เจาะลึก Filorga NCTF 135HA จากฝรั่งเศส
กู้ผิวโทรมให้ฉ่ำวาวแบบเร่งด่วน
Home » Aesthetic Treatment » Custom Skin Quality » NCTF 135 HA Hya Multi-factor
- Published:
- Last Modified: สิงหาคม 8, 2026
สำหรับใครที่กำลังเจอกับปัญหาผิวหมองคล้ำ หน้าโทรมดูไม่สดใส นอนเท่าไหร่ก็ยังดูเหมือนคนพักผ่อนไม่พอหรือทาครีมบำรุงมาหลายตัวเท่าไหร่ก็ยังไม่เห็นผล ปัญหาแบบนี้มักไม่ได้อยู่ที่ผิวชั้นบน แต่อยู่ที่เซลล์ผิวชั้นลึกขาดสารอาหารสะสมจนทำงานได้ไม่เต็มที่ครับ การเลือกเติมอาหารผิวด้วย Filorga NCTF 135HA คือทางลัดในการกู้ผิวให้กลับมาฉ่ำวาวและดูสุขภาพดีได้อย่างรวดเร็วครับ เพราะนี่คือเมโสหน้าใสจากฝรั่งเศสที่ทั่วโลกยอมรับ ซึ่งเป็นการส่งสารบำรุงเข้มข้นลงไปฟื้นฟูถึงชั้นผิวที่เป็นต้นตอของปัญหา
ในหน้านี้ ผม หมอล็อค (นพ.สรวิศ ปางเศรณี ว.52448) แพทย์ผู้ดูแลหัตถการด้านความงามทุกเคสของ Dr.Lock Aesthetic & Plastic Surgery Clinic จะพาคุณไปรู้จักตัวยานี้อย่างละเอียด ตั้งแต่ NCTF 135HA คืออะไร ทำไมถึงถูกจัดเป็นวิตามินผิวระดับพรีเมียม ส่วนผสมทั้ง 59 ชนิดในขวดทำงานอย่างไร ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ ความต่างจากตัวยางานผิวตัวอื่น วิธีดูของแท้หลังการรีแบรนด์เป็น FILLMED ไปจนถึงราคาและข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ อ่านจบแล้วคุณจะประเมินได้เองว่าตัวยานี้ใช่คำตอบสำหรับผิวของคุณหรือไม่ครับ
เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน
ToggleNCTF 135HA คืออะไร ทำไมถึงเป็นวิตามินผิวระดับพรีเมียม
NCTF 135HA คือ เมโสหน้าใสสูตรพรีเมียมจากประเทศฝรั่งเศส จัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า Skin Revitalizing Cocktail หรือสูตรอาหารผิวเข้มข้นสำหรับฉีดฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยเฉพาะ จุดที่ทำให้ตัวยานี้ต่างจากเมโสทั่วไปและมีราคาสูงกว่า อยู่ที่การรวมส่วนผสม 2 ส่วนหลักที่ทำงานเสริมกันไว้ในขวดเดียวครับ
ส่วนแรก คือ Non-crosslinked Hyaluronic Acid หรือไฮยาลูรอนิคโมเลกุลเดี่ยวความเข้มข้นสูง ทำหน้าที่เติมความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำน้ำ ข้อดีของโมเลกุลแบบไม่เชื่อมพันธะคือมันกระจายตัวในชั้นผิวได้ละเอียด จึงไม่ทำให้หน้าบวมหรือเปลี่ยนรูปหน้าแบบฟิลเลอร์ ส่วนที่สอง คือ NCTF ( New Cellular Treatment Factor ) ซึ่งเป็นสูตรสารอาหารผิวลิขสิทธิ์เฉพาะที่อัดแน่นถึง 59 ชนิด และนี่คือหัวใจที่ทำให้ตัวยานี้ครองใจคนรักผิวมายาวนานครับ
ก่อนจะไปดูว่าสารอาหารทั้ง 59 ชนิดมีอะไรบ้าง ผมอยากให้เข้าใจภาพรวมก่อนว่า แนวคิดของสูตรนี้คือการจำลองสภาพแวดล้อมที่เซลล์ผิวต้องการสำหรับซ่อมแซมตัวเองให้ครบในเข็มเดียว แต่ละกลุ่มสารจึงมีหน้าที่เฉพาะของมัน ดังนี้ครับ
