Hero Banner-Dr.Lock Clinic

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ Dr.Lock Clinic
ประเมินแก้มและโครงหน้าก่อนเติม เพื่อให้ร่องตื้นลงอย่างเป็นธรรมชาติ

เส้นร่องที่ลากจากข้างจมูกลงมาถึงมุมปาก ทำให้หน้าดูเหนื่อยและดูมีอายุขึ้นได้ แม้ในวันที่คุณพักผ่อนมาเต็มที่ครับ หลายคนที่มาปรึกษาผม หมอล็อค (นพ.สรวิศ ปางเศรณี ว.52448) อยากแก้ร่องนี้ด้วยฟิลเลอร์ร่องแก้ม แต่ร่องแก้มของแต่ละคนมีจุดตั้งต้นไม่เหมือนกัน บางคนเติมที่ร่องโดยตรงแล้วดูดีขึ้นชัด ขณะที่บางคนต้องดูที่แก้มส่วนกลางก่อน ไม่อย่างนั้นรอบปากอาจดูหนักกว่าเดิม ที่ Dr.Lock Clinic ผมจึงประเมินแก้ม โครงหน้า และลักษณะร่องทั้งสองข้างก่อนทุกครั้ง แล้วค่อยวางแผนร่วมกันนะครับ

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ Dr.Lock Clinic โคราช

ในหน้านี้ผมรวบรวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ตั้งแต่ฟิลเลอร์ช่วยอะไรได้และช่วยอะไรไม่ได้ เคสแบบไหนเหมาะ เคสแบบไหนควรใช้วิธีอื่น การเลือกเนื้อฟิลเลอร์ และความเสี่ยงที่ต้องรู้ เพราะร่องแก้มอยู่ใกล้หลอดเลือดสำคัญ ไปจนถึงปริมาณ cc การดูแลหลังฉีด และปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน เพื่อให้คุณมีข้อมูลพอสำหรับตัดสินใจร่วมกับแพทย์ได้อย่างถูกต้องครับ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คืออะไร

ร่องแก้ม หรือ Nasolabial Fold คือเส้นที่ลากจากข้างปีกจมูกลงมาถึงมุมปากทั้งสองข้างครับ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือการฉีดฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เข้าไปหนุนบริเวณที่ยุบตัวลง เพื่อเติมเต็มร่องให้เงาที่มองเห็นตื้นลง ผิวบริเวณนั้นจึงดูเรียบขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้เข้าใจก่อน คือร่องแก้มเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างใบหน้าตามปกติ เพราะเป็นแนวรอยต่อระหว่างแก้มกับบริเวณรอบปาก ทุกคนมีร่องนี้อยู่แล้ว เด็ก ๆ ยิ้มก็เห็นครับ ที่ทำให้หน้าดูมีอายุคือร่องที่ชัดขึ้นแม้ในตอนที่ไม่ได้ยิ้ม หรือร่องที่ลึกจนเป็นเงายาวลงไปถึงมุมปาก เป้าหมายของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจึงเป็นการทำให้ร่องตื้นลงจนหน้าดูสดชื่นขึ้น ไม่ใช่การลบร่องให้หายไปทั้งหมด เพราะถ้าเติมจนเรียบสนิท บริเวณรอบปากมักดูอูมและขาดมิติ

ในระดับสากล ร่องแก้มเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) ระบุเป็นข้อบ่งใช้ของฟิลเลอร์ชนิดที่ร่างกายดูดซึมได้ สำหรับผู้ใหญ่อายุ 22 ปีขึ้นไป ฟิลเลอร์ชนิดนี้ค่อย ๆ สลายไปตามเวลา ผลจึงไม่ถาวร และระยะเวลาที่อยู่ได้ขึ้นกับเนื้อฟิลเลอร์ ตำแหน่งที่ฉีด และร่างกายของแต่ละคนครับ

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ช่วยเรื่องไหนได้บ้าง

ฟิลเลอร์ช่วยได้ดีเมื่อร่องชัดขึ้นเพราะเนื้อใต้ผิวบริเวณนั้นยุบตัวลงครับ พอเติมเนื้อฟิลเลอร์เข้าไปหนุน เงาที่ทอดยาวจากข้างจมูกลงมาถึงมุมปากก็ตื้นลง หน้าเลยดูไม่เหนื่อยและไม่ดูบึ้งแม้ในตอนที่นั่งหน้านิ่ง ๆ บางคนมีเส้นตื้น ๆ บนผิวตามแนวร่องร่วมด้วย กรณีนี้ใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มช่วยให้ผิวตรงนั้นดูเรียบขึ้นได้ ส่วนคนที่ร่องสองข้างลึกไม่เท่ากัน ผมสามารถประเมินและใช้ปริมาณที่แตกต่างเพื่อแก้ไขปัญหาให้ผลลัพธ์ออกมาสมดุลกันได้ครับ

