Hero Banner-Dr.Lock Clinic

ฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย ที่ Dr.Lock Clinic
ประเมินการขยับของหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตาก่อนฉีด
เพื่อให้ริ้วรอยจางลงโดยยังแสดงสีหน้าได้เป็นธรรมชาติ

เส้นบนหน้าผากที่ขึ้นชัดทุกครั้งที่เลิกคิ้ว รอยระหว่างคิ้วที่ทำให้หน้าดูเครียดทั้งที่ไม่ได้คิดอะไร หรือรอยที่หางตาเวลายิ้ม ริ้วรอยกลุ่มนี้เกิดจากกล้ามเนื้อที่เราใช้แสดงสีหน้าซ้ำ ๆ ทุกวันครับ โบท็อกซ์ริ้วรอยจึงเป็นวิธีที่ตรงกับต้นเหตุ เพราะช่วยลดแรงดึงของกล้ามเนื้อจุดนั้นโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลจะออกมาดีแค่ไหน ขึ้นกับว่ารอยของแต่ละคนเป็นแบบไหน และฉีดได้สมดุลกับทั้งใบหน้าหรือเปล่า

ฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย ที่ Dr.Lock Clinic โคราช

ในหน้านี้ ผม หมอล็อค (นพ.สรวิศ ปางเศรณี ว.52448) จะอธิบายว่าฉีดโบลดริ้วรอยช่วยตำแหน่งไหนได้ และรอยแบบไหนควรใช้วิธีอื่น จากนั้นจะเล่าว่าผมประเมินอะไรก่อนฉีด แล้วต่อด้วยยี่ห้อที่มีให้เลือก จำนวนยูนิต ระยะเห็นผล ผลข้างเคียงที่ควรรู้ และราคาที่ Dr.Lock Clinic เพื่อให้คุณตัดสินใจจากข้อมูลที่ครบพอครับ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

โบท็อกซ์ริ้วรอย คืออะไร ทำงานกับริ้วรอยแบบไหน

โบท็อกซ์ริ้วรอย คือการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ปริมาณน้อยเข้าไปที่กล้ามเนื้อซึ่งเป็นต้นเหตุของรอยพับบนใบหน้า ตัวยาจะลดการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อมัดนั้นชั่วคราว กล้ามเนื้อจึงหดตัวได้น้อยลง ผิวด้านบนก็ถูกดึงจนพับน้อยลงตามไปด้วย พอยาหมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานตามเดิม ผลลัพธ์จึงอยู่ได้ระยะหนึ่ง ไม่ใช่ถาวรครับ

ริ้วรอยบนใบหน้ามีทั้งแบบที่เห็นเฉพาะตอนขยับหน้า (Dynamic Wrinkles) และแบบที่ยังเห็นอยู่แม้หน้านิ่ง (Static Wrinkles) และสองแบบนี้ตอบสนองต่อโบท็อกซ์ไม่เท่ากัน รอยตอนขยับ เช่น เส้นบนหน้าผากตอนเลิกคิ้ว รอยระหว่างคิ้วตอนขมวด และรอยที่หางตาตอนยิ้ม เป็นกลุ่มที่โบท็อกซ์ช่วยได้ตรงจุด ส่วนรอยที่เห็นแม้หน้านิ่งเกิดจากผิวถูกพับซ้ำเป็นเวลานาน ร่วมกับผิวที่เปลี่ยนไปตามวัย ในกลุ่มนี้โบท็อกซ์ช่วยลดแรงพับซ้ำจนรอยดูตื้นลงได้ แต่ร่องที่ฝังลึกแล้วมักจางไม่หมดด้วยโบท็อกซ์อย่างเดียว ผมจึงต้องดูก่อนว่าควรใช้วิธีอื่นร่วมด้วยหรือไม่

ที่ Dr.Lock Clinic ตำแหน่งที่ฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยคือหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา ซึ่งเป็นจุดที่เกิดรอยจากการขยับได้บ่อยบนใบหน้าส่วนบน ทั้งสามจุดนี้อยู่ในข้อบ่งใช้ที่ FDA สหรัฐฯ รับรองสำหรับ Botox Cosmetic ของ Allergan (อ้างอิง: เอกสารกำกับยา Botox Cosmetic) ส่วนการใช้โบท็อกซ์กับเรื่องอื่น เช่น ลดขนาดกราม หรือลดเหงื่อรักแร้ ดูภาพรวมได้ที่ โบท็อกของ Dr.Lock Clinic

ฉีดโบลดริ้วรอย ช่วยเรื่องไหนได้บ้าง

ฉีดโบลดริ้วรอยช่วยได้มากที่สุดกับรอยที่มีกล้ามเนื้อเป็นตัวดึงอยู่ข้างใต้ บนใบหน้าส่วนบน รอยแบบนี้ไปรวมอยู่ที่หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดเกิดจากกล้ามเนื้อคนละมัด และทำหน้าที่ต่างกัน ผมจึงวางยาและปริมาณแยกตามตำแหน่ง ไม่ได้ฉีดเหมือนกันทุกจุดครับ

ตำแหน่งฉีดโบลดริ้วรอยบนใบหน้า ได้แก่ หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา

ฉีดโบท็อกซ์ที่หน้าผาก

เส้นแนวนอนบนหน้าผากเกิดจากกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) ซึ่งเป็นมัดหลักที่ใช้เลิกคิ้ว คนที่ชอบเลิกคิ้วเวลาพูด หรือเลิกคิ้วจนติดเป็นนิสัย จึงมักเห็นหน้าผากย่นชัดตั้งแต่อายุยังไม่มาก การลดแรงหดตัวของกล้ามเนื้อมัดนี้ด้วยโบท็อกซ์ช่วยให้หน้าผากเรียบขึ้นได้ตรงจุด

