เจาะลึก Rejuran (รีจูรัน) คืออะไร
ช่วยกู้ผิวพัง-หลุมสิว ให้หน้าฉ่ำวาวได้จริงไหม
Home » Aesthetic Treatment » Custom Skin Quality » Rejuran
- Published:
- Last Modified: กรกฎาคม 20, 2026
เคยไหมครับ? รักษาเท่าไหร่สิวก็วนกลับมาขึ้นที่เดิม รอยสิวเก่ายังไม่ทันหาย รอยใหม่ก็มาอีก แถมหน้ายังดูหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง แต่งหน้าไม่ติดทน… ถ้าผิวของคุณกำลังส่งสัญญาณ “SOS” แบบนี้ แสดงว่าเกราะป้องกันผิวเริ่มอ่อนแอแล้วครับ และหนึ่งในวิธี “กู้ผิวพัง” ที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดในวงการแพทย์เกาหลีตอนนี้ ก็คือการทำ Rejuran (รีจูรัน) นั่นเองครับ
บทความนี้ หมอล็อค (นพ.สรวิศ ปางเศรณี ว.52448) แพทย์ผู้ดูแลหัตถการด้านความงามทุกเคสของ Dr.Lock Aesthetic & Plastic Surgery Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของ Rejuran (รีจูรัน) ครับ ว่าจริง ๆ แล้วเจ้าสารสกัดจาก DNA ปลาแซลมอนตัวนี้ มันช่วยเรื่องหลุมสิวและทำให้หน้าฉ่ำวาว (Glass Skin) ได้จริงไหม, มีกี่สูต? และทำไม “กล่องดำ” (Classic) ถึงเป็นตัวที่นิยมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ถูกว่า ผิวแบบคุณ…คุ้มไหมที่จะลงทุนฉีดครับ
เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน
ToggleRejuran (รีจูรัน) คืออะไร ทำไมถึงเป็นงานผิวที่ฮิตที่สุดในเกาหลี
คำถามแรกที่หลายคนสงสัยคือ Rejuran (รีจูรัน) คืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นปรากฏการณ์งานผิวที่โด่งดังไปทั่วเอเชีย คำตอบง่าย ๆ คือ รีจูรันไม่ใช่ฟิลเลอร์ ไม่ใช่โบท็อกซ์ และไม่ใช่แค่เมโสหน้าใสทั่วไปครับ แต่มันคือ “Skin Rejuvenator” หรือสารฟื้นฟูผิวระดับ DNA ที่สกัดจาก Polynucleotide (PN) เข้มข้น ซึ่งได้มาจาก DNA ของปลาแซลมอนในธรรมชาติครับ
ทำไมต้องเป็นปลาแซลมอน? เหตุผลทางวิทยาศาสตร์คือ DNA ของปลาแซลมอนมีความคล้ายคลึงกับ DNA ของมนุษย์มากที่สุดถึง 98% ครับ ทำให้ร่างกายเรายอมรับได้ดี ไม่ต่อต้าน และปลอดภัยสูง เมื่อฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ตัวยาจะเข้าไปทำหน้าที่ “ซ่อมแซม” (Repair) เซลล์ที่เสื่อมสภาพ กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวกลับมาแข็งแรงเหมือนผิวเด็กอีกครั้ง โดยไม่ได้แค่เคลือบผิวชั้นนอกแต่เป็นการแก้ปัญหาจากโครงสร้างภายในครับ
Rejuran (รีจูรัน) ช่วยเรื่องอะไร แก้ปัญหาผิวแบบไหนได้บ้าง
หลักการทำงานของ Rejuran (รีจูรัน) คือการเข้าไป “Replace” หรือแทนที่เซลล์เก่าด้วยเซลล์ใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงครอบคลุมเกือบทุกปัญหาผิวที่เกิดจากความเสื่อมสภาพ โดยหมอล็อคสรุป 4 ประโยชน์หลัก ๆ มาให้ดังนี้ครับ