ในทางกลับกัน ฟิลเลอร์มีข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ฟิลเลอร์เพิ่มวอลลุ่มได้ แต่ไม่ได้ดึงผิวขึ้น ถ้าร่องชัดเพราะเนื้อแก้มด้านบนหย่อนย้อยลงมากองเหนือร่อง หรือผิวหย่อนคล้อยจนแก้มห้อยมาก การเติมที่ร่องเพียงอย่างเดียวจะช่วยได้น้อย และอาจทำให้รอบปากดูหนักขึ้นด้วย เรื่องนี้ผมอธิบายละเอียดในหัวข้อถัดไปครับ

อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อน คือคิดว่าฉีดแล้วยิ้มจะไม่เห็นร่องอีก ความจริงแล้วเวลายิ้ม กล้ามเนื้อจะดันแก้มขึ้นจนเกิดร่องตามธรรมชาติ ฟิลเลอร์ช่วยให้ร่องตอนหน้านิ่งดูตื้นลง แต่ไม่ได้ทำให้ร่องตอนยิ้มหายไป และไม่ควรทำเช่นนั้นด้วย เพราะรอยยิ้มจะดูแข็ง นอกจากนี้ฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่ได้ช่วยเรื่องสีผิว ฝ้า หรือริ้วรอยส่วนอื่นของใบหน้า และผลไม่ถาวร เมื่อฟิลเลอร์สลายไป ร่องก็ค่อย ๆ กลับมาใกล้เคียงสภาพเดิมตามวัย

ฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะกับใคร และเคสไหนควรใช้วิธีอื่น

ร่องแก้มที่ชัดขึ้นมักมาจากหลายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดไปพร้อมกันครับ เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันชั้นลึกของแก้มจะยุบตัวและเลื่อนต่ำลง กระดูกบริเวณข้างจมูกและขากรรไกรบนก็ค่อย ๆ ยุบตัวไปด้วย ส่วนผิวเองก็สูญเสียความยืดหยุ่นตามวัย นอกจากนี้บางคนมีโครงกระดูกหน้าส่วนกลางค่อนข้างแบนมาตั้งแต่เกิด จึงเห็นร่องชัดตั้งแต่อายุยังไม่มาก เพราะแต่ละคนมีต้นเหตุหลักต่างกัน ก่อนฉีดผมจึงดูทั้งร่อง แก้ม และความกระชับของผิว เพื่อแยกให้ได้ว่าเคสนั้นควรเริ่มแก้ที่จุดไหน

คนที่เหมาะกับฟิลเลอร์ร่องแก้มมากที่สุด คือคนที่เห็นร่องชัดตอนหน้านิ่ง เพราะเนื้อใต้ร่องยุบลง แต่ผิวยังกระชับและแก้มยังไม่ย้อยมาก กลุ่มนี้เติมที่ร่องแล้วมักเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน คนที่ร่องสองข้างลึกไม่เท่ากันก็ได้ประโยชน์เช่นกัน เพราะปรับปริมาณแต่ละข้างได้ รวมถึงคนที่อยากแก้ร่องโดยไม่ผ่าตัดและไม่อยากหยุดงานนานครับ

ถ้าร่องชัดเพราะแก้มส่วนกลางแบนลงหรือแก้มย้อยลงมากองเหนือร่อง การแก้ที่ร่องเพียงจุดเดียวมักไม่พอ บางเคสผมจะเติมเพื่อหนุนแก้มส่วนกลางก่อน หรือวางแผนยกกระชับร่วมด้วย แล้วค่อยเติมที่ร่องเท่าที่จำเป็น ซึ่งผมจะอธิบายเหตุผลไว้ในหัวข้อถัดไป

สำหรับคนที่ผิวหย่อนคล้อยมาก แก้มห้อยจนเนื้อพับทับร่อง ฟิลเลอร์ไม่ใช่คำตอบหลักครับ เคสแบบนี้เหมาะกับวิธียกกระชับมากกว่า เช่น ร้อยไหม หรือเครื่องยกกระชับอย่าง HIFU และ XERF ซึ่งผมเทียบให้ดูในตารางด้านล่าง ถ้าหย่อนคล้อยมากจนเกินขอบเขตของหัตถการความงาม ที่ Dr.Lock Clinic มีทีมศัลยแพทย์ตกแต่งดูแลเรื่องการผ่าตัดดึงกระชับใบหน้าโดยตรง

อีกกลุ่มที่ผมมักแนะนำให้ยังไม่ต้องฉีด คือคนที่เห็นร่องเฉพาะตอนยิ้ม แต่พอหน้านิ่งแล้วร่องแทบไม่ชัด ร่องแบบนี้เป็นลักษณะปกติของใบหน้า ฉีดไปแล้วก็เปลี่ยนได้ไม่มาก ส่วนคนที่คาดหวังให้ร่องหายเรียบสนิท ผมจะคุยเรื่องเป้าหมายให้ตรงกันก่อน เพราะการเติมจนร่องหายหมดมักทำให้รอบปากดูอูมมากกว่าดูอ่อนเยาว์ครับ