- วิตามิน 12 ชนิด ( กลุ่ม A, B, C, E ): ช่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวและต้านความหมองคล้ำ ผิวจึงดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- กรดอะมิโน 24 ชนิด: เป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่เซลล์ใช้สร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน เมื่อวัตถุดิบพร้อม ผิวจึงค่อย ๆ กลับมาเด้งกระชับขึ้น
- แร่ธาตุ 6 ชนิด: ช่วยปรับสมดุลของเซลล์ผิวและลดภาวะผิวขาดน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งของผิวหมองไม่สดใส
- โคเอนไซม์ 6 ชนิด: ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาชีวเคมีในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ให้กระบวนการฟื้นฟูผิวเดินหน้าได้เร็วขึ้น
- กรดนิวคลีอิก 5 ชนิด: เกี่ยวข้องกับการควบคุมการสังเคราะห์โปรตีนในชั้นผิว ซึ่งเป็นกลไกพื้นฐานของการสร้างเซลล์ใหม่
- สารต้านอนุมูลอิสระอีก 6 ชนิด: คอยปกป้องเซลล์ผิวจากความเสียหายสะสมจากแสงแดดและมลภาวะ ที่เราเจออยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว
เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ ( Dermis ) ตัวยาจะทำงานแบบที่เรียกว่า Bio-Stimulation คือไม่ได้ไปเติมอะไรแทนที่ผิว แต่กระตุ้นให้เซลล์ Fibroblast ที่เริ่มเสื่อมสภาพตามวัย กลับมาทำงานและผลิตคอลลาเจนด้วยตัวเองอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่ความใสแบบฉาบผิวชั่วคราว แต่เป็นคุณภาพผิวที่ค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นจากโครงสร้างด้านใน ทั้งนี้ระดับการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพผิวตั้งต้นของแต่ละคนด้วยนะครับ
ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้หลังฉีด ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
ก่อนตัดสินใจ หลายคนมักไปไล่อ่านรีวิวว่าฉีดแล้วดีไหม เห็นผลจริงหรือเปล่า ซึ่งผมเข้าใจดีครับ แต่สิ่งที่ผมอยากให้ใช้ประกอบการตัดสินใจมากกว่าคือการเข้าใจว่าตัวยาทำอะไรกับผิวเราได้บ้างตามกลไกของมันจริง ๆ เพราะรีวิวของคนอื่นคือผิวของคนอื่น ส่วนผิวของคุณมีจุดตั้งต้นไม่เหมือนใคร จากส่วนผสมทั้ง 59 ชนิดที่อธิบายไปในหัวข้อก่อนหน้า ผลลัพธ์ที่ตัวยาออกแบบมาให้ตอบโจทย์แบ่งได้เป็น 3 ด้านหลักครับ
- ผิวฉ่ำวาว ดูมีออร่า ( Glow & Radiance ): นี่คือจุดเด่นที่สุดของตัวยานี้ครับ กลุ่มวิตามินจะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและดูแลความหมองคล้ำ ผิวที่เคยดูโทรมเหมือนคนอดนอนจะค่อย ๆ กลับมาดูสดใสขึ้น เป็นความใสแบบสุขภาพดีมีเลือดฝาด ไม่ใช่ขาวซีดผิดธรรมชาติ เหมาะมากกับคนที่พักผ่อนน้อยหรือผิวล้าจากงานหนักสะสม
- ผิวเนียนละเอียด รูขุมขนดูกระชับ ( Skin Texture ): กรดอะมิโนและสารกระตุ้นคอลลาเจนในสูตรจะทำให้เนื้อผิวค่อย ๆ แน่นขึ้นจากด้านใน รูขุมขนที่เคยดูกว้างจึงดูตื้นและกระชับขึ้นตามความแข็งแรงของผิว สัมผัสได้ชัดเวลาลูบหน้าว่าผิวลื่นละเอียดกว่าเดิม และผลพลอยได้ที่คนไข้ชอบกันมากคือแต่งหน้าติดทนขึ้นครับ
