับกว้างและลึกมาก บางครั้งต้องใช้มากกว่านั้น ตัวเลขเหล่านี้จึงเป็นแค่ภาพกว้าง ปริมาณจริงของคุณจะรู้หลังผมตรวจประเมินแล้ว และผมมักเริ่มจากปริมาณเท่าที่จำเป็นก่อน ถ้าเห็นว่ายังเว้นอยู่ ค่อยเติมเพิ่มภายหลังได้

เรื่องระยะเวลา ผลของฟิลเลอร์เห็นตั้งแต่หลังฉีด แต่ช่วงแรกจะมีอาการบวมปนอยู่ ผลที่ควรใช้ดูจริงคือหลังบวมยุบแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในราวสองสัปดาห์ หลังจากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ สลายฟิลเลอร์ไปเรื่อย ๆ ระยะเวลาที่ผลอยู่จึงขึ้นกับรุ่นที่ใช้ ปริมาณ ชั้นที่วาง และการสลายตัวในร่างกายของแต่ละคน ข้อมูลของแต่ละรุ่นสรุปไว้ในตารางนี้

ฟิลเลอร์ลักษณะเนื้อระยะเวลาโดยประมาณตามข้อมูลของรุ่น
Definisseมีหลายรุ่น ตั้งแต่เนื้อนุ่มละเอียดถึงเนื้อกลางยืดหยุ่นประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นกับรุ่น
Volifil Deepเนื้อแน่นปานกลางประมาณ 8–12 เดือน
Volifil Sub-Qเนื้อแน่นที่สุดในรุ่นประมาณ 8-12 เดือน
Neauvia StimulateHA ผสม CaHA เล็กน้อยประมาณ 12 เดือน

ระยะเวลาในตารางเป็นค่าโดยประมาณ ผลของแต่ละคนอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ได้ครับ เมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลาย ขมับจะค่อย ๆ กลับไปใกล้เคียงเดิม ไม่ได้ยุบลงทันทีทันใด คนที่อยากคงผลไว้จึงกลับมาเติมเมื่อเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง และการเติมรอบหลังมักใช้ปริมาณน้อยกว่ารอบแรก เพราะยังมีฟิลเลอร์บางส่วนเหลืออยู่

การเตรียมตัวและดูแลหลังฉีด

การเตรียมตัวก่อนฉีดขมับไม่ได้ยุ่งยากครับ เป้าหมายหลักคือลดโอกาสช้ำและบวม ส่วนการดูแลหลังฉีดคือช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่โดยไม่ถูกกดหรือดันให้เสียรูป ขมับยังมีเรื่องเฉพาะที่ต่างจากตำแหน่งอื่นอยู่บ้าง เพราะอยู่ใกล้กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยว และเป็นด้านที่หลายคนใช้นอนตะแคงทับ

ก่อนวันฉีด

  • งดอาหารเสริมที่ทำให้ช้ำง่าย เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา แปะก๊วย โสม ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนฉีด ถ้ากินยาละลายลิ่มเลือดหรือแอสไพรินตามที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุดเอง ให้แจ้งผมก่อน
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
  • ถ้ามีสิวอักเสบหรือผื่นบริเวณขมับ หรือเพิ่งป่วย ให้แจ้งก่อนมา เพราะอาจต้องเลื่อนนัด
  • วันฉีดไม่ต้องแต่งหน้าบริเวณขมับ และถ้าเคยฉีดขมับมาก่อน ให้เตรียมข้อมูลยี่ห้อหรือรูปถ่ายเดิมมาด้วย