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเดียว ทำไมบางเคสหน้าดูหนักขึ้น

ร่องแก้มอยู่ตรงแนวที่เนื้อแก้มซึ่งเคลื่อนต่ำลงตามวัย มาชนกับเนื้อรอบปากที่ยึดอยู่กับที่ครับ ในคนที่แก้มส่วนกลางยุบหรือแก้มย้อย ร่องจึงชัดเพราะเนื้อด้านบนหย่อนลงมากองเหนือแนวนี้ ไม่ได้ชัดเพราะเนื้อใต้ร่องขาดหายไปอย่างเดียว ถ้าเคสแบบนี้เติมฟิลเลอร์เฉพาะที่ร่อง เนื้อด้านล่างจะนูนขึ้นมาเสมอกับเนื้อแก้มที่หย่อนอยู่ ร่องอาจตื้นลงก็จริง แต่บริเวณรอบปากจะดูอูม หน้าช่วงล่างดูหนักขึ้น และถ้าเติมต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ร่องหาย หน้าก็ยิ่งดูผิดสัดส่วน

แผนภาพใบหน้าแสดงเนื้อแก้มส่วนกลางที่เลื่อนต่ำลงมาเหนือแนวร่องแก้ม

งานวิจัยที่เปรียบเทียบวิธีแก้ร่องแก้มพบว่า การเติมฟิลเลอร์ที่แก้มเพื่อคืนวอลลุ่มให้แก้มส่วนกลาง ก็ช่วยให้ร่องแก้มดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องฉีดลงที่ร่องโดยตรง (อ้างอิง: งานวิจัยใน PubMed) ด้วยเหตุนี้ ในเคสที่แก้มส่วนกลางแบนลง ผมมักประเมินการเติมแก้มควบคู่ไปด้วย (อ่านตำแหน่งที่ฉีดได้ที่หน้า ฟิลเลอร์ของ Dr.Lock Clinic) แล้วค่อยเติมที่ร่องเท่าที่ยังจำเป็น ผลที่ได้มักดูสมดุลกว่าการเติมที่ร่องจุดเดียว และบางคนใช้ฟิลเลอร์ที่ร่องน้อยกว่าที่คิดไว้

ใต้ตาก็เป็นอีกจุดที่ผมดูไปพร้อมกัน เพราะกระดูกรอบดวงตาและแก้มส่วนบนยุบตัวตามวัยเช่นเดียวกัน บางคนมีร่องใต้ตาต่อเนื่องลงมาเป็นเงาที่แก้ม ทำให้ร่องแก้มดูลึกกว่าความจริง เคสแบบนี้การดูแลใต้ตาด้วย ฟิลเลอร์ใต้ตาของ Dr.Lock Clinic ร่วมกัน อาจช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดชื่นขึ้นได้มากกว่า

ส่วนร่องสองข้างของคนส่วนใหญ่ลึกไม่เท่ากันอยู่แล้ว ทั้งจากโครงหน้า ความหย่อนของแก้มแต่ละข้าง และนิสัยการยิ้มหรือเคี้ยวอาหาร ผมจึงประเมินและกำหนดปริมาณที่เหมาะสมของแต่ละข้าง และถ้าคนไข้อยากเริ่มทีละขั้น ผมจะบอกตามจริงว่าจุดไหนส่งผลกับร่องแก้มมากที่สุด เพื่อให้ตัดสินใจได้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนครับ

เลือกเนื้อฟิลเลอร์ร่องแก้มตามเป้าหมาย

กล่องฟิลเลอร์ Definisse Volifil และ Neauvia รุ่นที่ใช้กับร่องแก้ม

ฟิลเลอร์ที่ใช้กับร่องแก้มไม่ได้มีเนื้อแบบเดียวครับ เนื้อที่แน่นและคงตัวสูงเหมาะกับการหนุนในชั้นลึกเพื่อช่วยยก ส่วนเนื้อที่นุ่มและยืดหยุ่นปานกลางเหมาะกับการเพิ่มวอลลุ่มใต้ร่องให้ดูกลมกลืนเวลาขยับหน้า และเนื้อที่นุ่มละเอียดใช้เก็บเส้นตื้น ๆ บนผิว ที่ Dr.Lock Clinic ผมใช้ฟิลเลอร์ 3 ยี่ห้อกับร่องแก้ม คือ Definisse, Volifil และ Neauvia โดยไม่ได้กำหนดยี่ห้อไว้ล่วงหน้า ผมดูจากเป้าหมายของเคส ความหนาของผิว และงบประมาณของคนไข้ก่อน แล้วค่อยเลือกรุ่นที่เข้ากับเคสนั้นครับ