ข้อที่ต้องระวังคือกล้ามเนื้อมัดเดียวกันนี้ทำหน้าที่พยุงคิ้วด้วย ถ้าลดแรงมากเกินไป หรือวางยาต่ำเกินไป คิ้วอาจดูหนักหรือต่ำลงกว่าเดิม หน้าผากจึงเป็นตำแหน่งที่ผมต้องดูคิ้วและเปลือกตาประกอบทุกครั้ง ไม่ได้ดูแค่จำนวนเส้นบนหน้าผาก

ฉีดโบท็อกซ์ระหว่างคิ้ว

รอยแนวตั้งระหว่างคิ้วเกิดจากกล้ามเนื้อที่ดึงคิ้วเข้าหากันเวลาขมวดคิ้ว (Corrugator) ส่วนรอยแนวนอนตรงสันจมูกระหว่างตาเกิดจากกล้ามเนื้อที่ดึงหัวคิ้วลง (Procerus) หลายคนขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เช่น ตอนจ้องจอ ตอนอยู่กลางแดด หรือตอนเครียด รอยตรงนี้จึงทำให้หน้าดูดุหรือดูกังวลทั้งที่อารมณ์ปกติ

เมื่อกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ทำงานน้อยลง รอยระหว่างคิ้วจะจางลง และสีหน้าตอนนิ่งมักดูผ่อนคลายขึ้นด้วย ส่วนใครที่มีร่องระหว่างคิ้วค้างลึกแม้ไม่ได้ขมวดคิ้ว โบท็อกซ์อาจช่วยได้เพียงบางส่วน เรื่องนี้ผมจะประเมินเป็นรายเคส

ฉีดโบท็อกซ์ที่หางตา

รอยตีนกาที่หางตาเกิดจากกล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis Oculi) ส่วนด้านข้าง ซึ่งหดตัวทุกครั้งที่เรายิ้มหรือหยีตา ฉีดโบท็อกซ์ที่บริเวณนี้แล้ว รอยที่หางตาเวลายิ้มจะตื้นลง ขณะที่ยังยิ้มได้ตามปกติ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนคือรอยส่วนล่างที่ลากลงไปถึงแก้มเวลายิ้มกว้าง ส่วนหนึ่งเกิดจากแก้มที่ยกตัวขึ้นตอนยิ้ม ไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อรอบตาอย่างเดียว ฉีดหางตาแล้ว รอยส่วนนี้จึงมักจางได้ไม่มากเท่าส่วนบน ผมจะบอกตรง ๆ ตั้งแต่ตอนประเมิน เพื่อไม่ให้คาดหวังผลเกินกว่าที่โบท็อกซ์ทำได้

ทั้งสามตำแหน่งมีข้อจำกัดเหมือนกันอยู่ข้อหนึ่ง คือโบท็อกซ์ช่วยเรื่องแรงดึงของกล้ามเนื้อ แต่ไม่ได้เติมเต็มร่องที่ลึกไปแล้ว และไม่ได้ปรับคุณภาพผิวที่บางลงหรือมีเส้นเล็ก ๆ ทั่วไปจากแดดและวัย ถ้ารอยของคุณเป็นแบบนี้ ผมอาจแนะนำวิธีอื่นร่วมด้วย ซึ่งจะเทียบให้ดูในหัวข้อถัดไปครับ

ใครเหมาะกับโบท็อกซ์ริ้วรอย และใครควรใช้วิธีอื่น

ริ้วรอยบนใบหน้าส่วนบนมักมาจากหลายเรื่องรวมกัน เรื่องแรกคือการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ ทุกวัน เช่น เลิกคิ้วเวลาพูด ขมวดคิ้วตอนจ้องจอ หรือหยีตาเพราะแสงจ้า อีกเรื่องคือผิวที่บางลงและยืดหยุ่นน้อยลงตามวัย ซึ่งแสงแดดเร่งให้เกิดเร็วขึ้น ช่วงแรกรอยจะเห็นแค่ตอนขยับหน้า เมื่อผิวถูกพับซ้ำนานเข้า รอยก็เริ่มค้างให้เห็นแม้หน้านิ่ง สัดส่วนของสองเรื่องนี้ในแต่ละคนเป็นตัวบอกว่าโบท็อกซ์จะช่วยได้มากหรือน้อยครับ

นางแบบส่องกระจกมือเพื่อดูหน้าผากขณะเลิกคิ้ว

ก่อนมาปรึกษา คุณลองเช็กเบื้องต้นเองหน้ากระจกได้ ใช้แสงที่สว่างพอ แล้วทำตามลำดับนี้

  • ปล่อยหน้านิ่ง ไม่เลิกคิ้ว ไม่ยิ้ม แล้วดูหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา ว่ามีเส้นค้างอยู่ตรงไหนบ้าง
  • เลิกคิ้วให้สุด ขมวดคิ้ว แล้วยิ้มกว้างทีละท่า สังเกตว่าเส้นที่เห็นตอนขยับเป็นเส้นเดียวกับตอนหน้านิ่งหรือไม่ และลึกขึ้นมากแค่ไหน
  • กลับมาหน้านิ่งอีกครั้ง แล้วดูว่าคิ้วอยู่ระดับไหน และเปลือกตาบนดูหนักหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีผลกับการฉีดหน้าผาก


