ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ที่ Dr.Lock Clinic
ประเมินทั้งผิวและกล้ามเนื้อคอก่อนฉีด เพื่อดูว่าแนวกรอบหน้าของแต่ละคนเหมาะกับการยกด้วยโบท็อกแค่ไหน
Home » Aesthetic Treatment » Botox » โบท็อกลิฟกรอบหน้า
- Published:
- Last Modified: ตุลาคม 29, 2026
แนวกรอบหน้าที่เคยคมเริ่มดูไม่ชัดเหมือนเดิม มุมปากดูตกลงนิดหน่อย ทั้งที่น้ำหนักตัวก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย หลายคนที่มาปรึกษาผมด้วยเรื่องนี้กำลังสนใจโบท็อกลิฟกรอบหน้า เพราะไม่ต้องผ่าตัดและใช้เวลาไม่นาน ผมหมอล็อค (นพ.สรวิศ ปางเศรณี ว.52448) ขอบอกตามจริงตั้งแต่ต้นครับว่า การลิฟกรอบหน้าด้วยโบท็อกเป็นการยกในระดับเบา ได้ผลดีกับบางเคส แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน
สิ่งที่คุณจะได้รับจากบทความนี้ คือความเข้าใจว่าการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าทำงานกับผิวและกล้ามเนื้อคออย่างไร เคสแบบไหนเหมาะ และเคสแบบไหนควรใช้วิธีอื่น พร้อมข้อมูลยี่ห้อ ยูนิต ระยะเห็นผล ผลข้างเคียงที่ควรรู้ และราคา เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ตรงกับปัญหาของตัวเองนะครับ
เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน
Toggleโบท็อกลิฟกรอบหน้า คืออะไร ฉีดตรงไหน
โบท็อกลิฟกรอบหน้า คือการฉีด Botox ตามแนวกรอบหน้าและลำคอช่วงบน เพื่อลดแรงที่ดึงใบหน้าช่วงล่างลง ที่ Dr.Lock Clinic ผมฉีดใน 2 ชั้น คือชั้นผิวตื้น (Dermis) บริเวณกรอบหน้า และกล้ามเนื้อ Platysma เป็นการยกกระชับจากผิวและพังผืด (Skin & Fibrotic Lifting) หลักการนี้ใช้การลดการทำงานของกล้ามเนื้อเหมือนตำแหน่งอื่นของ โบท็อกของ Dr.Lock Clinic แต่ต่างกันที่ชั้นและจุดที่ฉีดครับ
กล้ามเนื้อ Platysma เป็นกล้ามเนื้อแผ่นบางที่คลุมลำคอเกือบทั้งหมด และแผ่ขึ้นมาถึงใบหน้าช่วงล่าง หน้าที่ของมันคือดึงมุมปากและใบหน้าส่วนล่างลง พออายุมากขึ้น แรงดึงของกล้ามเนื้อนี้ประกอบกับผิวที่เริ่มหย่อน ทำให้แนวขอบกรามดูไม่คมเหมือนเดิม เมื่อใช้ Botox ลดแรงดึงลงของ Platysma กล้ามเนื้อกลุ่มที่ยกใบหน้าก็ทำงานได้เด่นขึ้น ใบหน้าช่วงล่างจึงดูยกขึ้นเล็กน้อย
ในทางการแพทย์ เทคนิคนี้มีชื่อเรียกต่างกันตามชั้นที่ฉีด แบบที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อตามขอบกรามรู้จักกันในชื่อ Nefertiti Lift ส่วนแบบที่ฉีดตื้นในชั้นผิวเรียกว่า Microbotox
อีกเรื่องที่ควรรู้ คือข้อบ่งใช้ที่ FDA สหรัฐรับรองของ Botox Cosmetic (Allergan) ครอบคลุมแถบกล้ามเนื้อแนวตั้งที่คอ (Platysma Bands) ซึ่งเพิ่มเข้ามาในปี 2024 ส่วนการฉีดเพื่อยกแนวกรอบหน้ายังไม่อยู่ในข้อบ่งใช้นี้ (อ้างอิง: เอกสารกำกับยา Botox Cosmetic) การลิฟกรอบหน้าจึงเป็นการใช้ตามการประเมินของแพทย์ และผลที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวกับกล้ามเนื้อของแต่ละคนครับ
ลิฟกรอบหน้าด้วยโบท็อก ช่วยเรื่องไหน ได้ผลจริงไหม
ผลของโบท็อกลิฟกรอบหน้ามาจากการลดแรงดึงลงของกล้ามเนื้อ ร่วมกับการทำงานกับผิวชั้นตื้นตามแนวกรอบหน้า เรื่องที่ช่วยได้จึงเป็นปัญหาที่เกิดจากแรงดึงและผิวที่เริ่มหย่อนในระดับไม่มาก ส่วนปัญหาที่มาจากไขมันหรือโครงกระดูก โบท็อกช่วยได้น้อยครับ