- ผิวชุ่มชื้น ริ้วรอยแรกเริ่มดูจางลง ( Hydration & Rejuvenation ): Hyaluronic Acid เข้มข้นในสูตรช่วยเติมน้ำให้ผิวชั้นลึก แก้ปัญหาผิวขาดน้ำที่มักแสดงออกเป็นผิวแห้งตึงหรือเป็นขุย และเมื่อผิวอิ่มน้ำเต็มที่ ริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณหางตาและมุมปากซึ่งเกิดจากผิวแห้งจะดูตื้นและจางลง ใบหน้าโดยรวมจึงดูสดชื่นอ่อนเยาว์กว่าเดิม
สิ่งที่ต้องตั้งความคาดหวังให้ถูกคือ ผลลัพธ์แต่ละด้านมาไม่พร้อมกันครับ ความชุ่มชื้นและความฉ่ำจะรู้สึกได้ก่อนภายในไม่กี่วันหลังฉีด ส่วนเรื่องเนื้อผิวและรูขุมขนเป็นผลจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งต้องอาศัยการฉีดต่อเนื่องตามคอร์สจึงจะเห็นชัด และความเข้มของผลลัพธ์ในแต่ละคนต่างกันตามสภาพผิวตั้งต้น อายุ และการดูแลตัวเอง คนที่ผิวโทรมมากอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดกว่าคนที่ผิวดีอยู่แล้วด้วยซ้ำ เพราะมีช่องว่างให้ฟื้นฟูมากกว่านั่นเองครับ
เช็คก่อนตัดสินใจ ผิวแบบไหนเหมาะกับ NCTF 135HA
ถึงจะเป็นตัวยาที่ครบเครื่องแค่ไหน แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนควรฉีดนะครับ ตัวยาแต่ละชนิดมีโจทย์ที่มันถนัดที่สุดของมันอยู่ จากประสบการณ์ดูแลคนไข้งานผิวของผม กลุ่มที่ฉีด NCTF 135HA แล้วเห็นการเปลี่ยนแปลงคุ้มค่าที่สุดคือกลุ่มต่อไปนี้ ลองเช็คดูว่าคุณตรงกับข้อไหนบ้างครับ
- คนพักผ่อนน้อย หน้าโทรม หมองคล้ำ: นี่คือกลุ่มเป้าหมายอันดับหนึ่งของตัวยานี้ครับ คนทำงานหนัก นอนดึก เครียดสะสม จนหน้าดูไม่มีชีวิตชีวาแม้จะแต่งหน้าแล้วก็ตาม สารอาหารในสูตรออกแบบมาเพื่อรีเฟรชผิวแบบนี้โดยตรง ให้ผิวกลับมาดูสดใสเหมือนคนได้นอนเต็มอิ่ม
- คนอยากได้งานผิวฉ่ำแบบผิวกระจก: สำหรับคนที่พื้นผิวไม่ได้มีปัญหาใหญ่ แต่อยากอัปเกรดให้ผิวดูแพงขึ้น เล่นแสงสวยแบบไม่ต้องพึ่งไฮไลท์ หรือเตรียมผิวก่อนถ่ายงาน ตัวยานี้ช่วยปรับเนื้อผิวให้เงางามขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
- คนที่เริ่มมีริ้วรอยแรกเริ่มและผิวแห้งกร้าน: ช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไปเป็นจุดที่คอลลาเจนเริ่มลดลง หลายคนจะเริ่มเห็นริ้วรอยเล็ก ๆ ที่หางตา ผิวแห้งลอกเป็นขุย หรือรู้สึกว่าผิวไม่เด้งเท่าเดิม การเติมสารอาหารร่วมกับ Hyaluronic Acid ในจังหวะนี้ช่วยชะลอและฟื้นฟูได้ตรงช่วงเวลาพอดี
- คนมีปัญหารอยคล้ำใต้ตา: ข้อนี้เป็นจุดแข็งเฉพาะตัวที่เมโสหลายตัวทำไม่ได้ครับ เพราะเนื้อยาละเอียดพอที่แพทย์จะฉีดเก็บรายละเอียดบริเวณรอบดวงตาได้ ช่วยให้ใต้ตาที่หมองคล้ำและเบ้าตาที่ดูลึกโหลกลับมาดูสดใสตื้นขึ้น ทั้งนี้รอบดวงตาเป็นบริเวณบอบบาง ต้องทำโดยแพทย์ที่ชำนาญเท่านั้น