หลังฉีด

  • ไม่กด นวด หรือคลึงขมับประมาณ 2 สัปดาห์ ฟิลเลอร์ที่ขมับยังไม่เข้าที่ในช่วงนี้ แรงกดอาจทำให้เนื้อฟิลเลอร์เคลื่อน
  • ช่วงแรกให้นอนหงายและเลี่ยงการนอนตะแคงทับขมับ ถ้าตะแคงได้โดยไม่กดทับจุดที่ฉีดก็ไม่เป็นปัญหา
  • เลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า ออนเซ็น การออกกำลังกายหนัก และแดดจัด อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • ถ้ารู้สึกตึงหรือปวดเวลาเคี้ยว ให้เลือกอาหารที่เคี้ยวง่ายในช่วงแรก อาการนี้มักดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน
  • ถ้าปวดศีรษะหรือปวดตื้อบริเวณขมับ ให้ใช้ยาแก้ปวดตามที่คลินิกแนะนำ แต่ถ้าปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอาการตามสัญญาณเตือนในหัวข้ออันตราย ให้ติดต่อคลินิกทันที
  • งดเลเซอร์ ทรีตเมนต์ และหัตถการที่ใช้ความร้อนบริเวณขมับในช่วงแรก ถ้ามีนัดทำหัตถการอื่นบนใบหน้า ให้ปรึกษาผมก่อนนัด

ราคาฉีดฟิลเลอร์ขมับ

ราคาฉีดฟิลเลอร์ขมับที่ Dr.Lock Clinic คิดตามเคสและเป็นการฉีดรายครั้ง ผมจึงไม่ได้ตั้งตัวเลขเดียวไว้ให้ทุกคนครับ เพราะขมับของแต่ละคนใช้ปริมาณไม่เท่ากัน บางคนข้างละไม่ถึงหนึ่ง cc ก็เพียงพอ แต่บางคนที่แอ่งกว้างและลึกต้องใช้มากกว่านั้นหลายเท่า

ปัจจัยที่ทำให้ราคาของแต่ละคนต่างกันมีอยู่ไม่กี่ข้อ ข้อแรกคือปริมาณที่ต้องใช้ ซึ่งมาจากความลึกของแอ่งและความต่างของสองข้าง ข้อที่สองคือยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่เหมาะกับผิวและความลึกของแต่ละคน ข้อที่สามคือแผนว่าต้องเติมจุดอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น หน้าผากหรือแก้ม และสุดท้ายคือการเติมครั้งแรกหรือการเติมเพิ่มจากรอบก่อน ซึ่งมักใช้ปริมาณน้อยกว่า ผมจะสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ทราบก่อนเริ่มฉีดทุกครั้ง

ถ้าอยากรู้คร่าว ๆ ก่อนเดินทางมาคลินิก ส่งรูปขมับมาให้ประเมินเบื้องต้นทาง LINE ได้ที่ LINE Dr.Lock Clinic ครับ รูปที่ช่วยให้ประเมินได้ดีคือรูปหน้าตรง รูปมุมเฉียงทั้งซ้ายและขวา และรูปด้านข้างทั้งสองข้าง ถ่ายในที่แสงธรรมชาติ รวบผมให้เห็นขมับชัด ไม่แต่งหน้าหนาและไม่ใช้ฟิลเตอร์ ถ้าเคยฉีดขมับมาก่อน แจ้งยี่ห้อหรือช่วงเวลาที่ฉีดมาด้วยจะช่วยได้มาก การประเมินจากรูปช่วยให้เห็นภาพและช่วงค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ส่วนแผนจริงจะสรุปได้หลังตรวจที่คลินิกครับ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามในหัวข้อนี้เป็นเรื่องที่คนมักถามเกี่ยวกับฟิลเลอร์ขมับ ส่วนใหญ่เป็นความกังวลเรื่องความรู้สึกระหว่างฉีด รูปหน้าหลังฉีด และการกลับมาเติมในรอบถัดไป ผมตอบไว้สั้น ๆ ส่วนรายละเอียดอยู่ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องด้านบนครับ

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ เจ็บไหม

เจ็บพอทนได้ครับ ฟิลเลอร์ที่ใช้กับขมับส่วนใหญ่มียาชาผสมในเนื้อเจล ความเจ็บจึงลดลงหลังเริ่มฉีดไปสักพัก สิ่งที่หลายคนรู้สึกชัดกว่าความเจ็บคือความตึงแน่นระหว่างที่เนื้อฟิลเลอร์เข้าไป หลังฉีดอาจกดเจ็บ หรือปวดเวลาเคี้ยวอยู่ไม่กี่วัน