- รักษาหลุมสิวและรอยแผลเป็น: PN จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ (Regeneration) ช่วยให้หลุมสิวตื้นๆ ตื้นขึ้น และผิวดูเรียบเนียนเสมอกันมากขึ้น
- กระชับรูขุมขน (Pore Minimizing): เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้น ผิวจะมีความหนาแน่นและยืดหยุ่น รูขุมขนที่เคยกว้างจะดูลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- ปรับสมดุลผิว (Oil & Moisture Balance): เป็นจุดเด่นที่หลายคนชอบมากครับ เพราะช่วยลดความมันส่วนเกิน (Oil Control) แต่เพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน ทำให้คนผิวมันเป็นสิวน้อยลง และคนผิวแห้งหน้าก็ชุ่มชื้นขึ้น
- ผิวฉ่ำวาว (Glass Skin): เมื่อผิวแข็งแรง สุขภาพดี และเรียบเนียน ผิวจะสะท้อนแสงได้ดี ทำให้หน้าดูเงาใสแบบสาวเกาหลีโดยไม่ต้องพึ่งไฮไลท์ครับ
Rejuran มีกี่แบบ แต่ละสีต่างกันอย่างไร
จริงๆ แล้วทางบริษัทผู้ผลิตได้ออกแบบผลิตภัณฑ์มาหลายรุ่นเพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวและตำแหน่งการฉีดที่แตกต่างกันครับ โดยรุ่นที่ผ่าน อย. ไทย และเป็นที่นิยมหลักๆ จะมีด้วยกัน 4 รุ่น ดังนี้ครับ
Rejuran Classic (กล่องดำ)
รุ่น Original ที่ฮิตที่สุดและเป็นตำนานครับ มีความเข้มข้นของ PN ระดับปานกลาง เหมาะสำหรับฉีดฟื้นฟูผิวทั่วใบหน้า (Full Face) ช่วยเรื่องรูขุมขน ความฉ่ำวาว และความแข็งแรงของผิว
Rejuran HB plus (กล่องแดง)
รุ่นใหม่ที่ผสม Hyaluronic Acid (HA) และยาชามาในตัว เน้นเรื่องความชุ่มชื้นและลดความเจ็บขณะฉีดครับ
Rejuran S (กล่องน้ำเงิน)
ตัวนี้เนื้อยาจะหนืดที่สุด (Viscosity สูง) ออกแบบมาเพื่อ “เติมเต็ม” โดยเฉพาะ เหมาะกับการฉีดอัดเข้าไปในหลุมสิว (Acne Scar) ให้เนื้อฟูขึ้น
Rejuran I (กล่องขาว)
ตัวนี้เนื้อยาจะเหลวที่สุด เพื่อให้กระจายตัวดีในผิวบางๆ อย่าง “รอบดวงตา” ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ และรอยคล้ำใต้ตา
เจาะลึกสูตร Rejuran Classic (กล่องดำ)
แม้จะมีหลายรุ่น แต่ที่ Dr.Lock Clinic หมอคัดสรรมาให้แล้วว่า Rejuran Classic (กล่องดำ) คือสูตรที่ตอบโจทย์” ปัญหาผิวของคนไทยมากที่สุดครับ เพราะออกแบบมาเพื่อการ Rejuvenation หรือการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวมอย่างแท้จริง
ความเข้มข้นของ Polynucleotide (PN) ในกล่องดำนั้น ถูกปรับจูนมาให้มีความสมดุลที่สุดสำหรับการฉีดลงในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ทั่วใบหน้าครับ ไม่หนืดและไม่เหลวจนเกินไป ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมที่สุด “ในเข็มเดียว” คือได้ทั้งการกระชับรูขุมขน ผิวหน้าแน่นเฟิร์มขึ้น ลดความมัน และได้งานผิวฉ่ำวาวแบบ Glass Skin ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำรีจูรันครับ เรียกว่าเจ็บตัวครั้งเดียว ได้ผลลัพธ์ครบจบทุกด้านครับ