Definisse

Definisse รุ่น Restore
Definisse รุ่น Touch

Definisse มีรุ่นที่เนื้อต่างกันชัดเจน รุ่น Restore เป็นเนื้อกลางที่ยืดหยุ่น ผมใช้เมื่อต้องการเติมวอลลุ่มใต้ร่องให้ดูนุ่มตามการขยับของแก้มและปาก ส่วนรุ่น Touch เป็นเนื้อที่นิ่มและละเอียดที่สุด เหมาะกับการเก็บเส้นตื้นบนผิวตามแนวร่อง มากกว่าการเติมร่องที่ลึก รายละเอียดของแต่ละรุ่นอ่านเพิ่มได้ที่ Definisse ของ Dr.Lock Clinic

Volifil

Volifil รุ่น Deep

Volifil เป็นฟิลเลอร์ HA จากเกาหลีใต้ ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของเกาหลี (KFDA) และ อย. ไทย รุ่นที่ใช้กับร่องแก้มคือ Volifil Deep ซึ่งมีเนื้อแน่นปานกลาง ใช้เติมร่องได้ตั้งแต่ระดับปานกลางถึงค่อนข้างลึก Volifil เป็นทางเลือกที่ช่วยให้วางแผนตามงบได้ง่ายขึ้น โดยผมยังเลือกรุ่นตามลักษณะร่องครับ อ่านเพิ่มได้ที่ Volifil ของ Dr.Lock Clinic

Neauvia

Neauvia รุ่น Stimulate
Neauvia รุ่น Intense

Neauvia ใช้ PEG เป็นตัวเชื่อมโครงสร้างของ HA แทน BDDE รุ่นที่ใช้กับร่องแก้มคือ Neauvia Stimulate ซึ่งมี HA ผสมกับ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) ในปริมาณเล็กน้อย ส่วนรุ่น Intense มีเนื้อแน่นและคงตัวสูง เหมาะกับการหนุนในชั้นลึกในเคสที่ต้องการช่วยยกมากกว่าเพิ่มวอลลุ่ม อ่านเพิ่มได้ที่ Neauvia ของ Dr.Lock Clinic

ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน ผลลัพธ์ขึ้นกับการเลือกเนื้อให้ตรงกับชั้นที่วาง และการประเมินปริมาณให้พอดีกับโครงหน้าแต่ละคน และประสบการณ์แพทย์ผู้รักษามากกว่าตัวยี่ห้อเพียงอย่างเดียว ระยะเวลาที่ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นอยู่ได้ ผมสรุปไว้ในหัวข้อเรื่องปริมาณ cc ด้านล่างครับ

เทียบกับวิธียกกระชับแบบอื่น

ปัญหาร่องแก้มแก้ได้มากกว่าหนึ่งวิธี และแต่ละวิธีทำงานคนละแบบครับ ฟิลเลอร์เติมวอลลุ่มในจุดที่ยุบ ร้อยไหมช่วยยกเนื้อที่หย่อน เครื่องยกกระชับใช้พลังงานความร้อนกระตุ้นให้ผิวและเนื้อเยื่อกระชับขึ้น ส่วนกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนค่อย ๆ ช่วยให้ผิวแน่นขึ้นในระยะยาว ถ้าต้นเหตุของร่องไม่ตรงกับหลักการทำงานของวิธีที่เลือก ผลก็จะออกมาไม่ตรงตามความคาดหวัง ตารางนี้จึงเทียบให้เห็นว่าวิธีไหนเหมาะกับปัญหาร่องแก้มแบบไหน

วิธีหลักการทำงานเหมาะกับร่องแก้มแบบไหนเห็นผลเมื่อไหร่ข้อจำกัด
ฟิลเลอร์ร่องแก้มเติม Cross-linked HA หนุนบริเวณที่ยุบร่องชัดตอนหน้านิ่งจากเนื้อใต้ร่องหรือแก้มส่วนกลางยุบ ผิวยังกระชับเห็นผลหลังฉีดทันที และเข้าที่ภายในไม่กี่สัปดาห์ไม่ได้ยกผิวที่หย่อน ถ้าเติมมากเกินรอบปากจะดูอูม หรือดู overfill
ร้อยไหม (Thread Lift)
อ่านต่อ ร้อยไหมของ Dr.Lock Clinic
ใช้ไหมที่ร่างกายสลายได้ยกเนื้อเยื่อที่หย่อนแก้มย้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง และยังมีเนื้อให้ยกเห็นการยกหลังทำ และผลค่อย ๆ ชัดขึ้นไม่ได้เติมวอลลุ่มในจุดที่ยุบ
HIFU
อ่านต่อ HIFU ของ Dr.Lock Clinic
ใช้คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสความร้อนเป็นจุดลงชั้นลึก เพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อหดกระชับ เนื้อแก้มและกรอบหน้าเริ่มหย่อน อยากเน้นยกโครงหน้าเห็นผลทันทีหลังทำส่วนหนึ่ง และค่อย ๆ เห็นผลในช่วงหลายสัปดาห์ไม่ได้เติมวอลลุ่ม
XERF
อ่านต่อ XERF ของ Dr.Lock Clinic
ใช้คลื่นวิทยุสองความถี่ส่งความร้อนเป็นวงกว้าง ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ลงไปถึงชั้นไขมัน แพทย์สามารถปรับตั้งค่าพลังงานได้ตามปัญหาของคนไข้ผิวเริ่มหย่อน มีริ้วรอยเล็ก ๆ และอยากให้ผิวแน่นขึ้นโดยรวมเห็นผลทันทีหลังทำส่วนหนึ่ง และค่อย ๆ เห็นผลในช่วง 1–3 เดือนไม่ได้เติมวอลลุ่ม
AestheFill
อ่านต่อ AestheFill ของ Dr.Lock Clinic
กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเพิ่มวอลลุ่มลดลงหลายจุด อยากให้ผิวแน่นขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปค่อย ๆ เห็นผลในช่วงหลายเดือนบางเคสต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง

ในทางปฏิบัติ หลายเคสไม่ได้ใช้วิธีเดียวครับ คนที่แก้มส่วนกลางยุบและผิวเริ่มหย่อนร่วมด้วย อาจเหมาะกับการยกกระชับก่อนแล้วค่อยเติมฟิลเลอร์เท่าที่จำเป็น เพราะเมื่อเนื้อด้านบนถูกยกขึ้น ร่องที่เหลือมักตื้นลงจนใช้ฟิลเลอร์น้อยลง ถ้าวางแผนทำหลายวิธี ผมจะกำหนดลำดับและระยะห่างของแต่ละวิธีให้ชัดตั้งแต่ตอนประเมินครับ

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม

ฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นหัตถการที่ทำกันแพร่หลาย และผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวครับ หลังฉีดอาจมีรอยช้ำ บวม แดง เจ็บ หรือกดแล้วรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด อาการกลุ่มนี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ บางคนอาจคลำเจอก้อนหรือเห็นเนื้อฟิลเลอร์นูนเป็นแนว ซึ่งถ้าเป็นฟิลเลอร์ชนิด HA ก็ใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ช่วยสลายได้ ส่วนอาการที่พบน้อยกว่าคือติดเชื้อ หรือบวมอักเสบขึ้นมาภายหลัง เช่น หลังเป็นไข้หวัด หลังฉีดวัคซีน หรือหลังทำฟัน

สัญญาณเตือนหลังฉีดฟิลเลอร์ที่ควรติดต่อคลินิกทันที

เรื่องที่ผมอยากให้เข้าใจชัดที่สุด คือร่องแก้มอยู่ใกล้หลอดเลือดแดง Facial Artery และแขนงที่วิ่งขึ้นไปเลี้ยงข้างจมูก แนวทางการรักษาภาวะฟิลเลอร์อุดตันหลอดเลือดจัดให้ร่องแก้มเป็นบริเวณเสี่ยงสูง (อ้างอิง: แนวทางการรักษาใน PubMed Central) และงานวิจัยที่รวบรวมรายงานผิวหนังขาดเลือดหลังฉีดฟิลเลอร์พบว่าร่องแก้มเป็นตำแหน่งที่พบบ่อย (อ้างอิง: งานวิจัยใน ScienceDirect) โอกาสเกิดขึ้นต่ำก็จริง แต่ถ้าเกิดแล้วผลกระทบรุนแรง ในรายงานที่พบน้อยมากยังมีผลถึงการมองเห็นด้วย ผมจึงไม่อยากให้ใครมองว่าร่องแก้มเป็นจุดที่ฉีดง่ายหรือไม่มีความเสี่ยง

หลักการลดความเสี่ยงในทางการแพทย์ คือรู้แนวหลอดเลือดของบริเวณที่ฉีด ฉีดช้า ใช้แรงดันน้อย และเติมทีละน้อยพร้อมสังเกตสีผิวตลอดเวลา ผมใช้หลักเหล่านี้ทุกครั้งที่ฉีดร่องแก้ม และให้คนไข้รู้สัญญาณเตือนไว้ด้วย เพราะภาวะหลอดเลือดอุดตันยิ่งรู้เร็ว ยิ่งแก้ไขได้ทันครับ

สัญญาณที่ควรติดต่อคลินิกทันที ไม่ควรรอดูอาการ มีดังนี้

  • ปวดมากผิดปกติ ปวดมากกว่าอาการเจ็บจากเข็มทั่วไป หรือปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะค่อย ๆ ดีขึ้น
  • สีผิวเปลี่ยน ผิวบริเวณที่ฉีดหรือใกล้เคียงซีดขาว เทา คล้ำ หรือเป็นลายร่างแหสีม่วง โดยเฉพาะที่ปีกจมูก ริมฝีปากบน และแก้ม
  • ตุ่มน้ำหรือแผล มีตุ่มน้ำหรือผิวแตกเป็นแผลขึ้นในบริเวณเดียวกันในช่วงหลายวันหลังฉีด
  • การมองเห็นผิดปกติ ตามัว มองเห็นภาพผิดปกติ หรือมีอาการคล้ายหลอดเลือดสมอง เช่น พูดลำบาก หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง อาการกลุ่มนี้ต้องไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที


ถ้ามีอาการในเวลาทำการ ติดต่อ Dr.Lock Clinic ได้ที่ 084-196-4598 ทุกวัน เวลา 11:00–20:00 น. ถ้าเป็นช่วงนอกเวลาและอาการรุนแรง ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก่อน แล้วแจ้งแพทย์ว่าเพิ่งฉีดฟิลเลอร์ที่ร่องแก้มครับ

ใครควรเลื่อนหรือแจ้งหมอก่อนฉีด

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่ได้เหมาะกับทุกช่วงเวลาของชีวิตครับ บางภาวะควรรอให้หายหรือผ่านไปก่อน ส่วนบางเรื่องไม่ได้ห้ามฉีด แต่ผมต้องรู้ล่วงหน้าเพื่อวางแผนให้ปลอดภัย ข้อมูลบางอย่างคนไข้มักคิดว่าไม่เกี่ยวเลยไม่ได้เล่า เช่น เคยฉีดอะไรที่ร่องแก้มมาก่อน หรือกำลังจะไปทำฟัน ซึ่งจริง ๆ แล้วมีผลกับการตัดสินใจโดยตรง

กลุ่มที่ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน

  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพราะยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยของฟิลเลอร์ในช่วงนี้
  • มีสิว ผื่น ผิวอักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด ควรรอให้ผิวบริเวณนั้นหายอักเสบก่อน
  • ป่วยเป็นไข้หรือติดเชื้ออยู่ รวมถึงเพิ่งฉีดวัคซีนหรือมีนัดทำฟันในช่วงใกล้กัน เพราะภาวะเหล่านี้สัมพันธ์กับการบวมอักเสบบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ผมจะช่วยดูว่าควรเว้นระยะห่างเท่าไร
  • อายุต่ำกว่า 22 ปี เพราะข้อบ่งใช้ของฟิลเลอร์ในระดับสากลกำหนดไว้สำหรับผู้ใหญ่อายุ 22 ปีขึ้นไป


เรื่องที่ควรแจ้งให้ผมทราบก่อนฉีด

  • เคยฉีดสารใดก็ตามที่ร่องแก้มมาก่อน ทั้งฟิลเลอร์ HA ฟิลเลอร์ชนิดถาวร หรือสารที่ไม่ทราบชนิด รวมถึงเคยร้อยไหมบริเวณนี้ เพราะสารบางชนิดสลายไม่ได้และเปลี่ยนการวางแผนทั้งหมด ถ้าบริเวณเดิมเคยอักเสบเรื้อรังหรือเป็นก้อนแข็ง ไม่ควรฉีด HA ซ้ำลงไปก่อนประเมิน
  • แพ้ยาชา Lidocaine หรือเคยแพ้รุนแรง เพราะฟิลเลอร์หลายรุ่นมี Lidocaine ผสมอยู่ในเนื้อเจล
  • กินยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรืออาหารเสริมบางชนิด เพราะเพิ่มโอกาสช้ำ ยาที่แพทย์สั่งห้ามหยุดเอง ให้แจ้งผมเพื่อพิจารณาร่วมกับแพทย์ผู้สั่งยา
  • มีโรคเลือดออกง่าย โรคภูมิคุ้มกัน หรือกินยากดภูมิคุ้มกัน ภาวะเหล่านี้ไม่ได้ห้ามฉีดเสมอไป แต่ต้องซักประวัติละเอียดก่อน
  • มีแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ง่าย เพราะยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่ชัดเจนในกลุ่มนี้

ขั้นตอนการฉีดที่ Dr.Lock Clinic

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่ Dr.Lock Clinic ผมเป็นคนประเมินและฉีดเองทุกเคสครับ เวลาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ตอนฉีด แต่อยู่ที่การดูหน้าและคุยเป้าหมายให้ตรงกันก่อน เพราะอย่างที่อธิบายไว้ข้างต้น ร่องแก้มของแต่ละคนอาจต้องเริ่มแก้คนละจุด ขั้นตอนทั้งหมดเป็นแบบนี้ครับ