ในเคสที่เหมาะ คนไข้มักสังเกตว่าแนวขอบกรามดูเก็บขึ้น เส้นจากใต้หูลงมาถึงคางดูต่อเนื่องกว่าเดิม และผิวบริเวณกรอบหน้ารู้สึกกระชับขึ้น บางคนที่มุมปากถูกดึงลงจนหน้าดูบึ้งตอนนิ่ง ก็จะเห็นว่ามุมปากดูผ่อนคลายขึ้นด้วย สำหรับคนที่มีแถบกล้ามเนื้อนูนขึ้นที่คอเวลาเกร็ง การฉีดเข้า Platysma ช่วยให้แถบเหล่านี้ดูนุ่มลง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ในข้อบ่งใช้ของ Botox Cosmetic ตามที่เล่าไว้ในหัวข้อก่อน
ถ้าถามว่าได้ผลจริงไหม คำตอบของผมคือได้ผลจริงในระดับเบา และต้องเลือกเคสให้ถูกครับ ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นเป็นการยกเล็กน้อย ไม่ได้เปลี่ยนรูปหน้าแบบการผ่าตัดดึงหน้า ผลที่ได้ก็เป็นแบบชั่วคราว เมื่อยาหมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานตามเดิม
ส่วนเรื่องที่โบท็อกลิฟกรอบหน้าช่วยไม่ได้ มีอยู่สามกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือไขมันสะสมใต้คางหรือตามแนวกราม เพราะ Botox ไม่ได้ลดไขมัน กลุ่มที่สองคือผิวที่หย่อนมากจนมีผิวส่วนเกินห้อยลงมา แรงยกจากโบท็อกไม่พอจะดึงผิวส่วนนี้ขึ้นได้ และกลุ่มสุดท้ายคือคางสั้นหรือกรอบหน้าที่ไม่ชัดจากโครงกระดูก ซึ่งต้องเสริมโครงสร้างด้วยวิธีอื่น เคสเหล่านี้ผมจะแนะนำวิธีที่ตรงกับสาเหตุมากกว่า โดยเทียบให้ดูในหัวข้อเปรียบเทียบวิธีด้านล่างครับ
อีกเรื่องที่หลายคนสับสน คือลิฟกรอบหน้ากับการฉีดโบท็อกที่กราม สองอย่างนี้ทำงานต่างกันนะครับ โบท็อกกรามของ Dr.Lock Clinic ฉีดเข้ากล้ามเนื้อกราม (Masseter) เพื่อให้กล้ามเนื้อเล็กลง ใบหน้าช่วงล่างจึงดูแคบลง ส่วนลิฟกรอบหน้าไม่ได้ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม แต่ลดแรงดึงลงของ Platysma และทำงานกับผิวชั้นตื้น คนที่หน้าช่วงล่างกว้างเพราะกล้ามเนื้อกรามใหญ่จึงเหมาะกับการฉีดกรามมากกว่า สำหรับคนที่มีทั้งกล้ามเนื้อกรามใหญ่และแนวกรอบหน้าเริ่มหย่อน ผมจะประเมินวางแผนการรักษา
ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า เหมาะกับใคร และเมื่อไหร่ควรใช้วิธีอื่น
แนวกรอบหน้าที่ดูไม่ชัดขึ้นตามวัยไม่ได้มีสาเหตุเดียวครับ ผิวที่ค่อย ๆ เสียความยืดหยุ่น ไขมันใต้ผิวที่เคลื่อนต่ำลงหรือสะสมเพิ่มบริเวณแนวกรามและใต้คาง แรงดึงของกล้ามเนื้อ Platysma รวมถึงโครงหน้าที่แต่ละคนมีมาแต่เดิม ล้วนทำให้เส้นขอบกรามดูเลือนไปได้ หลายคนเจอหลายสาเหตุพร้อมกัน ผลของโบท็อกลิฟกรอบหน้าในแต่ละคนจึงออกมาไม่เท่ากัน
เคสที่ได้ประโยชน์จากการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้ามากที่สุด คือคนที่แนวกรอบหน้าเริ่มเลือนในระดับต้นถึงปานกลาง ผิวยังยืดหยุ่นดี และไม่มีไขมันใต้คางมากนัก ถ้าลองเกร็งคอหรือดึงมุมปากลงแล้วเห็นแถบกล้ามเนื้อนูนขึ้นชัด ก็เป็นสัญญาณว่าแรงดึงจากกล้ามเนื้อมีส่วนอยู่ไม่น้อย ซึ่งเป็นจุดที่โบท็อกทำงานได้ตรง นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ไม่อยากพักฟื้น และเข้าใจว่าต้องกลับมาฉีดซ้ำเมื่อยาหมดฤทธิ์