- ว่าที่เจ้าสาวหรือคนที่มีงานสำคัญใกล้เข้ามา: ด้วยระยะพักฟื้นที่สั้นและผลด้านความกระจ่างใสที่มาไว ตัวยานี้จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการเตรียมผิวก่อนวันสำคัญ ผมแนะนำให้เผื่อเวลาฉีดล่วงหน้าตามคอร์ส เพื่อให้ผิวถึงจุดพีคพอดีช่วงวันงานครับ
ถ้าอ่านแล้วพบว่าตรงกับตัวเองหลายข้อ ตัวยานี้ก็มีแนวโน้มเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ แต่ถ้าปัญหาหลักของคุณเป็นเรื่องอื่น เช่น หลุมสิวชัด ผิวแพ้ง่ายเรื้อรัง หรือผิวแห้งขาดน้ำรุนแรง อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าต้องเป็นตัวนี้นะครับ เพราะมีตัวยาที่ตอบโจทย์เหล่านั้นได้ตรงกว่า ซึ่งผมจะเปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ ในหัวข้อถัดไปครับ
NCTF 135HA ต่างจาก Rejuran และ Skin Booster อย่างไร
คำถามคลาสสิกที่คนไข้ถามผมบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจคือ สามตัวนี้ต่างกันตรงไหน เพราะดูเผิน ๆ เหมือนจะช่วยให้หน้าใสเหมือนกันหมด ความจริงแล้วทั้งสามตัวมีกลไกการทำงานคนละแบบ และออกแบบมาแก้โจทย์คนละเรื่องกันเลยครับ เข้าใจความต่างตรงนี้แล้ว โอกาสเลือกผิดจะน้อยลงมาก
เริ่มจาก NCTF 135HA ซึ่งเป็นสายเติมอาหารผิว จุดเด่นคือความครบของสารอาหาร 59 ชนิดที่เข้าไปฟื้นฟูเซลล์ผิวให้กลับมาทำงานเต็มที่ ผลลัพธ์เด่นจึงเป็นเรื่องความกระจ่างใส ผิวฉ่ำมีออร่า และลดความหมองคล้ำ เหมาะที่สุดกับคนหน้าโทรม พักผ่อนน้อย หรือต้องการเตรียมผิวก่อนงานสำคัญอย่างที่เล่าไปครับ
ตัวที่สองคือ Rejuran ของ Dr.Lock Clinic ซึ่งเป็นสายซ่อมแซมโครงสร้างผิว ทำงานด้วย Polynucleotide ( PN ) ที่เน้นฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิวที่เสียหายในระดับลึก ผลลัพธ์เด่นคือผิวแข็งแรงขึ้น หลุมสิวตื้น ๆ ดูเรียบขึ้น และรูขุมขนกระชับ เหมาะกับคนที่ผิวผ่านศึกสิวมาหนัก ผิวบาง หรือผิวแพ้ง่ายที่ต้องการซ่อมเกราะป้องกันผิวเป็นหลัก
ตัวที่สามคือ Skin Booster ของ Dr.Lock Clinic อย่าง Restylane Vital Light หรือ Belotero Revive ซึ่งเป็นสายเติมน้ำโดยเฉพาะ ตัวนี้จัดเป็นฟิลเลอร์งานผิวที่ใช้ Hyaluronic Acid เข้มข้น จุดเด่นคือความชุ่มชื้นที่อัดแน่นและอยู่ได้นานกว่าเมโสทั่วไปมาก เหมาะกับคนที่ปัญหาหลักคือผิวแห้งขาดน้ำรุนแรง ผิวสาก หรือแต่งหน้าไม่ติดเป็นประจำ
เพื่อให้เทียบกันได้ในตาเดียว ผมสรุปเป็นตารางไว้ให้ครับ
ตารางเปรียบเทียบ NCTF 135HA, Rejuran และ Skin Booster
| คุณสมบัติ | NCTF 135HA | Rejuran | Skin Booster |
|---|---|---|---|
| แนวทางการทำงาน | เติมอาหารผิว ฟื้นฟูเซลล์ | ซ่อมแซมโครงสร้างผิว | เติมน้ำให้ผิวชั้นลึก |
| เน้นแก้ปัญหา | หน้าหมอง ผิวโทรม ใต้ตาคล้ำ | หลุมสิวตื้น ผิวบาง รูขุมขนกว้าง | ผิวแห้งขาดน้ำ ผิวสาก แต่งหน้าไม่ติด |
| ผลลัพธ์เด่น | กระจ่างใส ฉ่ำวาว มีออร่า | ผิวแข็งแรง เนื้อผิวเรียบขึ้น | อิ่มน้ำ ชุ่มชื้น เรียบเนียน |