Rejuran ฉีดตรงไหนได้บ้าง ตำแหน่งยอดฮิตที่ทำแล้วเห็นผลชัดเจน
สำหรับคนที่สงสัยว่า Rejuran ฉีดตรงไหนได้บ้าง ถึงจะคุ้มค่าที่สุด คำตอบคือสามารถฉีดได้ “ทั่วใบหน้า” เลยครับ แต่จะมีบางตำแหน่งที่เป็น “จุดยุทธศาสตร์” ซึ่งเมื่อฉีดแล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ชัดเจนกว่าจุดอื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวเฉพาะจุด หมอล็อคแนะนำ 3 โซนหลักที่ฉีดแล้วปังที่สุด ดังนี้ครับ
- โซนหน้าแก้ม (Butterfly Zone): บริเวณข้างจมูกและหน้าแก้มเป็นจุดที่รูขุมขนกว้างที่สุด การฉีดอัดเน้นๆ บริเวณนี้จะช่วยกระชับรูขุมขนได้ดีเยี่ยม ทำให้ผิวหน้าดูละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- บริเวณที่มีหลุมสิว (Acne Scars): สำหรับคนที่มีปัญหา รีจูรัน หลุมสิว เป็นของคู่กันครับ หมอจะเน้นฉีดเซาะเข้าไปในบริเวณที่มีพังผืดหลุมสิว เพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อสร้างขึ้นมาเติมเต็มปากหลุมให้ดูตื้นขึ้น
- ทั่วใบหน้า (Full Face Rejuvenation): การฉีดกระจายทั่วหน้าเป็นเทคนิคมาตรฐานที่ช่วยปรับสมดุลผิว (Balance) ลดความมันส่วนเกิน และสร้างผิวฉ่ำวาว (Glass Skin) ให้หน้าดูโกลว์ใสแบบสาวเกาหลีครับ
นอกจากนี้ ในบางเคสยังสามารถนำมาประยุกต์ฉีดบริเวณ รีจูรันใต้ตา เพื่อลดความคล้ำและริ้วรอยเล็กๆ หรือบริเวณลำคอและหลังมือที่เหี่ยวย่นได้เช่นกันครับ แต่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของสูตรกล่องดำ (Healer) จะเน้นไปที่งานผิวหน้าโดยรวมและหลุมสิวเป็นหลักครับ
เทคนิคการฉีดและการดูแลตัวเองหลังทำ ต้องพักฟื้นไหม
สิ่งหนึ่งที่คนไข้ต้องทำความใจก่อนตัดสินใจทำคือ เทคนิคการฉีด ของโปรแกรมนี้ครับ โดยทั่วไปแพทย์จะใช้วิธีการฉีดด้วยมือ (Manual Injection) เข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรงแบบจุดต่อจุด (Intradermal Injection) ทั่วใบหน้าครับ วิธีนี้จะทำให้ตัวยากระจายตัวได้แม่นยำและแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด แต่สิ่งที่ตามมาคือหลังฉีดทันทีจะมี “ตุ่มนูน” คล้ายตุ่มยุงกัดกระจายทั่วใบหน้า ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและเป็นสัญญาณว่ายาได้เข้าไปอยู่ในชั้นผิวที่ถูกต้องแล้วครับ
ถามว่าต้องพักฟื้นนานไหม คำตอบคือไม่ต้องนอนพักฟื้นครับ แต่ต้องเตรียมตัว “พักหน้า” เล็กน้อย เพราะตุ่มนูนเหล่านี้จะไม่ได้ยุบทันที แต่จะค่อยๆ ซึมเข้าสู่ผิวจนหมดภายใน 24-48 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับการดูดซึมของผิวแต่ละคน) ระหว่างนี้หมอแนะนำวิธีดูแลตัวเองง่ายๆ ดังนี้ครับ