ส่วนเคสที่โบท็อกลิฟกรอบหน้าอย่างเดียวมักไม่พอ ผมจะดูก่อนว่าสาเหตุหลักคืออะไร แล้วแนะนำวิธีที่ตรงกับสาเหตุนั้น ซึ่งบางกรณีก็ใช้ร่วมกับโบท็อกได้ด้วย
- ผิวหย่อนมากหรือมีผิวส่วนเกิน แรงยกจากโบท็อกไม่พอจะดึงขึ้น ต้องใช้วิธีที่ยกหรือกระชับเนื้อเยื่อได้มากกว่า เช่น ร้อยไหม หรือเครื่องยกกระชับอย่าง HIFU และ XERF และในเคสที่หย่อนมากจริง ๆ การผ่าตัดอาจเป็นทางที่ตรงกว่า
- ไขมันใต้คางหรือตามแนวกรามเยอะ Botox ไม่ได้ลดไขมัน จึงควรจัดการเรื่องไขมันก่อน เช่น Meso Fat แล้วค่อยดูว่ายังต้องยกด้วยโบท็อกเพิ่มหรือไม่
- กรอบหน้าไม่ชัดจากโครงหน้าหรือคางสั้น ปัญหาอยู่ที่โครงสร้าง ไม่ใช่แรงดึง การเสริมคางหรือแนวกรอบหน้าด้วย ฟิลเลอร์ของ Dr.Lock Clinic จะตอบโจทย์ได้ตรงกว่า
เคสที่ประเมินแล้วว่าโบท็อกจะช่วยได้น้อย ผมจะแนะนำให้เริ่มจากวิธีที่ตรงสาเหตุก่อน แล้วค่อยพิจารณาโบท็อกเสริมภายหลังถ้ายังจำเป็น รายละเอียดของแต่ละวิธีเทียบไว้ให้ในหัวข้อถัดไปอีกช่วงหนึ่งครับ
ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ยี่ห้อไหนดี เลือกตามอะไร
ที่ Dr.Lock Clinic มี Botox ให้เลือก 3 ยี่ห้อ ทุกยี่ห้อมีทะเบียน อย. ไทย ยี่ห้อที่ผมใช้เป็นหลักกับทุกตำแหน่งคือ Aestox ส่วนยี่ห้ออื่นเลือกตามการประเมินแต่ละเคส ปัจจัยที่ผมดูกับลิฟกรอบหน้า คือลักษณะการกระจายตัวของยาเมื่อต้องฉีดใกล้กล้ามเนื้อรอบปาก ประวัติการฉีดโบท็อกของคนไข้ และความกังวลเรื่องดื้อยา เพราะลิฟกรอบหน้าเป็นหัตถการที่ต้องกลับมาฉีดซ้ำ อีกเรื่องที่ควรรู้คือหน่วยของแต่ละยี่ห้อนับคนละแบบ จำนวนยูนิตจึงเทียบกันตรง ๆ ข้ามยี่ห้อไม่ได้ครับ
Aestox
ยี่ห้อหลักจากเกาหลีใต้
Aestox ผลิตโดย Hugel ประเทศเกาหลีใต้ นำเข้าโดย บริษัท เอสเทค ฟาร์มา จำกัด ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย และ KFDA ของเกาหลี คลินิกมีทั้งขนาด 100 และ 200 ยูนิต เป็นยี่ห้อที่ผมเลือกใช้เป็นตัวแรกกับลิฟกรอบหน้า เพราะใช้ได้ทั้งการฉีดชั้นผิวและการฉีดกล้ามเนื้อ Platysma ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า Aestox ของ Dr.Lock Clinic
Xeomin
สำหรับคนที่กังวลเรื่องดื้อยา
Xeomin ผลิตโดย Merz ประเทศเยอรมนี นำเข้าโดย บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ตัวยาไม่มีโปรตีนห่อหุ้ม ผมจึงแนะนำให้คนที่กังวลเรื่องดื้อยา หรือวางแผนว่าจะฉีดลิฟกรอบหน้าต่อเนื่องหลายรอบ ข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ที่ Xeomin ของ Dr.Lock Clinic
Allergan
ยี่ห้อที่ยากระจายตัวแคบ
Allergan เป็นแบรนด์จากสหรัฐอเมริกา ยากระจายตัวแคบ ผมใช้กับจุดที่ต้องการความแม่นยำ และกับคนที่เคยฉีดยี่ห้ออื่นแล้วเห็นผลน้อย Botox Cosmetic ของ Allergan ยังเป็นยี่ห้อที่ FDA สหรัฐรับรองข้อบ่งใช้สำหรับแถบกล้ามเนื้อแนวตั้งที่คอ แม้ข้อบ่งใช้นี้จะไม่รวมการยกแนวกรอบหน้าก็ตาม ดูรายละเอียดได้ที่ Allergan ของ Dr.Lock Clinic
ลิฟกรอบหน้าด้วยโบท็อก ต่างจากวิธีอื่นอย่างไร
วิธีที่ช่วยเรื่องแนวกรอบหน้ามีหลายแบบ และแต่ละแบบทำงานกับคนละชั้น โบท็อกทำงานกับแรงดึงของกล้ามเนื้อ ร้อยไหมยกเนื้อเยื่อที่หย่อน เครื่องอย่าง HIFU และ XERF ใช้พลังงานกระตุ้นให้ผิวกระชับ ส่วน Meso Fat จัดการเรื่องไขมัน ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นว่าแต่ละวิธีเหมาะกับปัญหาแบบไหน เพื่อให้เลือกได้ตรงกับสาเหตุของตัวเองครับ