| ความรู้สึกขณะทำ | ระคายน้อย เนื้อยาเหลว | แสบกว่าเล็กน้อย เนื้อยาหนืด | ระคายน้อย มียาชาผสมในตัว |
| ความถี่ที่แนะนำ | ช่วงแรก 3 ครั้ง เว้นทุก 2 สัปดาห์ | 3 ครั้ง เว้นทุก 1 เดือน | 1 ครั้ง เว้นทุก 3-6 เดือน |
วิธีใช้ตารางนี้ให้เกิดประโยชน์จริงคือ ให้ยึดที่แถวเน้นแก้ปัญหาเป็นหลัก แล้วถามตัวเองว่าปัญหาที่กวนใจเรามากที่สุดคือข้อไหน ไม่ใช่เลือกจากตัวที่คนพูดถึงเยอะที่สุดครับ และในเคสที่ปัญหาคาบเกี่ยวกันหลายด้าน เช่น ทั้งหน้าโทรมและมีหลุมสิวตื้น การให้แพทย์ประเมินหน้างานจะช่วยจัดลำดับได้ว่าควรเริ่มตัวไหนก่อน หรือบางเคสก็วางแผนฉีดสลับกันคนละรอบเพื่อเก็บผลลัพธ์ทั้งสองด้านได้เช่นกันครับ
วิธีเช็คของแท้ NCTF 135HA by FILLMED ดูอย่างไรให้ปลอดภัย
ก่อนพูดเรื่องวิธีเช็ค มีข้อมูลสำคัญที่ต้องอัปเดตให้ทราบก่อน เพราะเป็นจุดที่ทำให้หลายคนสับสนหรือเข้าใจผิดว่าเจอของปลอมครับ ปัจจุบันบริษัทแม่ที่ฝรั่งเศสได้รีแบรนด์ไลน์ผลิตภัณฑ์กลุ่มยาฉีดจากชื่อเดิม Filorga เป็นชื่อใหม่ว่า FILLMED ( Laboratoires FILLMED ) เพื่อแยกให้ชัดระหว่างสองสายผลิตภัณฑ์ คือฝั่งสกินแคร์สำหรับทาที่วางขายทั่วไปยังใช้ชื่อ Filorga เหมือนเดิม ( รวมถึงไลน์เซรั่มอย่าง NCTF Reverse ที่เป็นคนละอย่างกับยาฉีดนะครับ ) ส่วนฝั่งยาฉีดสำหรับใช้ในสถานพยาบาลเปลี่ยนมาอยู่ใต้ชื่อ FILLMED ทั้งหมด ดังนั้นถ้าเห็นกล่องยาเขียนว่า NCTF 135HA by FILLMED ไม่ต้องตกใจ นั่นคือของแท้โฉมปัจจุบัน สูตรเดียวกัน โรงงานเดียวกัน เปลี่ยนแค่ชื่อแบรนด์บนกล่องครับ
เรื่องที่ต้องระวังจริง ๆ คือของปลอมและยาหิ้วที่ระบาดในตลาดเมโสหน้าใส ซึ่งเสี่ยงทั้งการติดเชื้อและสารที่ไม่รู้ที่มา ก่อนฉีดทุกครั้ง คุณมีสิทธิ์ขอตรวจสอบตัวยา และนี่คือจุดสังเกตของแท้ที่เช็คได้ด้วยตัวเองครับ
- สติกเกอร์ Hologram บนหน้ากล่อง: ของแท้จะมีสติกเกอร์โฮโลแกรมกันปลอมติดอยู่ชัดเจน สภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยฉีกขาดหรือรอยแกะซ้ำ
- QR Code สำหรับเช็คยาแท้: ด้านข้างหรือฝากล่องจะมี QR Code ระบบ HiddenTag ให้ขูดแล้วสแกนด้วยสมาร์ทโฟน เพื่อตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าได้ทันที โดยผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการในไทยคือบริษัท Y.S. Medical
- ฉลากและเอกสารกำกับยาภาษาไทย: ยาที่นำเข้าถูกต้องต้องมีฉลากภาษาไทยพร้อมเลขทะเบียน อย. ระบุชัดเจน ถ้าเป็นกล่องที่มีแต่ภาษาต่างประเทศล้วนโดยไม่มีฉลากไทยเลย ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
- เลข Lot ตรงกันทั้งขวดและกล่อง: เลข Lot Number ที่ก้นขวดแก้วต้องตรงกับเลขที่พิมพ์บนกล่องภายนอก ถ้าไม่ตรงกันแปลว่ามีการสลับขวดหรือแยกขายมา ไม่ควรฉีดเด็ดขาดครับ
ที่ Dr.Lock Clinic เรามีแนวทางที่ยึดถือมาตลอดคือแกะกล่องยาใหม่ให้คนไข้ดูต่อหน้าทุกเคสก่อนฉีด คุณสามารถตรวจขวด สแกนเช็ค และขอนำกล่องกลับบ้านได้ เพราะผมเชื่อว่าความสบายใจของคนไข้ต้องเริ่มจากการได้เห็นด้วยตาตัวเองว่าสิ่งที่กำลังจะเข้าสู่ผิวหน้าคืออะไร มาจากไหน ไม่ใช่แค่คำบอกเล่าของคลินิกครับ