- งดล้างหน้าและแต่งหน้า 24 ชั่วโมง: เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่รอยเข็มเล็กๆ แนะนำให้ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อเช็ดทำความสะอาดเบาๆ แทนครับ
- งดของหมักดองและแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อลดโอกาสการบวมแดงหรือการอักเสบของผิว
- เลี่ยงความร้อนจัด: เช่น การทำซาวน่า เลเซอร์ หรือตากแดดจัดในช่วง 3 วันแรก เพราะความร้อนอาจรบกวนการทำงานของตัวยาได้ครับ
- ดื่มน้ำเยอะๆ: น้ำจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นและส่งเสริมให้ตัวยาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพครับ
หลังจากตุ่มยุบหมดแล้ว คุณสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยจะเริ่มสัมผัสความเปลี่ยนแปลงได้ว่าผิวลื่นขึ้น แต่งหน้าติดง่ายขึ้นในช่วง 3-5 วันหลังทำครับ
ข้อควรรู้ ข้อเสียของรีจูรัน และใครที่ไม่ควรฉีด
เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอครับ แม้รีจูรันจะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็มี ข้อเสียของรีจูรัน และข้อจำกัดบางอย่างที่คนไข้ต้องเตรียมใจยอมรับครับ ข้อแรกที่หนีไม่พ้นคือ “ความเจ็บ” ครับ ต้องยอมรับตามตรงว่ารีจูรันเป็นหัตถการที่ค่อนข้างเจ็บ (แสบ) ขณะเดินยา เนื่องจากตัวยามีค่า pH ที่เป็นกรดอ่อนๆ และมีความหนืด เมื่อดันเข้าสู่ชั้นผิวจึงจะรู้สึกแสบจี๊ดๆ ได้ครับ แต่เป็นความเจ็บในระดับที่ทนได้หากมีการแปะยาชาอย่างเพียงพอครับ
นอกจากเรื่องความเจ็บแล้ว ยังมีกลุ่มบุคคลที่ “ไม่ควรฉีด” หรือต้องระวังเป็นพิเศษ ดังนี้ครับ
- ผู้ที่แพ้อาหารทะเลรุนแรง (Seafood Allergy): โดยเฉพาะคนที่แพ้ปลาแซลมอน แม้กระบวนการผลิตจะสกัดโปรตีนที่ก่อให้เกิดการแพ้ออกไปจนบริสุทธิ์มากแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด หมอมักจะไม่แนะนำให้เสี่ยงครับ
- ผู้ที่มีสิวอักเสบติดเชื้อรุนแรง: หากหน้ากำลังเป็นสิวหนองเหวอะหวะ ควรักษาสิวให้สงบลงก่อนครับ เพราะการจิ้มเข็มลงไปในพื้นที่ติดเชื้ออาจทำให้เชื้อกระจายตัวได้
- ผู้ที่ไม่มีเวลาพักหน้า: หลังทำจะมีตุ่มนูน 1-2 วัน หากใครต้องใช้หน้าด่วน หรือรับไม่ได้กับตุ่มนูน อาจจะต้องมองหาหัตถการกลุ่มอื่นแทนครับ
ฉีดแล้วอยู่ได้นานกี่เดือน ต้องฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผลลัพธ์ยั่งยืน
ต้องเข้าใจธรรมชาติของ Rejuran ก่อนครับว่ามันคือการ “ซ่อมแซมและฟื้นฟู” เซลล์ผิว ไม่ใช่สารเติมเต็มแบบฟิลเลอร์ ดังนั้นผลลัพธ์จะไม่ได้อยู่ถาวรแต่จะขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของโครงสร้างผิวที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ครับ