ถ้ารอยของคุณชัดตอนขยับ แต่ตอนหน้านิ่งยังเรียบหรือเห็นจาง ๆ คุณอยู่ในกลุ่มที่โบท็อกซ์ริ้วรอยช่วยได้ตรงที่สุด กลุ่มที่เริ่มเห็นเส้นบาง ๆ ค้างตอนหน้านิ่งก็ยังได้ประโยชน์ เพราะเมื่อผิวถูกพับน้อยลง รอยมักดูตื้นลงตามไปด้วย อีกข้อที่ต้องรับได้คือผลอยู่ได้เป็นช่วง ต้องกลับมาฉีดซ้ำถ้าต้องการคงผลไว้

บางกรณีโบท็อกซ์อย่างเดียวจะไม่ได้ผลอย่างที่คาด เช่น ร่องที่ฝังลึกจนเห็นชัดแม้หน้านิ่ง ซึ่งต้องเติมเต็มร่องด้วยฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนร่วมด้วย หรือผิวที่บางและมีเส้นเล็ก ๆ ทั่วหน้า ซึ่งต้องดูแลคุณภาพผิวเป็นหลัก อีกกลุ่มที่ต้องระวังคือคนที่คิ้วต่ำลงหรือหนังตาบนหย่อนมาบังตา หลายคนในกลุ่มนี้เลิกคิ้วอยู่ตลอดเพื่อช่วยให้ตาเปิด ถ้าไปลดแรงกล้ามเนื้อหน้าผาก ตาอาจดูหนักกว่าเดิม บางเคสจึงเหมาะกับการผ่าตัดยกหางตาซ่อนแผลใต้คิ้ว (Subbrow Lift) ที่คลินิกทำอยู่มากกว่า การแยกเคสกลุ่มนี้ให้ออกตั้งแต่แรกจึงสำคัญ และเป็นเหตุผลของหัวข้อถัดไปครับ

ทำไมต้องดูคิ้วและเปลือกตา ก่อนฉีดโบลดริ้วรอยที่หน้าผาก

หลายคนมาปรึกษาพร้อมคำขอว่าอยากให้หน้าผากเรียบ ซึ่งเข้าใจได้ครับ แต่กล้ามเนื้อหน้าผากไม่ได้มีหน้าที่สร้างรอยอย่างเดียว มันคือมัดหลักที่ยกคิ้วและช่วยให้ตาดูเปิด ในขณะที่ฝั่งตรงข้าม มีกล้ามเนื้อระหว่างคิ้วและรอบตาคอยดึงคิ้วลง ระดับคิ้วที่เห็นตอนหน้านิ่งเกิดจากแรงสองฝั่งนี้ถ่วงกันอยู่ ถ้าไปลดแรงฝั่งใดฝั่งหนึ่งโดยไม่ดูอีกฝั่ง หน้าผากอาจเรียบก็จริง แต่คิ้วและแววตาเปลี่ยนไปจากเดิม

แผนภาพกล้ามเนื้อหน้าผากที่ดึงคิ้วขึ้น กับกล้ามเนื้อระหว่างคิ้วและรอบตาที่ดึงคิ้วลง

ผมจึงประเมินหน้าทั้งตอนนิ่งและตอนขยับเสมอ ดูว่าคิ้วสองข้างอยู่สูงเท่ากันไหม ข้างไหนยกมากกว่า และเปลือกตาบนมีผิวส่วนเกินมาบังมากแค่ไหน ใครที่ต้องเลิกคิ้วช่วยเปิดตาอยู่ตลอดโดยไม่รู้ตัว ผมมักลดปริมาณยาที่หน้าผากลง หรือแนะนำวิธีอื่นแทน เพราะการลดรอยที่หน้าผากเต็มที่ในเคสนี้แลกมากับตาที่ดูหนักขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่คนไข้ต้องการ

อีกเรื่องที่ต้องคิดไปพร้อมกันคือหน้าผากกับระหว่างคิ้ว ในหลายเคส การลดแรงที่หน้าผากเพียงจุดเดียวโดยปล่อยให้กล้ามเนื้อที่ดึงคิ้วลงยังทำงานเต็มที่ ทำให้คิ้วดูต่ำลงได้ง่ายขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าลดแรงตรงกลางหน้าผากแต่ด้านข้างยังขยับได้มาก หางคิ้วอาจยกเชิดขึ้นเป็นมุมจนสีหน้าดูแปลกไป การวางแผนจึงต้องมองหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตาเป็นภาพเดียวกัน แล้วค่อยแบ่งยาไปแต่ละจุด ซึ่งบางครั้งไม่เท่ากันในซ้ายกับขวาด้วยครับ

นอกจากเรื่องคิ้ว ผมยังแบ่งริ้วรอยออกเป็นระยะตามการตอบสนองต่อการขยับใบหน้า เป็นวิธีที่ผมใช้ประเมินเอง เพื่อแยกว่ารอยของคุณยังเป็นรอยที่โบท็อกซ์ช่วยได้เต็มที่ หรือเริ่มเป็นร่องที่ต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เป้าหมายของการวางแผนแบบนี้คือให้ริ้วรอยจางลงโดยที่คุณยังเลิกคิ้ว ยิ้ม และแสดงความรู้สึกได้ ไม่ใช่หน้าที่นิ่งจนคนรอบตัวทักว่าดูแปลกไป

เลือกยี่ห้อโบท็อกซ์ริ้วรอยอย่างไร

ที่ Dr.Lock Clinic มีโบท็อกซ์ 3 ยี่ห้อ ทุกยี่ห้อมีทะเบียน อย. ไทย ความต่างที่มีผลกับงานริ้วรอยจริง ๆ คือลักษณะการกระจายตัวของยาหลังฉีด และส่วนประกอบของตัวยา ยาที่กระจายตัวแคบเหมาะกับจุดเล็กที่อยู่ใกล้ดวงตา ส่วนยาที่กระจายตัวกว้างครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า แต่ต้องวางตำแหน่งให้แม่นขึ้น ผมใช้ Aestox เป็นหลัก แล้วเลือกยี่ห้ออื่นเมื่อตำแหน่งที่ฉีดหรือประวัติการฉีดของคนไข้เหมาะกว่าครับ