ราคา NCTF 135HA อัปเดตโปรโมชั่นปี 2026
มาถึงเรื่องที่หลายคนรอครับ ที่ Dr.Lock Clinic เราตั้งราคาโดยยึดหลักการรักษาที่เห็นผลจริงและต่อเนื่อง จึงออกแบบเป็นเซตราคาที่จูงใจให้ทำครบคอร์ส เพราะธรรมชาติของตัวยานี้ให้ผลดีที่สุดเมื่อฉีดสะสมต่อเนื่องในช่วงแรก โดยราคาโปรโมชั่นปัจจุบันเป็นดังนี้ครับ
- ฉีด 1 ครั้ง ราคา 7,990 บาท: เหมาะสำหรับคนที่อยากทดลองฉีดดูก่อนว่าถูกใจไหม หรือต้องการรีเฟรชผิวเร่งด่วนรอบเดียวก่อนวันสำคัญ
- ฉีด 2 ครั้ง ราคา 15,980 บาท: สำหรับคนที่วางแผนฉีดต่อเนื่องแต่ยังไม่พร้อมผูกคอร์สยาว
- ฉีด 3 ครั้ง ราคา 19,500 บาท: ตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด เฉลี่ยเหลือครั้งละ 6,500 บาท และเป็นจำนวนครั้งที่ตรงกับแนวทางการฉีดช่วงบูสต์ที่ผมแนะนำพอดีครับ
เหตุผลที่ผมมักแนะนำคอร์ส 3 ครั้งไม่ใช่เรื่องยอดขายนะครับ แต่เป็นเรื่องกลไกของตัวยาล้วน ๆ การฟื้นฟูผิวด้วยสารอาหารต้องอาศัยการเติมต่อเนื่องในช่วงแรกเพื่อยกระดับสารอาหารในชั้นผิวให้ถึงจุดที่เซลล์ทำงานได้เต็มที่ แนวทางที่ใช้คือฉีด 3 ครั้งแรกโดยเว้นระยะทุก 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงค่อยเว้นห่างออกเป็นการฉีดคงสภาพผิวตามที่แพทย์ประเมิน การฉีดครั้งเดียวแล้วหายไปหลายเดือนจึงได้ผลไม่เต็มศักยภาพของตัวยาเท่าการทำตามรอบครับ
ราคาข้างต้นรวมค่าแพทย์และค่าเวชภัณฑ์แล้ว ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงเพิ่มที่หน้างาน ทั้งนี้โปรโมชั่นอาจปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลา แนะนำให้ทักแชทสอบถามโปรโมชั่นล่าสุดก่อนเข้ามา หรือถ้ายังไม่แน่ใจว่าผิวตัวเองควรฉีดกี่ครั้ง เข้ามาให้แพทย์ประเมินก่อนได้โดยไม่มีข้อผูกมัดครับ
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ และการดูแลหลังฉีด
แม้จะเป็นหัตถการที่อ่อนโยนและแทบไม่ต้องพักฟื้น แต่ก็เป็นการฉีดสารเข้าสู่ผิวหนังจริง ๆ จึงมีเรื่องที่ควรรู้ทั้งฝั่งก่อนทำและหลังทำครับ เริ่มจากกลุ่มที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเสมอในขั้นตอนประเมิน ได้แก่ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้เลื่อนการทำออกไปก่อนเพราะยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอสำหรับคนกลุ่มนี้ ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือสิวอักเสบรุนแรงบริเวณที่จะฉีด ควรรักษาให้สงบก่อนเพื่อไม่ให้การอักเสบลุกลาม ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือมีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อวางแผนลดโอกาสเกิดรอยช้ำ โดยห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดหากไม่ได้ปรึกษาแพทย์ประจำตัว และผู้ที่มีประวัติแพ้ยา แพ้ยาชา หรือแพ้ส่วนประกอบใด ๆ ให้แจ้งข้อมูลทั้งหมดตามจริง แพทย์จะได้เลือกแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดให้ครับ