โดยปกติ การฉีดครั้งแรกจะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเรื่องความลื่นและความชุ่มชื้นได้ในช่วง 3-5 วัน และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดใน 2 สัปดาห์ครับ แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เรื่องหลุมสิวและรูขุมขนที่ยั่งยืน หมอล็อคแนะนำให้ฉีดต่อเนื่องเป็นคอร์ส 3-4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ ครับ การทำแบบนี้จะเหมือนการวางอิฐสร้างบ้านทีละชั้น เมื่อทำครบคอร์ส ผิวจะแข็งแรงและอยู่ได้นานถึง 6-8 เดือน หรืออาจถึง 1 ปีในบางราย หากมีการดูแลตัวเองที่ดีและมาฉีด Maintain บ้างทุก 3-6 เดือนครับ
เปรียบเทียบ Rejuran กับ Exosome Filler และ Chanel ต่างกันอย่างไร
คำถามที่หมอเจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจคือการให้ เปรียบเทียบ Rejuran กับหัตถการงานผิวตัวดังอื่น ๆ ว่าตัวไหนดีกว่ากัน เพราะตอนนี้กระแสงานผิวมาแรงมากจนเลือกไม่ถูก ระหว่าง Exosome ที่กำลังฮิต หรือ Chanel หน้าใสที่เป็นตัวแม่จากเกาหลี หมอล็อคขอสรุปจุดเด่นของแต่ละตัวเทียบกับรีจูรันให้เห็นภาพชัดๆ ดังนี้ครับ
- Rejuran vs Exosome (งานซ่อม vs งานต้านอักเสบ)
- Rejuran: ยืนหนึ่งเรื่องการ “ซ่อมแซมโครงสร้าง” (Repair) และเพิ่มความหนาตัวของชั้นผิวครับ เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง หรือผิวขรุขระ
- Exosome: จะเด่นเรื่องการ “ลดการอักเสบ” (Anti-inflammatory) และฟื้นฟูระดับสเต็มเซลล์ เหมาะกับคนที่สิวเห่อ ผิวแพ้ง่าย มีผดผื่น หรือหน้าแดงง่ายครับ (ความเจ็บน้อยกว่ารีจูรัน)
- Rejuran vs HA Filler งานผิว (งานสร้าง vs งานเติม)
- Rejuran: เป็น Biostimulator ที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไปแต่ยั่งยืนเรื่องความแข็งแรงของผิว
- HA Filler (เช่น Belotero Revive): เป็นสารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่เน้น “เติมน้ำ” ให้ผิวอิ่มฟูทันที เหมาะกับคนผิวแห้งขาดน้ำ ริ้วรอยเล็กๆ เยอะ หรือต้องการผลลัพธ์เร่งด่วนก่อนออกงาน
- Rejuran vs Chanel (งานผิวแข็งแรง vs งานผิวไบร์ท)
- Rejuran: จะเน้นแก้ปัญหาผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมา “แข็งแรง” และกระชับรูขุมขน ผลลัพธ์คือผิวเนียนละเอียด
- Chanel (L’ebss): เป็นค็อกเทลวิตามินและสารอาหารผิวเข้มข้น (Pink Booster) จุดเด่นคือช่วยเรื่องความ “กระจ่างใส” (Brightening) ลดรอยดำ และให้ผิวฉ่ำโกลว์แบบ Glass Skin ได้ไว แต่อาจจะไม่ช่วยเรื่องหลุมสิวเท่ารีจูรันครับ
สรุปเลือกตัวไหนดี?