| วิธี | เหมาะกับปัญหาแบบไหน | ทำงานอย่างไร | ผลที่ได้ |
|---|---|---|---|
| โบท็อกลิฟกรอบหน้า (Botox Lift) | แนวกรอบหน้าเริ่มเลือนระดับต้นถึงปานกลาง ผิวยังยืดหยุ่น และมีแรงดึงจากกล้ามเนื้อคอ | ลดแรงดึงลงของกล้ามเนื้อ Platysma ร่วมกับฉีดชั้นผิวตื้นตามแนวกรอบหน้า | แนวกรอบหน้าดูยกขึ้นเล็กน้อย ไม่ต้องพักฟื้น ผลอยู่ชั่วคราวตามฤทธิ์ยา |
| โบท็อกกราม (Masseter Botox) อ่านต่อ โบท็อกกรามของ Dr.Lock Clinic | ใบหน้าช่วงล่างกว้างจากกล้ามเนื้อกรามใหญ่ | ลดการทำงานของกล้ามเนื้อกรามจนกล้ามเนื้อเล็กลง | ใบหน้าช่วงล่างดูแคบลง แต่ไม่ได้ยกผิว |
| ร้อยไหม (Thread Lift) อ่านต่อ ร้อยไหมของ Dr.Lock Clinic | ผิวและเนื้อเยื่อหย่อนชัด จนแรงยกจากโบท็อกไม่พอ | สอดไหมไว้ใต้ผิวเพื่อยกและพยุงเนื้อเยื่อขึ้น | ยกตำแหน่งเนื้อเยื่อได้มากกว่าการลดแรงดึงของกล้ามเนื้อ อาจมีบวมช้ำช่วงแรก |
| HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) อ่านต่อ HIFU ของ Dr.Lock Clinic | ผิวเริ่มหย่อน อยากให้กระชับขึ้นโดยไม่ใช้เข็ม | ส่งพลังงานอัลตราซาวด์ลงไปชั้นลึกใต้ผิว กระตุ้นให้เนื้อเยื่อหดตัวและสร้างคอลลาเจน | ผิวค่อย ๆ กระชับขึ้น คุณภาพผิวโดยรวมดีขึ้น |
| XERF (Dual-Frequency Monopolar RF) อ่านต่อ XERF ของ Dr.Lock Clinic | ผิวเริ่มหย่อนและอยากดูแลความกระชับทั้งใบหน้า | ใช้คลื่นวิทยุ 2 ความถี่ส่งความร้อนตั้งแต่ชั้นหนังแท้ถึงชั้นไขมันและรอยต่อ SMAS | ผิวค่อย ๆ กระชับขึ้น ไม่ต้องแปะยาชา |
| Meso Fat อ่านต่อ Meso Fat ของ Dr.Lock Clinic | ไขมันใต้คางหรือตามแนวกรามเยอะ | ฉีดสารที่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุด | ไขมันบริเวณที่ฉีดลดลง แต่ไม่ได้ยกผิว |
สำหรับคนที่ผิวหย่อนมากและมีผิวส่วนเกินที่คอ อีกทางเลือกหนึ่งคือการผ่าตัดดึงหน้าและคอ (Facelift / Neck Lift) ซึ่งตัดผิวส่วนเกินออกและยกชั้นกล้ามเนื้อขึ้น ให้ผลที่ชัดกว่าวิธีที่ไม่ผ่าตัดทุกแบบในตาราง แต่ต้องพักฟื้นและมีความเสี่ยงจากการผ่าตัดที่ต้องคุยกับศัลยแพทย์ให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ
แนวกรอบหน้าของคนส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งสาเหตุ บางเคสจึงใช้สองวิธีร่วมกัน เช่น ลดไขมันก่อนแล้วค่อยลิฟด้วยโบท็อก หรือใช้เครื่องดูแลผิวควบคู่กับการลดแรงดึงของกล้ามเนื้อ ลำดับและระยะห่างระหว่างแต่ละวิธี ผมวางแผนจากผลการประเมินของแต่ละคนครับ
ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า อันตรายไหม
การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าโดยแพทย์ที่วางปริมาณและตำแหน่งได้เหมาะสม ถือเป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงไม่สูง แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลข้างเคียงเลยครับ อาการที่พบได้บ่อยเป็นอาการเฉพาะที่ เช่น บวม แดง ช้ำเล็กน้อย หรือเจ็บตรงจุดฉีด ซึ่งมักดีขึ้นเองในไม่กี่วัน