ส่วนการดูแลหลังฉีด ข่าวดีของตัวยานี้คือระยะพักฟื้นสั้นมากครับ หลังฉีดอาจมีรอยเข็มเล็ก ๆ หรือตุ่มนูนคล้ายยุงกัดกระจายตามจุดฉีด ซึ่งเนื้อยาที่เหลวจะซึมเข้าผิวและยุบไวภายในไม่กี่ชั่วโมง วันรุ่งขึ้นส่วนใหญ่สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติ สิ่งที่ต้องปฏิบัติมีไม่กี่ข้อ คือช่วง 4-6 ชั่วโมงแรกงดล้างหน้าและงดแต่งหน้าเพื่อกันสิ่งสกปรกเข้ารอยเข็มที่ยังเปิดอยู่ ช่วง 24 ชั่วโมงแรกงดแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนักเพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ ไม่กดนวดหรือคลึงบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก ปล่อยให้ตุ่มยุบเองตามธรรมชาติ และช่วงสองสัปดาห์แรกให้เลี่ยงความร้อนจัดอย่างซาวน่า อบไอน้ำ หรือเลเซอร์กลุ่มความร้อน เพราะความร้อนเร่งให้ Hyaluronic Acid ในสูตรสลายตัวเร็วกว่าที่ควร เสริมด้วยการดื่มน้ำให้มากและพักผ่อนให้พอ ผิวจะตอบสนองต่อสารอาหารได้เต็มที่ครับ
สำหรับใครที่อยากอ่านแนวทางเตรียมตัวก่อนฉีดและการดูแลหลังทำแบบละเอียดทุกขั้นตอน รวมถึงภาพรวมของงานฉีดฟื้นฟูผิวทุกโปรแกรมของเรา ผมเขียนรวมไว้ที่หน้า Custom Skin Quality ของ Dr.Lock Clinic สามารถเข้าไปศึกษาต่อได้เลยครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อย
รวบรวมข้อสงสัยที่พบบ่อยจากคนไข้จริง เพื่อช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนทำหัตถการได้อย่างมั่นใจครับ
ฉีด NCTF 135 HA เจ็บไหม
จัดอยู่ในระดับสบายผิวเมื่อเทียบกับเมโสตัวอื่นครับ เพราะเนื้อยาค่อนข้างเหลวและมีค่า pH ใกล้เคียงกับผิว ขณะเดินยาจึงแทบไม่รู้สึกแสบ ต่างจาก Rejuran ที่เนื้อหนืดกว่าและระคายมากกว่าเล็กน้อย นอกจากนี้ก่อนทำทุกครั้ง ทางคลินิกจะแปะยาชาให้ทั่วบริเวณนาน 30-45 นาที คนไข้ส่วนใหญ่จึงรู้สึกเพียงตึง ๆ ตามแนวเข็มเท่านั้น ใครที่กลัวเข็มเป็นพิเศษแจ้งทีมงานล่วงหน้าได้ เราจะดูแลเป็นพิเศษให้ครับ
ฉีดกี่ครั้งเห็นผล
ผิวจะเริ่มเนียนนุ่มลื่นขึ้นให้สัมผัสได้ตั้งแต่หลังทำครั้งแรกในช่วง 3-5 วันครับ ส่วนผลลัพธ์เรื่องความกระจ่างใสและรูขุมขนที่เห็นเต็มที่ ต้องอาศัยการฉีดต่อเนื่องช่วงแรก 3 ครั้ง โดยเว้นระยะทุก 2 สัปดาห์ เพื่อสะสมระดับสารอาหารในผิวให้ถึงจุดที่เซลล์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นการฉีดคงสภาพผิวตามรอบที่แพทย์แนะนำ ทั้งนี้ความเร็วในการเห็นผลของแต่ละคนต่างกันตามสภาพผิวตั้งต้นนะครับ
NCTF 135 HA ฉีดใต้ตาได้ไหม