- มีหลุมสิว รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ -> เลือก Rejuran
- สิวอักเสบ ผิวแพ้ง่าย หน้าแดง -> เลือก Exosome
- หน้าแห้ง ขาดน้ำ ริ้วรอยเยอะ -> เลือก HA Filler
- หน้าหมองคล้ำ อยากหน้าใสฉ่ำวาว -> เลือก Chanel
อัปเดตราคา ฉีด Rejuran ราคาเท่าไหร่
เรื่องงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญที่คนไข้ต้องวางแผนก่อนทำครับ หลายคนมักเช็คโปรโมชั่นตามคลินิกต่าง ๆ ว่า รีจูรัน ราคา อยู่ที่เท่าไหร่ และทำไมแต่ละที่ถึงราคาต่างกัน หมออยากให้หลักคิดแบบนี้ครับว่า “ของถูกและดี ไม่มีในโลกของยาฉีดเข้าหน้า” ครับ
โดยปกติในคลินิกที่ได้มาตรฐานและใช้ยาแท้แกะกล่อง ราคา Rejuran Healer (กล่องดำ) ขนาด 2 cc (1 หลอด) จะอยู่ที่ประมาณ 9,500 – 15,000 บาท ต่อครั้ง ครับ หากเจอราคาที่ต่ำกว่านี้มากๆ เช่น 2,000 – 4,000 บาท ให้พึงระวังเรื่องยาหิ้ว ยาปลอม หรือการผสมน้ำเกลือจางๆ ไว้ก่อนเลยครับ เพราะต้นทุนยาแท้นั้นค่อนข้างสูง การเสี่ยงฉีดของปลอมอาจได้ของแถมเป็นก้อนไตแข็งๆ หรือหน้าอักเสบติดเชื้อ ซึ่งค่ารักษาแพงกว่าค่าฉีดหลายเท่าครับ
ที่ Dr.Lock Clinic เราการันตีแกะกล่องให้ดูหน้าเคสทุกครั้ง สามารถสแกน QR Code เช็คยาแท้กับบริษัทได้ทันที เพื่อความสบายใจว่าเงินทุกบาทที่จ่ายไป จะได้ตัวยาคุณภาพเข้าสู่ผิวหน้า 100% ครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Rejuran
ในหัวข้อนี้หมอได้รวบรวม คำถามเกี่ยวกับ Rejuran ที่คนไข้ถามเข้ามาบ่อยที่สุดในอินบ็อกซ์และหน้าเพจ มาตอบให้หายข้องใจกันตรงนี้ครับ เพื่อให้ทุกคนมั่นใจก่อนเดินเข้าคลินิกครับ
ฉีดแล้วหน้าเป็นตุ่มนูนนานไหม
หลังฉีดทันทีจะมีตุ่มนูนคล้ายยุงกัดทั่วหน้า ซึ่งเป็นอาการปกติของการฉีดแบบ Intradermal (ID) ครับ โดยทั่วไปตุ่มเหล่านี้จะยุบหายไปเองและซึมเข้าสู่ผิวจนหมดภายใน 24-48 ชั่วโมง แนะนำให้เผื่อเวลาพักหน้าสัก 1-2 วัน ไม่ควรทำก่อนวันที่มีนัดสำคัญทันทีครับ
ตอนฉีดเจ็บมากไหม ต้องแปะยาชากี่นาที
ความรู้สึกเจ็บ (Pain Level) จะอยู่ในระดับปานกลางครับ คือจะรู้สึกแสบจี๊ดๆ ตอนเดินยาเข้าผิว เนื่องจากตัวยามีความเป็นกรดอ่อนๆ แต่ที่ Dr.Lock Clinic เราจะมีการแปะยาชาพรีเมียมให้หนาๆ ทิ้งไว้อย่างน้อย 45-60 นาที และมีการประคบเย็นช่วยขณะฉีด ทำให้ความเจ็บลดลงจนคนไข้ส่วนใหญ่บอกว่า “ทนได้สบาย” ครับ
ถ้าหยุดฉีดแล้วหน้าจะพังกว่าเดิมไหม
ไม่พังครับ! เพราะรีจูรันคือการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ด้วยตัวเอง ผิวที่สร้างขึ้นมาแล้วก็คือผิวจริงของเราครับ หากหยุดฉีด ผิวก็จะค่อยๆ เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา (Aging Process) ตามปกติ ไม่ได้เหี่ยวย่นเร็วขึ้นหรือแย่กว่าตอนก่อนฉีดแน่นอนครับ
ฉีดร่วมกับโบท็อกซ์ หรือ ฟิลเลอร์ ได้ไหม