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ Dr.Lock Clinic
  1. ประเมินใบหน้า ผมดูหน้าในท่านั่งทั้งตอนหน้านิ่งและตอนยิ้ม เพื่อแยกว่าร่องชัดจากเนื้อใต้ร่องยุบ จากแก้มส่วนกลาง หรือจากผิวที่หย่อน ดูร่องสองข้างเทียบกัน และดูใต้ตากับแก้มไปพร้อมกัน จากนั้นซักประวัติตามหัวข้อก่อนหน้า
  2. วางแผนร่วมกัน ผมอธิบายว่าเคสนี้ควรเติมตรงไหน ใช้เนื้อฟิลเลอร์แบบไหน ประมาณกี่ cc และผลที่คาดได้จริงเป็นอย่างไร ถ้าเคสนั้นเหมาะกับวิธีอื่นมากกว่า ผมจะบอกตรง ๆ ในขั้นนี้ แล้วสรุปค่าใช้จ่ายให้ทราบก่อนเริ่ม
  3. แกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า เพื่อให้คนไข้ตรวจยี่ห้อ รุ่น และเลข Lot ได้ด้วยตัวเอง
  4. เตรียมผิวและลดความเจ็บ ทำความสะอาดผิว เช็ดเครื่องสำอางออก แล้วทายาชาและรอให้ออกฤทธิ์ ฟิลเลอร์หลายรุ่นมี Lidocaine ผสมอยู่ในเนื้อเจล จึงช่วยลดความเจ็บระหว่างฉีดได้อีกทาง
  5. ฉีดฟิลเลอร์ ผมค่อย ๆ เติมทีละน้อยตามแผน สังเกตสีผิวตลอดการฉีด และให้คนไข้ส่องกระจกดูเป็นระยะ เพื่อปรับให้ตรงกับที่คุยกันไว้
  6. ตรวจความสมมาตรและให้คำแนะนำ หลังฉีดผมให้คนไข้นั่งตรง ดูหน้านิ่งและตอนยิ้มอีกครั้ง ตรวจว่าสองข้างสมดุล แล้วอธิบายการดูแลตัวเองและสัญญาณเตือนที่ต้องรีบติดต่อคลินิกก่อนกลับบ้าน

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่ cc และอยู่ได้นานแค่ไหน

ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้กับร่องแก้มไม่มีตัวเลขตายตัวครับ ขึ้นกับความลึกของร่อง ต้นเหตุของร่อง ความหนาของผิว และขึ้นกับว่าเคสนั้นต้องเติมแก้มส่วนกลางร่วมด้วยหรือไม่ ค่ากลางของปริมาณที่ใช้อยู่ที่ราว 1-2 cc ต่อข้าง โดยรวมการเติมเพิ่มหลังนัดดูผลครั้งแรกแล้ว

ตัวเลขเหล่านี้ใช้เป็นภาพคร่าว ๆ ได้ แต่ใช้กำหนดปริมาณของตัวเองไม่ได้ ร่องสองข้างของคนเดียวกันก็มักใช้ไม่เท่ากัน และถ้าเคสนั้นต้องเติมแก้มส่วนกลางด้วย ปริมาณรวมจะมากกว่านี้ แต่ปริมาณที่ร่องมักลดลง ผมจะแจ้งปริมาณโดยประมาณหลังประเมินหน้าแล้ว และมักเริ่มจากปริมาณที่พอดีก่อน เพราะเติมเพิ่มภายหลังทำได้ง่ายกว่าการแก้ส่วนที่เติมเกิน งานวิจัยเดียวกันยังพบว่าการฉีดซ้ำครั้งถัดไปใช้ปริมาณน้อยกว่าครั้งแรกอย่างชัดเจน เพราะยังมีฟิลเลอร์บางส่วนเหลืออยู่

หลังฉีด ร่องจะตื้นลงให้เห็นทันที แต่ช่วงแรกยังมีอาการบวมปนอยู่ ผลที่เข้าที่จริงมักดูได้ราว 2 สัปดาห์ ส่วนระยะเวลาที่ฟิลเลอร์อยู่ได้ ขึ้นกับรุ่นของฟิลเลอร์เป็นหลัก ตามข้อมูลของแต่ละผลิตภัณฑ์ดังนี้

ยี่ห้อและรุ่นระยะเวลาโดยประมาณ
Definisse Restoreประมาณ
Definisse Touchประมาณ 8–12 เดือน
Volifil (ภาพรวมของแบรนด์)ประมาณ 8–12 เดือน
Neauvia Stimulate และ Intenseประมาณ 12 เดือน

ระยะเวลาจริงของแต่ละคนสั้นหรือยาวกว่านี้ได้ครับ ร่องแก้มอยู่ในบริเวณที่ขยับตลอดเวลาทั้งตอนพูด ยิ้ม และเคี้ยวอาหาร ฟิลเลอร์จึงอาจสลายเร็วกว่าตำแหน่งที่ขยับน้อย ปริมาณที่เติม ชั้นที่วาง และการเผาผลาญของร่างกายแต่ละคนก็มีผลด้วย เมื่อฟิลเลอร์สลายไป ร่องจะค่อย ๆ กลับมาใกล้เคียงก่อนฉีดตามวัยของเราในขณะนั้น ไม่ได้ลึกกว่าเดิมเพราะเคยฉีด

เตรียมตัวก่อนฉีดและดูแลหลังฉีด

การเตรียมตัวก่อนฉีดช่วยลดโอกาสช้ำ ส่วนการดูแลตัวเองหลังฉีดช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ตามที่วางไว้ครับ ร่องแก้มเป็นบริเวณที่ขยับตลอดเวลาและอยู่ใกล้ปาก ช่วงแรกหลังฉีดจึงควรระวังการกดทับและการนวดบริเวณนี้เป็นพิเศษ รายละเอียดอาจปรับตามรุ่นฟิลเลอร์และเคสของแต่ละคน ผมจะอธิบายเพิ่มในวันที่ฉีดอีกครั้ง