ที่ต้องรู้เพิ่มคือผลข้างเคียงที่เฉพาะกับบริเวณคอและกรอบหน้า เพราะกล้ามเนื้อ Platysma อยู่ใกล้กล้ามเนื้อที่ใช้กลืนและออกเสียง และเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อรอบปาก มีงานวิจัยที่ทบทวนเรื่องนี้รายงานว่า ถ้าปริมาณยามากเกินไปหรือยากระจายลงไปถึงกล้ามเนื้อชั้นลึก อาจทำให้กลืนลำบาก เสียงเปลี่ยน หรือกล้ามเนื้อคออ่อนแรงได้ และถ้ายากระจายไปถึงกล้ามเนื้อที่ดึงริมฝีปากล่าง รอยยิ้มอาจดูไม่เท่ากันจนกว่าฤทธิ์ยาจะหมด (อ้างอิง: งานวิจัยใน PubMed Central) ความเสี่ยงกลุ่มนี้คือเหตุผลที่ผมดูรอยยิ้มก่อนฉีดทุกครั้ง วางจุดฉีดให้ห่างจากกล้ามเนื้อรอบปาก และเริ่มจากปริมาณที่พอดีแทนการฉีดมากไว้ก่อน
นอกจากอาการเฉพาะที่ เอกสารกำกับยาของ Botox ยังเตือนว่าฤทธิ์ยาอาจกระจายไปไกลจากจุดฉีดได้ แม้จะพบน้อย และอาการเกิดได้ตั้งแต่หลายชั่วโมงไปจนถึงหลายสัปดาห์หลังฉีด (อ้างอิง: เอกสารกำกับยา Botox Cosmetic) ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ให้ติดต่อคลินิกทันที หรือไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
- กลืนลำบาก สำลักบ่อย พูดไม่ชัด หรือเสียงแหบผิดปกติ
- หายใจลำบาก หรือรู้สึกหายใจไม่อิ่ม
- มองเห็นภาพซ้อน หรือหนังตาตก
- อ่อนแรงทั่วตัว หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
ใครควรเลื่อนหรือแจ้งหมอก่อนฉีด
ก่อนฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ผมซักประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ทุกครั้ง เพราะบางภาวะทำให้ไม่ควรฉีดในช่วงนั้น และบางภาวะยังฉีดได้แต่ต้องปรับแผนหรือเฝ้าระวังมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการกลืนและการหายใจ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการฉีดบริเวณคอครับ
กลุ่มที่ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน
- เคยแพ้ Botox หรือส่วนประกอบของยา ไม่ควรฉีดซ้ำทุกยี่ห้อ จนกว่าจะคุยกับแพทย์ให้ชัดว่าแพ้อะไร
- มีการติดเชื้อหรือผิวอักเสบบริเวณกรอบหน้าและลำคอ ควรรอให้หายดีก่อน เพราะการฉีดผ่านผิวที่ติดเชื้อเป็นข้อห้ามตามเอกสารกำกับยา
- ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ ที่คลินิกจึงไม่แนะนำให้ฉีดในช่วงนี้
- อายุต่ำกว่า 18 ปี เอกสารกำกับยาไม่แนะนำให้ใช้ในกลุ่มอายุนี้
กลุ่มที่ฉีดได้ แต่ต้องแจ้งหมอก่อน
- มีปัญหาการกลืนหรือการหายใจอยู่เดิม กลุ่มนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะการฉีดบริเวณคออาจทำให้อาการเดิมชัดขึ้น
- เป็นโรคของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เช่น ALS, Myasthenia Gravis หรือ Lambert-Eaton Syndrome ซึ่งทำให้ไวต่อฤทธิ์ยามากกว่าคนทั่วไป
- มีโรคหัวใจ ควรแจ้งให้หมอทราบเพื่อประเมินร่วมกับประวัติการรักษา
- ใช้ยาบางกลุ่มที่เสริมฤทธิ์ Botox เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Aminoglycosides ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยากลุ่ม Anticholinergic
- ใช้ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด อาจช้ำง่ายกว่าปกติ ห้ามหยุดยาเอง ให้แจ้งหมอเพื่อวางแผนร่วมกับแพทย์ประจำตัว