Aestox (เกาหลีใต้)

กล่องโบท็อก Aestox ที่ Dr.Lock Clinic ใช้ฉีดลดริ้วรอยเป็นหลัก

Aestox ผลิตโดย Hugel ประเทศเกาหลีใต้ นำเข้าโดยบริษัท เอสเทค ฟาร์มา จำกัด ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และ KFDA ของเกาหลี คลินิกมีขวดขนาด 100 และ 200 ยูนิต งานริ้วรอยใช้ยาไม่มาก จึงใช้ขวด 100 ยูนิตเป็นหลัก ผมใช้ Aestox เป็นตัวแรกสำหรับหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตาในคนไข้ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มฉีดครั้งแรก รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ Aestox ของ Dr.Lock Clinic

Xeomin (เยอรมนี)

กล่องโบท็อก Xeomin ที่ใช้ฉีดโบลดริ้วรอย สำหรับคนที่กังวลเรื่องดื้อยา

Xeomin ผลิตโดย Merz ประเทศเยอรมนี นำเข้าโดยบริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ตัวยาไม่มีโปรตีนห่อหุ้ม ผมจึงแนะนำให้คนที่ฉีดโบท็อกซ์มาหลายครั้งแล้ว หรือกังวลเรื่องดื้อยา เพราะโบท็อกซ์ริ้วรอยเป็นงานที่หลายคนฉีดต่อเนื่องเป็นปี ๆ เรื่องนี้จึงมีผลกับการเลือกยี่ห้อมากกว่างานที่ฉีดครั้งเดียว ดูข้อมูลเพิ่มที่ Xeomin ของ Dr.Lock Clinic

Allergan (สหรัฐอเมริกา)

กล่องโบท็อก Allergan สำหรับจุดที่ต้องการความแม่นยำสูง

Allergan มีลักษณะกระจายตัวแคบ ผมจึงใช้กับจุดที่ต้องการความแม่นยำสูง ซึ่งงานริ้วรอยมีหลายจุดแบบนั้น เช่น ระหว่างคิ้วและหางตา ที่อยู่ใกล้ดวงตาและเปลือกตา ผลิตภัณฑ์ Botox Cosmetic ของ Allergan ยังเป็นตัวที่ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ สำหรับทั้งสามตำแหน่งในหน้านี้ เหมาะกับคนที่ต้องการความแม่นยำของตำแหน่งเป็นหลัก ดูข้อมูลเพิ่มที่ Allergan ของ Dr.Lock Clinic

เทียบโบท็อกซ์ริ้วรอยกับวิธีอื่น

ริ้วรอยหนึ่งเส้นอาจมีต้นเหตุมากกว่าหนึ่งอย่าง โบท็อกซ์แก้ได้เฉพาะส่วนที่มาจากแรงดึงของกล้ามเนื้อ ส่วนร่องที่ยุบลงไปแล้ว ผิวที่บางลง หรือผิวที่หย่อนตัวตามวัย ต้องใช้วิธีที่ทำงานกับชั้นผิวหรือเติมเต็มร่องโดยตรง หลายเคสจึงได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้โบท็อกซ์ร่วมกับวิธีอื่น ตารางนี้สรุปวิธีที่ Dr.Lock Clinic ใช้ดูแลริ้วรอยบนใบหน้าส่วนบน เพื่อให้คุณเห็นว่าแต่ละวิธีตอบโจทย์รอยแบบไหนครับ

วิธีทำงานกับอะไรเหมาะกับริ้วรอยแบบไหนสิ่งที่ควรรู้
โบท็อกซ์ริ้วรอย (Botox)ลดแรงหดตัวของกล้ามเนื้อที่ดึงผิวให้พับรอยที่ชัดตอนขยับหน้า ที่หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตาไม่ได้เติมเต็มร่องที่ลึกไปแล้ว ต้องฉีดซ้ำเป็นระยะถ้าต้องการคงผล
ฟิลเลอร์ (Filler)
อ่านต่อ ฟิลเลอร์ของ Dr.Lock Clinic
เติมเต็มร่องด้วยเจลไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid)ร่องที่ค้างลึกแม้หน้านิ่ง เช่น ร่องระหว่างคิ้วที่ไม่หายแม้คลายคิ้วหน้าผากและระหว่างคิ้วมีหลอดเลือดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ต้องประเมินและฉีดอย่างระมัดระวัง
AestheFill (Collagen Biostimulator)
อ่านต่อ AestheFill ของ Dr.Lock Clinic
กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเพิ่มร่องลึกบนหน้าผากในบางเคส ใช้ร่วมกับฟิลเลอร์ช่วยให้ผิวดูอิ่มขึ้นและใช้ฟิลเลอร์น้อยลง ผลค่อย ๆ เห็นตามการสร้างคอลลาเจน
สกินบูสเตอร์ (Skin Booster)
อ่านต่อ Custom Skin Quality ของ Dr.Lock Clinic
เพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลคุณภาพผิวผิวบาง รอยตื้นที่เกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้นไม่ได้ลดแรงกล้ามเนื้อ รอยที่เกิดจากการขยับยังต้องใช้โบท็อกซ์
XERF (Monopolar RF)
อ่านต่อ XERF ของ Dr.Lock Clinic
ส่งความร้อนลงชั้นผิวเพื่อกระชับผิวริ้วเส้นเล็กทั่วไปจากผิวที่หย่อนตัว รวมถึงบริเวณหางตาเน้นความกระชับของผิว ไม่ได้ลดรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ

หลายคนถามถึง HIFU เพราะเป็นเครื่องที่คุ้นชื่อ HIFU เน้นยกกระชับผิวที่หย่อนตัว ไม่ได้ใช้แก้รอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ ถ้าปัญหาหลักของคุณคือเส้นที่ขึ้นตอนเลิกคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือยิ้ม เครื่องยกกระชับจะไม่ได้ช่วยตรงจุดนั้น ส่วนเคสที่หนังตาบนหย่อนมาก จนต้องเลิกคิ้วช่วยเปิดตา อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดอย่างที่เล่าไว้ในหัวข้อก่อนหน้า

ฉีดโบลดริ้วรอย อันตรายไหม ผลข้างเคียงที่ควรรู้

ไม่มีหัตถการไหนที่ไม่มีความเสี่ยงเลยครับ ฉีดโบลดริ้วรอยก็เช่นกัน ข้อดีคือปริมาณยาที่ใช้กับใบหน้าส่วนบนค่อนข้างน้อย และผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นแบบชั่วคราว

อาการที่พบได้บ่อยหลังฉีด คือจุดเข็มแดงหรือนูนเล็กน้อย ช้ำเป็นจุด และปวดศีรษะเล็กน้อยในช่วงวันแรก ๆ อาการกลุ่มนี้มักหายเองภายในไม่กี่วัน ส่วนผลข้างเคียงที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่า คือยาไปมีผลกับกล้ามเนื้อข้างเคียง ทำให้หนังตาบนตก คิ้วต่ำลง หรือคิ้วสองข้างไม่เท่ากัน อาการเหล่านี้ไม่ถาวร จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อยาหมดฤทธิ์ แต่อาจกินเวลาหลายสัปดาห์ การประเมินคิ้วและเปลือกตาก่อนฉีด อย่างที่เล่าไว้ในหัวข้อก่อนหน้า มีไว้เพื่อลดความเสี่ยงกลุ่มนี้ตั้งแต่ต้น ถ้าหลังฉีดคุณรู้สึกว่าตาหนักผิดปกติ คิ้วเบี้ยว หรือมองเห็นภาพซ้อน ให้ติดต่อคลินิกเพื่อให้ผมดูอาการครับ

อาการหลังฉีดโบท็อกซ์ที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

นอกจากนี้ยังมีอาการที่พบน้อย แต่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอนัด เอกสารกำกับยาระบุว่าฤทธิ์ยาอาจกระจายไปไกลจากจุดที่ฉีด และอาการเกิดได้ตั้งแต่หลายชั่วโมงไปจนถึงหลายสัปดาห์หลังฉีด (อ้างอิง: เอกสารกำกับยา Botox Cosmetic) อาการที่ต้องสังเกตมีดังนี้

  • หายใจลำบาก หรือรู้สึกหายใจไม่อิ่ม
  • กลืนลำบาก หรือสำลักง่ายกว่าปกติ
  • พูดไม่ชัด หรือเสียงแหบผิดไปจากเดิม
  • อ่อนแรงทั่วตัว หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้


ความเสี่ยงอีกส่วนมาจากตัวยาและคนฉีด โบท็อกซ์ที่ไม่มีทะเบียน อย. หรือไม่รู้แหล่งที่มา ตรวจสอบคุณภาพไม่ได้ ส่วนการวางยาผิดตำแหน่งหรือใช้ปริมาณไม่เหมาะกับกล้ามเนื้อของแต่ละคน เพิ่มโอกาสเกิดหนังตาตกหรือสีหน้าผิดธรรมชาติ ที่ Dr.Lock Clinic ผมเป็นคนประเมินและฉีดเองทุกเคส และใช้ยาที่มีทะเบียน อย. ไทยทุกยี่ห้อ

ใครควรเลื่อนฉีด หรือต้องแจ้งหมอก่อน

โบท็อกซ์ริ้วรอยใช้ยาปริมาณไม่มาก แต่ตัวยาออกฤทธิ์ที่จุดเชื่อมระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ คนที่มีโรคบางกลุ่ม หรือกินยาบางชนิดอยู่ จึงต้องระวังเป็นพิเศษ ข้อมูลส่วนนี้อ้างอิงจากเอกสารกำกับยา (อ้างอิง: เอกสารกำกับยา Botox Cosmetic) ร่วมกับแนวทางของ Dr.Lock Clinic ครับ

กลุ่มที่ควรเลื่อนหรือไม่ควรฉีด

  • เคยแพ้โบท็อกซ์หรือส่วนประกอบในตัวยา
  • มีการติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีด ควรรอให้หายก่อน
  • ตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร เพราะยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ ที่ Dr.Lock Clinic จึงไม่แนะนำให้ฉีดในช่วงนี้
  • อายุต่ำกว่า 18 ปี


กลุ่มที่ต้องแจ้งหมอก่อนฉีด

  • มีโรคของกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) โรค Lambert-Eaton หรือโรค ALS เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรงขึ้น
  • เคยมีปัญหาการกลืนหรือการหายใจ หรือมีโรคหัวใจ
  • ใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ (Aminoglycosides) ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยากลุ่มแอนติโคลิเนอร์จิก (Anticholinergic) เพราะอาจเสริมฤทธิ์ของโบท็อกซ์
  • กินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด ซึ่งทำให้ช้ำง่ายขึ้น
  • ฉีดโบท็อกซ์ตำแหน่งอื่นหรือที่คลินิกอื่นมาภายใน 4 เดือน รวมถึงฉีดกรามหรือจุดอื่นในช่วงเดียวกัน เพราะผลของยารวมกันได้