ถ้าเติมพอดีกับแนวหน้าผากและโหนกแก้ม หน้าจะไม่ดูใหญ่ขึ้นครับ เพราะเป็นการเติมส่วนที่ยุบลงไปให้กลับมาเสมอแนว ไม่ได้เพิ่มความกว้างออกไปเกินโครงหน้าเดิม กลุ่มที่ต้องระวังคือคนที่หน้าช่วงบนกว้างอยู่แล้วแต่อยากเติมมาก กลุ่มนี้ผมมักแนะนำให้เติมน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้

บางคนรู้สึกว่าหางคิ้วและหางตาดูเปิดขึ้นเล็กน้อย เพราะผิวบริเวณนั้นได้รับการพยุงจากขมับที่เต็มขึ้น แต่ผลนี้ไม่เท่ากันทุกคน และไม่ใช่การยกคิ้ว ถ้าปัญหาหลักคือคิ้วหรือหนังตาที่ตกลงมา ต้องประเมินแยกอีกเรื่องหนึ่งครับ

ต้องประเมินก้อนเดิมก่อนครับ ถ้าเป็นฟิลเลอร์ HA ที่วางตื้นเกินไป บางเคสแก้ได้ด้วยการฉีดเอนไซม์สลาย แล้วค่อยวางแผนเติมใหม่หลังบริเวณนั้นกลับมาปกติ แต่ถ้าก้อนมีอาการบวมแดง ร้อน หรือไม่รู้ว่าเคยฉีดสารอะไรเข้าไป ต้องตรวจละเอียดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง และไม่ควรฉีดเพิ่มลงไปทับจุดนั้นทันที

ได้ในหลายเคสครับ ขมับมักวางแผนคู่กับหน้าผากหรือแก้ม เพราะเป็นแนวเดียวกัน แต่การทำหลายจุดในวันเดียวขึ้นกับปริมาณรวมที่ต้องใช้และสภาพผิวของแต่ละคน บางเคสผมแนะนำให้แบ่งเป็นสองรอบ เพื่อดูผลของจุดแรกก่อนแล้วค่อยปรับจุดถัดไปให้รับกัน

กลับมาเติมเมื่อเริ่มเห็นแอ่งขมับกลับมาครับ ไม่ต้องรอให้ฟิลเลอร์สลายหมด ระยะห่างของแต่ละคนขึ้นกับรุ่นที่ใช้และการสลายตัวในร่างกาย การเติมรอบหลังมักใช้ปริมาณน้อยกว่ารอบแรก ผมจึงประเมินใหม่ทุกครั้งก่อนเติม แทนที่จะใช้ปริมาณเดิมซ้ำ

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ โคราช ที่ Dr.Lock Clinic

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ คุณน่าจะเห็นแล้วว่าการฉีดฟิลเลอร์ขมับให้ออกมาดี ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณฟิลเลอร์ แต่อยู่ที่การดูว่าขมับของคุณยุบเพราะอะไร ควรเติมถึงแค่ไหนให้รับกับหน้าผากและโหนกแก้ม และวางฟิลเลอร์ในชั้นไหนให้ทั้งเรียบและปลอดภัยครับ บางคนเหมาะกับฟิลเลอร์ บางคนเหมาะกับวิธีอื่นมากกว่า และบางคนแค่เติมเล็กน้อยก็พอ คำตอบของแต่ละคนจึงต้องมาจากการตรวจหน้าจริง

สำหรับคนโคราชและจังหวัดใกล้เคียง ไม่ต้องเดินทางไปถึงกรุงเทพเพื่อฉีดขมับกับแพทย์ที่ดูแลเองตั้งแต่ประเมินจนถึงติดตามผล ที่ Dr.Lock Clinic ผมตรวจขมับของคุณด้วยตัวเอง อธิบายว่าเหมาะกับวิธีไหน ต้องใช้ประมาณเท่าไหร่ และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ก่อนให้คุณตัดสินใจ ถ้าพร้อมเข้ามาคุยกันต่อหน้า นัดวันเวลาได้ทุกวัน 11:00–20:00 น. โทร 084-196-4598 หรือทัก LINE Dr.Lock Clinic แล้วแจ้งว่าต้องการประเมินขมับได้เลยครับ

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์ของแต่ละหัตถการขึ้นอยู่กับสภาพผิวและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการประเมินและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทุกครั้ง