- เคยฉีดโบท็อกตำแหน่งอื่นภายใน 4 เดือนที่ผ่านมา หมอต้องนำปริมาณยาเดิมมาคิดรวมด้วย
ขั้นตอนการฉีดที่ Dr.Lock Clinic
การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าใช้เวลาไม่นาน แต่ส่วนที่ผมให้เวลามากที่สุดคือช่วงประเมินก่อนฉีด เพราะการตัดสินใจว่าจะฉีดชั้นไหน กี่จุด และปริมาณเท่าไร มีผลต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย ขั้นตอนที่คลินิกเป็นแบบนี้ครับ
- ปรึกษาและประเมิน ผมซักประวัติสุขภาพและยาที่ใช้ ดูใบหน้าทั้งตอนนิ่ง ตอนยิ้ม และตอนเกร็งคอ แล้วสรุปให้ฟังว่าเคสนี้เหมาะกับโบท็อกลิฟกรอบหน้าแค่ไหน ถ้าเหมาะ จะบอกยี่ห้อ ปริมาณยูนิต และค่าใช้จ่ายโดยประมาณก่อนเริ่ม ถ้าอยากกลับไปคิดก่อนก็ทำได้
- ทำเครื่องหมายจุดฉีด ผมกำหนดตำแหน่งตามแนวกรอบหน้าและแนวกล้ามเนื้อคอของแต่ละคน โดยเว้นระยะจากกล้ามเนื้อรอบปาก
- เตรียมผิว ทำความสะอาดบริเวณที่ฉีด แปะยาชา และประคบเย็นเพื่อลดความรู้สึกเจ็บ
- แกะกล่องและผสมยาต่อหน้า คุณจะเห็นตัวยาตั้งแต่ยังไม่เปิดกล่อง และผมสอนวิธีเช็กว่าเป็นยาแท้ไปพร้อมกัน
- ฉีดยา ฉีดชั้นผิวตื้นเป็นจุดเล็ก ๆ ตามแนวกรอบหน้า และฉีดเข้ากล้ามเนื้อ Platysma ตามแผนที่วางไว้ จะฉีดชั้นไหนมากน้อยเท่าไรขึ้นอยู่กับผลประเมินของแต่ละคน
- แนะนำการดูแลและนัดติดตาม หลังฉีดผมอธิบายการปฏิบัติตัว และนัดดูผลเมื่อยาออกฤทธิ์เต็มที่ เพื่อดูว่าต้องปรับเพิ่มจุดไหนหรือไม่
ใช้กี่ยูนิต กี่วันเห็นผล อยู่ได้กี่เดือน
ตัวเลขยูนิต ระยะเห็นผล และระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ เป็นสามเรื่องที่คนถามบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจ ทั้งสามเรื่องขึ้นอยู่กับแรงของกล้ามเนื้อ ความหย่อนของผิว และยี่ห้อที่ใช้ ตัวเลขด้านล่างจึงเป็นช่วงโดยประมาณ ตัวเลขของคุณจะชัดหลังผมประเมินครับ
ลิฟกรอบหน้าใช้กี่ยูนิต
โบท็อกลิฟกรอบหน้าใช้ประมาณ 30–50 ยูนิต แบ่งฉีดทั้งสองข้างของกรอบหน้าและลำคอ คนที่กล้ามเนื้อคอดึงแรงหรือมีแถบกล้ามเนื้อนูนชัด มักต้องใช้ปริมาณมากกว่าคนที่ปัญหาอยู่ที่ชั้นผิวเป็นหลัก กรอบหน้าสองข้างก็อาจใช้ยาไม่เท่ากัน ถ้าแรงดึงของกล้ามเนื้อแต่ละข้างต่างกัน ตัวเลขนี้นับตามหน่วยของ Botox ทั่วไป
ฉีดลิฟกรอบหน้ากี่วันเห็นผล
โบท็อกไม่ได้ให้ผลทันทีหลังฉีด เพราะยาต้องใช้เวลาออกฤทธิ์กับปลายประสาทที่สั่งงานกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกว่าคอและแนวกรอบหน้าตึงขึ้นเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์แรก และเห็นผลชัดราว 2 สัปดาห์หลังฉีด ช่วงนี้เองที่ผมนัดดูผล เพื่อประเมินว่าต้องเติมจุดไหนเพิ่มหรือไม่
ผลอยู่ได้กี่เดือน และควรฉีดซ้ำเมื่อไหร่
ผลของโบท็อกลิฟกรอบหน้าอยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เมื่อยาค่อย ๆ หมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานตามเดิม คนที่อยากคงผลไว้ต่อเนื่องสามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ โดยผมแนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 4-6 เดือน การฉีดถี่หรือใช้ขนาดยาสูงอาจเพิ่มโอกาสที่ร่างกายสร้างภูมิต่อยา จนฉีดครั้งต่อ ๆ ไปเห็นผลน้อยลง (อ้างอิง: เอกสารกำกับยา Botox Cosmetic) การเว้นระยะให้พอและใช้ปริมาณเท่าที่จำเป็นจึงสำคัญกับหัตถการที่ต้องฉีดซ้ำอย่างลิฟกรอบหน้า