ถ้าไม่แน่ใจว่ายาหรือโรคประจำตัวของคุณอยู่ในกลุ่มไหน ให้ถ่ายรูปฉลากยาที่ใช้อยู่มาด้วยตอนเข้ามาปรึกษา ผมจะดูให้ก่อนวางแผนฉีด ข้อนี้ช่วยได้มากกว่าการพยายามจำชื่อยาเองครับ

ขั้นตอนการฉีดที่ Dr.Lock Clinic

การฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยใช้เวลาฉีดจริงไม่นาน ส่วนที่ใช้เวลามากกว่าคือการประเมินก่อนฉีด เพราะตำแหน่งและปริมาณยาที่ถูกต้องกำหนดผลลัพธ์เกือบทั้งหมด ตั้งแต่เข้ามาที่คลินิกจนกลับบ้าน คุณจะผ่านขั้นตอนตามลำดับนี้ครับ

  1. ประเมินหน้าและพูดคุยเป้าหมาย ผมดูหน้าทั้งตอนนิ่ง ตอนเลิกคิ้ว ขมวดคิ้ว และยิ้ม ดูระดับคิ้วและเปลือกตา แล้วถามประวัติการฉีดโบท็อกซ์ครั้งก่อน โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ จากนั้นจึงสรุปว่าควรฉีดจุดไหน ใช้ยี่ห้อใด และประมาณกี่ยูนิต
  2. แกะกล่องและผสมยาต่อหน้า ยาโบท็อกซ์มาเป็นผงในขวดปิดสนิท ผมแกะกล่องและผสมยาให้คุณเห็นต่อหน้า พร้อมแนะนำวิธีเช็กว่าเป็นยาแท้ที่มีทะเบียน อย.
  3. เตรียมผิว ทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะฉีด แปะยาชา และประคบเย็นก่อนฉีด เพื่อลดความรู้สึกเจ็บจากเข็ม
  4. ฉีดยา ใช้เข็มขนาดเล็กฉีดยาปริมาณน้อยหลายจุดลงในกล้ามเนื้อที่เป็นต้นเหตุของรอย ระหว่างฉีด ผมอาจให้คุณขยับหน้าบางท่า เพื่อดูตำแหน่งกล้ามเนื้อให้ชัด
  5. ขยับกล้ามเนื้อหลังฉีดและรับคำแนะนำ หลังฉีด ให้ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเป็นระยะประมาณ 15–30 นาที ตามคำแนะนำของคลินิก จากนั้นรับข้อปฏิบัติหลังฉีด แล้วกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ เพราะไม่มีแผลที่ต้องพักฟื้น
  6. นัดดูผล เมื่อยาออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว ผมจะนัดดูผลอีกครั้ง ถ้าสองข้างยังขยับไม่เท่ากัน หรือมีจุดที่ยังขยับมากกว่าที่วางแผนไว้ จะประเมินว่าควรปรับเพิ่มหรือไม่

ใช้กี่ยูนิต กี่วันเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน

สามเรื่องนี้เป็นคำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจ และคำตอบของทั้งสามเรื่องขึ้นกับคนเดียวกัน คือขนาดและแรงของกล้ามเนื้อแต่ละคน คนที่กล้ามเนื้อหน้าผากแข็งแรงและขยับบ่อย มักต้องใช้ยามากกว่า ส่วนกล้ามเนื้อที่กลับมาทำงานเร็ว ก็ทำให้ผลอยู่ได้สั้นกว่าครับ ตัวเลขด้านล่างจึงเป็นช่วงโดยประมาณ ตัวเลขจริงของคุณสรุปหลังประเมิน

ใช้กี่ยูนิต

ที่ Dr.Lock Clinic ปริมาณที่ใช้โดยประมาณ คือ

  • เก็บริ้วรอยบริเวณหางตา (ตีนกา) 25ยูนิต 
  • รอยย่นระหว่างคิ้ว 15ยูนิต 
  • ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก 25ยูนิต


ในการฉีดครั้งแรก ผมมักวางแผนปริมาณให้พอดีกับกล้ามเนื้อก่อน แล้วค่อยดูผลตอนนัดติดตาม จะได้ไม่ใช้ยามากเกินจนสีหน้านิ่งเกินไป

กี่วันเห็นผล

โบท็อกซ์ริ้วรอยไม่ได้เห็นผลทันทีหลังฉีด ช่วงไม่กี่วันแรก คุณจะเริ่มรู้สึกว่าขยับหน้าผากหรือขมวดคิ้วได้น้อยลง จากนั้นผลจะชัดขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ามีงานสำคัญ ควรฉีดล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์เต็มที่และมีเวลาปรับก่อนถึงวันงาน

อยู่ได้นานแค่ไหน และควรฉีดซ้ำเมื่อไหร่

ผลของโบท็อกซ์ริ้วรอยอยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ยี่ห้อที่ใช้ และปริมาณยา เมื่อยาค่อย ๆ หมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อจะกลับมาขยับได้เหมือนเดิม ริ้วรอยก็ค่อย ๆ กลับมาตามแรงของกล้ามเนื้อ ไม่ได้แย่กว่าก่อนฉีด