สามารถทำร่วมกันได้ครับและแนะนำด้วย! เราเรียกว่า Combination Therapy ครับ เช่น ฉีด Rejuran ทั่วหน้าเพื่อเตรียมผิวให้แน่นก่อน แล้วตามด้วยโบท็อกซ์ลดริ้วรอย หรือฟิลเลอร์เติมเต็มร่องลึก แต่ในกรณีฉีดวันเดียวกัน แพทย์จะประเมินตำแหน่งการวางยาไม่ให้ทับซ้อนชั้นผิวกัน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ
สรุป กู้ผิวพังให้ปัง เลือกทำ Rejuran คุ้มค่าหรือไม่
อ่านมาถึงตรงนี้ คงพอเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่าการทำ Rejuran (รีจูรัน) นั้นไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการลงทุนเพื่อ “รีโนเวท” โครงสร้างผิวระยะยาวที่คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหลุมสิวและผิวอ่อนแอครับ แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บเล็กน้อยและต้องทำต่อเนื่องในช่วงแรก แต่ผลลัพธ์เรื่องผิวฉ่ำวาว (Glass Skin) และผิวที่แข็งแรงขึ้นแบบจับต้องได้นั้น ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่หัตถการตัวอื่นเลียนแบบได้ยากครับ
สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การเลือกว่าจะฉีดรีจูรัน คือความมั่นใจใน “ตัวยา” และ “ฝีมือแพทย์” ครับ ที่ Dr.Lock Clinic โคราช เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์เป็นที่ตั้ง:
- ยาแท้แกะกล่อง 100%: หมอแกะกล่องให้ดูต่อหน้าทุกเคส สแกนเช็คได้เลย ไม่มียาสลับหรือยาผสมน้ำเกลือแน่นอน
- เทคนิคเฉพาะตัว: หมอมีความแม่นยำในการวางยาลงชั้น Dermis เพื่อให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนสูงสุด และลดอาการช้ำหรือบวมให้น้อยที่สุด
- ดูแลหลังทำใกล้ชิด: เรามีทีมติดตามผลหลังทำ เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้จะไม่มีอาการข้างเคียงที่น่ากังวล
อย่างไรก็ตาม Rejuran เป็นเพียงหนึ่งในตัวเลือกของกลุ่มสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเท่านั้นครับ หากคุณอยากรู้ว่ายังมีตัวช่วยงานผิวตัวไหนอีกบ้างที่อาจจะตอบโจทย์ปัญหาโครงสร้างหน้าของคุณได้ดียิ่งขึ้น (เช่น AestheFill, Sculptra หรือ Radiesse) หรืออยากเปรียบเทียบความแตกต่างในภาพรวม สามารถคลิกเข้าไปศึกษาข้อมูลเจาะลึกได้ที่หน้าหลัก Custom Skin Quality ของเราได้เลยครับ
“อย่าปล่อยให้รอยสิวเป็นตราบาปบนใบหน้า มาร่วมกู้ผิวใสไปกับหมอล็อคครับ” ส่งรูปหน้ามาให้หมอช่วยประเมินก่อนได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทาง Line: @drlockclinic ถ้าหากท่านอาศัยอยู่ที่โคราชหรือจังหวัดใกล้เคียง ก็สามารถติดต่อมาเพื่อจองคิวนัดเพื่อขอคำปรึกษาผ่านทาง Line ได้เช่นกันครับ
หมายเหตุ: “บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์ของแต่ละหัตถการขึ้นอยู่กับสภาพผิวและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการประเมินและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทุกครั้ง”