เตรียมตัวก่อนฉีดและดูแลหลังฉีด
โบท็อกลิฟกรอบหน้าไม่ต้องเตรียมตัวยุ่งยาก และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เลยหลังฉีด แต่ช่วงไม่กี่ชั่วโมงถึงสองสัปดาห์แรกเป็นช่วงที่ยายังกระจายตัวไม่เต็มที่ การปฏิบัติตัวให้ถูกจึงช่วยให้ยาอยู่ในตำแหน่งที่วางแผนไว้ และลดโอกาสที่ยาจะเคลื่อนไปกล้ามเนื้อข้างเคียงครับ
ก่อนฉีด
- แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และอาหารเสริมทุกชนิดให้หมอทราบ รวมถึงประวัติการฉีดโบท็อกตำแหน่งอื่นในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา
- มาโดยไม่แต่งหน้าบริเวณกรอบหน้าและลำคอ หรือเผื่อเวลาล้างออกที่คลินิก เพื่อให้ทำความสะอาดผิวก่อนฉีดได้ทั่วถึง
หลังฉีด
- ไม่นอนราบ 3–4 ชั่วโมงแรก เพื่อไม่ให้ยาเคลื่อนออกจากตำแหน่งที่ฉีด
- งดนวด กด หรือคลึงบริเวณกรอบหน้าและลำคอ 2 สัปดาห์
- เลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือหัตถการที่ใช้ความร้อนกับผิว 2 สัปดาห์
- งดดื่มแอลกอฮอล์ 48 ชั่วโมง
- แต่งหน้าได้หลังฉีด 4 ชั่วโมง โดยลงเครื่องสำอางเบา ๆ ไม่ถูแรงบริเวณที่ฉีด
- ถ้ามีอาการกลืนลำบาก เสียงเปลี่ยน หรืออาการอื่นตามสัญญาณเตือนในหัวข้ออันตราย ให้ติดต่อคลินิกทันที
ราคาโบท็อกลิฟกรอบหน้า
ราคาโบท็อกลิฟกรอบหน้าที่ Dr.Lock Clinic คิดเป็นราคาต่อตำแหน่ง แยกตามยี่ห้อที่เลือกใช้ ราคาโดยประมาณเป็นดังนี้ครับ
- Aestox ราคา 50 unit จะอยู่ที่ 3,900-4,900 บาท
- Xeomin ราคา 100 unit จะอยู่ที่ 9,900-12,500 บาท
- Allergan ราคา 100 unit จะอยู่ที่ 15,500 บาท
ราคาในช่วงนี้ต่างกันตามปริมาณยูนิตที่ต้องใช้ ซึ่งขึ้นกับแรงดึงของกล้ามเนื้อคอ ความหย่อนของผิว และสัดส่วนการฉีดชั้นผิวกับชั้นกล้ามเนื้อของแต่ละคน ราคาที่แน่นอนผมจะสรุปให้หลังประเมิน ก่อนเริ่มฉีดทุกครั้ง ส่วนคนที่ตัดสินใจฉีดร่วมกับตำแหน่งอื่นในวันเดียวกัน ราคาจะคิดตามปริมาณยารวมของทุกจุด
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าแนวกรอบหน้าของตัวเองเหมาะกับโบท็อกหรือควรใช้วิธีอื่น ส่งรูปมาให้ผมดูเบื้องต้นทาง LINE ของ Dr.Lock Clinic ได้ครับ ขอรูปหน้าตรงตอนนิ่ง รูปด้านข้างซ้ายและขวาให้เห็นแนวขอบกราม และรูปหน้าตรงตอนดึงมุมปากลงแรง ๆ ให้เห็นลำคอ ถ่ายในที่แสงสว่างและไม่แต่งหน้า รูปชุดนี้ช่วยให้ผมบอกได้คร่าว ๆ ว่าปัญหาอยู่ที่ผิว กล้ามเนื้อ หรือไขมัน ก่อนนัดเข้ามาประเมินจริง
คำถามที่พบบ่อย
คำถามในส่วนนี้รวบรวมจากเรื่องที่คนมักถามเพิ่มเติม หลังรู้ข้อมูลพื้นฐานของโบท็อกลิฟกรอบหน้าแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการวางแผนให้เข้ากับชีวิตประจำวันและหัตถการอื่นที่เคยทำมาครับ
ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าเจ็บไหม
เจ็บไม่มากครับ เข็มที่ใช้มีขนาดเล็ก และการฉีดชั้นผิวเป็นการฉีดตื้น ๆ ก่อนฉีดผมแปะยาชาและประคบเย็นให้ก่อน ส่วนใหญ่จะรู้สึกแค่เจ็บแปลบสั้น ๆ ตามแต่ละจุด บริเวณลำคออาจรู้สึกไวกว่ากรอบหน้าเล็กน้อย ถ้ากังวลเรื่องความเจ็บ บอกผมก่อนเริ่มได้เลย จะได้ปรับจังหวะการฉีดให้