ถ้าต้องการคงผลไว้ แนะนำให้เว้นระยะฉีดซ้ำอย่างน้อย 4-6 เดือน ไม่ควรเติมยาถี่เพราะเห็นรอยเริ่มกลับมาเร็ว เอกสารกำกับยาระบุว่าความปลอดภัยของการฉีดถี่กว่าทุก 3 เดือนยังไม่ได้รับการประเมิน และการฉีดถี่หรือใช้ขนาดสูงอาจเพิ่มโอกาสที่ร่างกายสร้างภูมิต่อตัวยา ซึ่งทำให้ฉีดครั้งต่อไปได้ผลน้อยลง คนที่วางแผนฉีดต่อเนื่องระยะยาว จึงควรคุยกับผมเรื่องระยะห่างและยี่ห้อตั้งแต่ครั้งแรกครับ

เตรียมตัวก่อนฉีดและดูแลหลังฉีด

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก
การดูแลหลังฉีดโบท็อก

โบท็อกซ์ริ้วรอยไม่ต้องพักฟื้น ฉีดเสร็จแล้วกลับไปทำงานได้เลย แต่ช่วงแรกหลังฉีด ยายังจับกับกล้ามเนื้อไม่เต็มที่ สิ่งที่ทำในช่วงนี้มีผลต่อการกระจายตัวของยา และโอกาสที่จะบวมช้ำ ข้อปฏิบัติด้านล่างเป็นแนวทางของ Dr.Lock Clinic ครับ

ก่อนฉีด

  • แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติการฉีดโบท็อกซ์ครั้งก่อน ตามรายการในหัวข้อใครควรเลื่อนฉีด
  • ถ้ากินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือดที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเอง ให้แจ้งผมก่อน เพราะยากลุ่มนี้หยุดเองแล้วอาจอันตรายกว่าการช้ำหลังฉีด
  • ถ้ามีงานสำคัญ ให้นับเวลาย้อนกลับ ให้มีเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันงาน


หลังฉีด

  • ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเป็นระยะประมาณ 15–30 นาทีแรก ตามที่ผมแนะนำในวันฉีด
  • ไม่นอนราบ 3–4 ชั่วโมงหลังฉีด
  • แต่งหน้าได้หลังฉีด 4 ชั่วโมง ตอนแต่งให้ลงเบา ๆ ไม่กดหรือถูบริเวณที่ฉีด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 48 ชั่วโมง
  • งดนวดหน้า งดกดหรือคลึงบริเวณที่ฉีด 2 สัปดาห์ รวมถึงทรีตเมนต์ที่ต้องนวดหน้า
  • เลี่ยงความร้อน 2 สัปดาห์ เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการตากแดดจัดนาน ๆ


ถ้ามีจุดช้ำเล็ก ๆ ใช้คอนซีลเลอร์ปิดได้หลังพ้น 4 ชั่วโมง และส่วนใหญ่จางเองในไม่กี่วัน แต่ถ้ามีอาการตามหัวข้อผลข้างเคียง ให้ติดต่อคลินิกทันที

ราคาฉีดโบลดริ้วรอย

ราคาฉีดโบลดริ้วรอยขึ้นกับยี่ห้อที่เลือกใช้เป็นหลัก รองลงมาคือจำนวนยูนิตที่กล้ามเนื้อของคุณต้องใช้ และจำนวนจุดที่ฉีดในครั้งนั้น ที่ Dr.Lock Clinic ราคาโดยประมาณต่อ 1 ตำแหน่ง (หน้าผาก ระหว่างคิ้ว หรือหางตา) แยกตามยี่ห้อ มีดังนี้ครับ

  • Aestox: ราคาประมาณ 1,900 – 2,500 บาท ต่อ 1 ตำแหน่ง
  • Xeomin: ราคาประมาณ 2,500 – 3,200 บาท ต่อ 1 ตำแหน่ง
  • Allergan: ราคาประมาณ 3,500 – 3,900 บาท ต่อ 1 ตำแหน่ง

ราคาแต่ละยี่ห้อมีช่วงกว้าง เพราะกล้ามเนื้อของแต่ละคนต้องการยาไม่เท่ากัน คนที่เลิกคิ้วแรงหรือหน้าผากกว้างใช้ยูนิตมากกว่าคนที่กล้ามเนื้อบาง ถ้าฉีดหลายตำแหน่งในครั้งเดียว ราคารวมจะคิดตามจำนวนจุดและยูนิตที่ใช้จริง ไม่ได้เท่ากับราคาต่อจุดคูณจำนวนจุดเสมอไป ราคาที่แน่นอนผมจะสรุปให้หลังประเมิน ก่อนเริ่มฉีดทุกครั้ง

ถ้าอยากรู้ก่อนว่ารอยของคุณเหมาะกับโบท็อกซ์แค่ไหน และควรฉีดกี่จุด ส่งรูปมาให้ผมดูทาง LINE ของ Dr.Lock Clinic ได้เลยครับ ขอเป็นรูปหน้าตรงในที่แสงสว่าง 4 ท่า คือหน้านิ่ง เลิกคิ้วสุด ขมวดคิ้ว และยิ้มกว้าง ผมจะดูเองว่ารอยไหนมาจากการขยับ รอยไหนค้างแม้หน้านิ่ง และแนะนำแผนเบื้องต้นพร้อมช่วงราคาให้

คำถามที่พบบ่อย

คำถามในส่วนนี้มาจากเรื่องที่คนไข้ถามบ่อยตอนมาปรึกษาเรื่องริ้วรอย ส่วนใหญ่เป็นความกังวลว่าฉีดแล้วหน้าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน และผลจะออกมาตามที่คาดหรือไม่ เรื่องยูนิต ระยะเห็นผล และระยะฉีดซ้ำ อ่านได้ในหัวข้อก่อนหน้าครับ

ฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยเจ็บไหม

เจ็บเล็กน้อยครับ เข็มที่ใช้มีขนาดเล็ก และยาที่ฉีดแต่ละจุดมีปริมาณน้อย ส่วนใหญ่จะรู้สึกแปลบสั้น ๆ ตอนเข็มเข้า ก่อนฉีดผมจะแปะยาชาและประคบเย็นให้ คนที่กลัวเข็มส่วนใหญ่จึงผ่านไปได้โดยไม่ลำบาก

ขึ้นกับปริมาณยาและการวางจุดฉีด ถ้าใช้ยามากเกินความต้องการของกล้ามเนื้อ หน้าผากอาจนิ่งจนแสดงสีหน้าได้น้อย ผมวางแผนให้รอยจางลงโดยที่คุณยังเลิกคิ้วและยิ้มได้ ถ้าคุณต้องการให้หน้าผากเรียบมากกว่านั้น บอกผมได้ตั้งแต่ตอนประเมิน จะได้คุยกันว่าแลกกับการขยับที่น้อยลงแค่ไหน

เอกสารกำกับยาไม่แนะนำให้ฉีดในคนอายุต่ำกว่า 18 ปี สำหรับคนอายุเกินกว่านั้น ถ้ายังไม่มีรอยให้เห็นเลย ผมไม่แนะนำให้รีบฉีด ช่วงที่ควรเริ่มคิดเรื่องนี้คือตอนที่เส้นตอนขยับเริ่มค้างให้เห็นจาง ๆ แม้หน้านิ่ง เพราะการลดแรงพับซ้ำในช่วงนี้ช่วยได้มากกว่ารอให้เป็นร่องลึก ส่วนการป้องกันพื้นฐานอย่างการทาครีมกันแดดทุกวัน ยังสำคัญไม่น้อยกว่าครับ

ต่างครับ ผู้ชายหลายคนมีกล้ามเนื้อหน้าผากและระหว่างคิ้วที่หนาและแรงกว่า จึงมักต้องใช้ยูนิตมากกว่า อีกเรื่องคือรูปคิ้ว คิ้วผู้ชายมักตรงและอยู่ต่ำกว่า ถ้าวางยาแบบเดียวกับผู้หญิง หางคิ้วอาจยกโค้งจนสีหน้าดูไม่เป็นตัวเอง ผมจึงวางแผนให้คิ้วยังคงรูปเดิม และลดเฉพาะรอย

ถ้ายังไม่ถึง 2 สัปดาห์ อาจเป็นเพราะยายังออกฤทธิ์ไม่เต็มที่ ถ้าเลย 2 สัปดาห์ไปแล้ว สาเหตุที่พบบ่อยคือรอยนั้นเป็นร่องที่ค้างลึก ซึ่งโบท็อกซ์ลดได้เพียงบางส่วน หรือปริมาณยายังไม่พอกับแรงของกล้ามเนื้อ ส่วนน้อยเกิดจากร่างกายสร้างภูมิต่อตัวยา ซึ่งมักสัมพันธ์กับการฉีดถี่หรือขนาดสูง ไม่ว่าเป็นกรณีไหน ให้กลับมาตอนนัดดูผล ผมจะประเมินว่าควรเติมยา เปลี่ยนยี่ห้อ หรือใช้วิธีอื่นร่วมด้วย

ได้ครับ คนไข้หลายคนฉีดสองตำแหน่งในครั้งเดียว ผมจะคิดยูนิตรวมของทั้งสองจุด และเลือกยี่ห้อที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง เพราะกล้ามเนื้อกรามเป็นมัดใหญ่ ต้องใช้ยามากกว่างานริ้วรอยหลายเท่า รายละเอียดการฉีดกรามดูได้ที่ โบท็อกกรามของ Dr.Lock Clinic

ปรึกษาเรื่องฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย ที่ Dr.Lock Clinic โคราช

ริ้วรอยที่หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา ดูคล้ายกันจากภายนอก แต่ต้นเหตุและวิธีแก้ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ก่อนตัดสินใจฉีด สิ่งที่ควรรู้คือรอยของคุณมาจากการขยับเป็นหลัก หรือเริ่มเป็นร่องที่ค้างอยู่แล้ว เพราะคำตอบนี้บอกได้ว่าโบท็อกซ์จะช่วยได้แค่ไหน และต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วยหรือไม่ การเลือกยี่ห้อ ปริมาณ และตำแหน่งให้พอดีกับกล้ามเนื้อของคุณ คือสิ่งที่ทำให้ผลออกมาเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การใช้ยาให้มากเข้าไว้

ที่ Dr.Lock Clinic ผมประเมินและฉีดเองทุกเคส ดูหน้าทั้งตอนนิ่งและตอนขยับ ดูคิ้วและเปลือกตาก่อนวางแผน สามารถขอสแกนกล่องเพื่อตรวจสอบสินค้าว่าเป็นของแท้ได้ และบอกตรง ๆ ถ้ารอยของคุณไม่เหมาะกับโบท็อกซ์ สำหรับคนโคราชที่อยากฉีดโบลดริ้วรอยกับแพทย์ที่ดูแลตั้งแต่ประเมินจนติดตามผล ไม่ต้องเดินทางไปถึงกรุงเทพครับ

เข้ามาปรึกษาฟรีได้ทุกวัน จันทร์ถึงอาทิตย์ เวลา 11:00–20:00 น. นัดวันเวลาล่วงหน้าทางโทร 084-196-4598 หรือทัก LINE ของ Dr.Lock Clinic  เพื่อให้ผมประเมินข้อกังวลของคุณ พร้อมสรุปแผนและราคาก่อนเริ่มฉีดทุกครั้ง

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์ของแต่ละหัตถการขึ้นอยู่กับสภาพผิวและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการประเมินและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทุกครั้ง