ทำได้ และเป็นจุดแข็งเฉพาะตัวของตัวยานี้เลยครับ เพราะเนื้อยาละเอียดและกระจายตัวดี เมื่อฉีดบริเวณรอบดวงตาแล้วไม่จับตัวเป็นก้อน ผลลัพธ์จึงดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ ช่วยดูแลทั้งรอยคล้ำใต้ตาจากผิวขาดสารอาหาร และริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาให้ดูจางลง อย่างไรก็ตาม รอบดวงตาเป็นบริเวณที่ผิวบางและบอบบางที่สุดของใบหน้า การฉีดจุดนี้ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้น อย่าเสี่ยงกับการฉีดนอกสถานพยาบาลเด็ดขาดครับ
หลังฉีดหน้าบวมไหม พักฟื้นกี่วัน
แทบไม่ต้องพักฟื้นเลยครับ หลังฉีดจะมีเพียงรอยเข็มเล็ก ๆ หรือตุ่มนูนคล้ายยุงกัดตามจุดฉีด ซึ่งยุบไวมากภายในประมาณ 2-4 ชั่วโมง เร็วกว่า Rejuran ที่ตุ่มมักอยู่ข้ามวันพอสมควร วันรุ่งขึ้นสามารถทาครีมบำรุงและแต่งหน้าได้ตามปกติ หลายคนจึงนิยมนัดฉีดช่วงเย็นหลังเลิกงาน ตื่นเช้ามาก็ใช้ชีวิตได้ตามเดิมโดยไม่มีใครสังเกตเห็นครับ
ฉีดร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม
ทำควบคู่กับ Botox หรือ Filler ในวันเดียวกันได้ครับ เพราะทำงานคนละชั้นผิวและไม่รบกวนกัน แต่สำหรับหัตถการกลุ่มที่ใช้ความร้อน เช่น เลเซอร์หรือเครื่องยกกระชับ แนะนำให้เว้นระยะห่างกันประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ฟื้นฟูผิวได้เต็มที่ก่อน โดยลำดับว่าควรทำอะไรก่อนหลังในแต่ละเคส แพทย์จะเป็นผู้วางแผนให้ตามเป้าหมายผิวของคุณครับ
สรุป Filorga NCTF 135HA ดีไหม เหมาะกับผิวแบบใคร
ถ้าโจทย์ของคุณคือผิวโทรม หมองคล้ำจากการพักผ่อนน้อย อยากได้ผิวฉ่ำมีออร่าแบบเห็นการเปลี่ยนแปลงไว หรือกำลังเตรียมผิวก่อนวันสำคัญ วิตามินผิวจากฝรั่งเศสตัวนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ตรงที่สุดในกลุ่มงานฟื้นฟูผิวครับ ด้วยสารอาหาร 59 ชนิดที่ออกแบบมาให้ฟื้นฟูเซลล์ผิวอย่างครบวงจร และระยะพักฟื้นที่สั้นจนแทบไม่กระทบชีวิตประจำวัน แต่ถ้าปัญหาหลักของคุณคือหลุมสิว ผิวบาง หรือผิวแห้งขาดน้ำรุนแรง อย่าลืมว่ามีตัวยาที่เกิดมาเพื่อโจทย์เหล่านั้นโดยเฉพาะ ลองย้อนดูตารางเปรียบเทียบด้านบน หรือให้แพทย์ช่วยประเมินจะแม่นยำที่สุด
สิ่งที่ผมอยากฝากทิ้งท้ายคือ ตัวยาดีเป็นแค่ครึ่งเดียวของผลลัพธ์ครับ อีกครึ่งอยู่ที่การประเมินผิวให้ถูกจุด เทคนิคการฉีด และความแท้ของตัวยา ก่อนตัดสินใจฉีดที่ไหนก็ตาม อย่าลืมใช้สิทธิ์ขอดูกล่องยา เช็คโฮโลแกรมและเลข Lot ตามแนวทางที่ผมเล่าไว้ เพราะราคาที่ถูกผิดปกติมักมาพร้อมความเสี่ยงที่มองไม่เห็นเสมอ
หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณเหมาะกับตัวยานี้หรือควรเริ่มจากโปรแกรมอื่น ส่งรูปหน้าสดเข้ามาให้ผมประเมินเบื้องต้นได้ฟรีทาง Line Official: @drlockclinic ผมจะแนะนำตามสภาพผิวจริง เหมาะกับอะไรบอกตามนั้น ไม่เชียร์เกินความจำเป็น และไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์ของแต่ละหัตถการขึ้นอยู่กับสภาพผิวและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการประเมินและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทุกครั้ง