ผู้ชายฉีดลิฟกรอบหน้าได้ไหม
ได้ครับ ผู้ชายหลายคนอยากให้แนวขอบกรามดูคมขึ้นเหมือนกัน สิ่งที่ต่างคือกล้ามเนื้อของผู้ชายมักแข็งแรงกว่า บางคนจึงต้องใช้ยามากกว่า และผมวางแผนให้แนวกรอบหน้ายังดูเป็นเหลี่ยมมุมแบบผู้ชาย ไม่ได้ทำให้หน้าดูเรียวหวานเกินไป
ฉีดพร้อมตำแหน่งอื่นในวันเดียวกันได้ไหม
ได้ครับ เช่น ฉีดลิฟกรอบหน้าพร้อมกับริ้วรอยบนใบหน้า สิ่งที่ผมดูเพิ่มคือปริมาณยารวมของทุกจุดในครั้งนั้น เพราะยิ่งใช้ยามากในครั้งเดียว ยิ่งต้องระวังเรื่องการกระจายตัวของยาและการสร้างภูมิต่อยา ถ้าปริมาณรวมสูงเกินไป ผมจะเสนอให้แบ่งทำเป็นสองครั้งแทน
หยุดฉีดแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมไหม
ไม่ครับ เมื่อยาหมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานตามเดิม แนวกรอบหน้าก็กลับไปเป็นแบบก่อนฉีด ไม่ได้หย่อนลงเพราะการหยุดฉีด แต่ระหว่างนั้นผิวและเนื้อเยื่อยังเปลี่ยนไปตามวัยตามปกติ บางคนจึงรู้สึกว่าหน้าเปลี่ยนไปจากตอนก่อนฉีดครั้งแรก ซึ่งเป็นผลของเวลา ไม่ใช่ผลของยา
เคยร้อยไหมหรือทำ HIFU มาแล้ว ฉีดได้ไหม
ฉีดได้ครับ แต่ต้องดูจังหวะเวลา ถ้าเพิ่งร้อยไหมมา ควรรอให้อาการบวมยุบและแผลจุดเข็มหายดีก่อน ถ้าวางแผนจะทำ HIFU หรือ XERF หลังฉีดโบท็อก ควรเว้นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะเป็นช่วงที่ควรเลี่ยงความร้อนกับผิวบริเวณที่ฉีด แจ้งผมให้ทราบว่าเคยทำอะไรมาและทำเมื่อไหร่ ผมจะวางลำดับให้ทั้งสองอย่างไม่รบกวนกัน
ถ้ามีงานสำคัญ ควรฉีดล่วงหน้ากี่วัน
ควรฉีดล่วงหน้าอย่างน้อยราว 3 สัปดาห์ครับ ผลจะชัดราว 2 สัปดาห์หลังฉีด และควรเหลือเวลาอีกช่วงหนึ่งเผื่อนัดดูผลและเติมยาในจุดที่ยังไม่พอ ถ้าฉีดกระชั้นชิดเกินไป อาจยังไม่เห็นผลเต็มที่ในวันงาน
ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ที่ Dr.Lock Clinic โคราช
โบท็อกลิฟกรอบหน้าเป็นทางเลือกที่ช่วยให้แนวขอบกรามดูเก็บขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลที่ได้เป็นการยกในระดับเบา และจะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อปัญหามาจากแรงดึงของกล้ามเนื้อคอกับผิวที่เริ่มหย่อนไม่มาก การรู้ก่อนว่าแนวกรอบหน้าของตัวเองเลือนเพราะอะไร จึงสำคัญกว่าการเลือกยี่ห้อหรือจำนวนยูนิต ที่ Dr.Lock Clinic ผมประเมินทั้งผิว กล้ามเนื้อ และไขมันด้วยตัวเองก่อนทุกเคส ถ้าโบท็อกไม่ใช่คำตอบที่ตรงที่สุด ผมจะบอกและแนะนำวิธีที่เหมาะกว่าให้
สำหรับคนโคราชที่สนใจฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ไม่ต้องเดินทางไปถึงกรุงเทพ เข้ามาปรึกษาฟรีและนัดประเมินกับผมได้ทุกวัน จันทร์–อาทิตย์ เวลา 11:00–20:00 น. โทรนัดที่ 084-196-4598 หรือทักมาทาง LINE ของ Dr.Lock Clinic แล้วเราจะวางแผนกันจากใบหน้าจริงของคุณครับ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์ของแต่ละหัตถการขึ้นอยู่กับสภาพผิวและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการประเมินและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทุกครั้ง