ก่อนฉีด

  • แจ้งยาและอาหารเสริมที่กินอยู่ อาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินอี และน้ำมันปลา ทำให้ช้ำง่ายขึ้น ควรหยุดตามที่ผมแนะนำก่อนวันฉีด ส่วนยาที่แพทย์สั่ง เช่น ยาละลายลิ่มเลือด ห้ามหยุดเอง ให้แจ้งผมก่อน
  • งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อลดโอกาสช้ำและบวม
  • ถ้ามีนัดทำฟัน ฉีดวัคซีน หรือกำลังไม่สบาย แจ้งผมก่อน เพื่อเลื่อนวันฉีดให้เว้นระยะห่างเหมาะสม


หลังฉีด

  • ไม่นวด ไม่กด และไม่ถูแรง ๆ บริเวณร่องแก้มราว 2 สัปดาห์ รวมถึงการนวดหน้า ขัดหน้า และการกดสิวบริเวณใกล้เคียง เพื่อไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนก่อนเข้าที่
  • หลีกเลี่ยงความร้อนอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ ตากแดดจัด และการออกกำลังกายหนัก เพราะทำให้บวมและช้ำมากขึ้น
  • เลี่ยงนอนคว่ำหรือนอนตะแคงกดหน้าในคืนแรก ๆ เพื่อลดแรงกดทับบริเวณที่เพิ่งฉีด
  • ถ้าวางแผนทำเครื่องยกกระชับหรือเลเซอร์ที่ใช้ความร้อน ให้ถามผมก่อนนัด เพราะแต่ละเครื่องควรเว้นระยะจากการฉีดฟิลเลอร์ต่างกัน
  • ช้ำและบวมเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ มักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ แต่ถ้ามีสัญญาณเตือนตามหัวข้อความเสี่ยงด้านบน ให้ติดต่อคลินิกทันที ไม่ต้องรอนัด

ราคาฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ราคาฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่ Dr.Lock Clinic ประเมินเป็นรายเคสครับ ผมไม่ได้ตั้งเป็นราคาเดียวสำหรับทุกคน เพราะแต่ละคนใช้ปริมาณไม่เท่ากัน อย่างที่อธิบายไว้ในหัวข้อก่อนหน้า ร่องสองข้างของคนเดียวกันก็อาจใช้ต่างกัน ถ้าใส่ราคาเดียวไว้ล่วงหน้า ตัวเลขนั้นจะไม่ตรงกับเคสส่วนใหญ่

ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาต่างกันมีอยู่ไม่กี่เรื่อง อย่างแรกคือปริมาณ cc ที่ต้องใช้ตามความลึกของร่อง ถัดมาคือยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ ซึ่งผมเลือกให้ตรงกับเป้าหมายของเคสและงบที่คนไข้วางไว้ อีกเรื่องคือเคสนั้นต้องเติมแก้มส่วนกลางหรือทำวิธียกกระชับร่วมด้วยหรือไม่ หลังประเมินหน้าแล้ว ผมจะสรุปแผนพร้อมค่าใช้จ่ายให้ทราบก่อนเริ่มทุกครั้ง และถ้างบมีจำกัด ผมจะบอกว่าจุดไหนควรเริ่มก่อนเพื่อให้เห็นผลกับร่องแก้มมากที่สุด

ถ้าอยากรู้ภาพคร่าว ๆ ก่อนเดินทางมาคลินิก ส่งรูปหน้ามาให้ดูเบื้องต้นทาง LINE @drlockclinic ได้ครับ แนะนำให้ถ่ายหน้าตรงตอนหน้านิ่ง หน้าตรงตอนยิ้ม และด้านข้างทั้งสองฝั่ง ในที่แสงสว่างพอและไม่แต่งหน้า รูปชุดนี้ช่วยให้ดูได้ว่าร่องชัดจากจุดไหน และน่าจะใช้ฟิลเลอร์ประมาณเท่าไร ส่วนแผนและราคาที่แน่นอน จะสรุปได้หลังตรวจหน้าจริงที่คลินิก

คำถามที่พบบ่อย

คำถามในหัวข้อนี้เป็นเรื่องที่คนมักถามก่อนตัดสินใจฉีดร่องแก้มครับ หลายข้อเกี่ยวกับความกังวลว่าหน้าจะเปลี่ยนไปจนดูไม่เป็นตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นกับการประเมินและปริมาณที่เติมมากกว่าตัวฟิลเลอร์เอง

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้ว แก้มจะอวบขึ้นไหม

ถ้าเติมในปริมาณที่พอดีกับร่อง แก้มไม่ได้ดูอวบขึ้นครับ ที่หลายคนเห็นหน้าอูมหลังฉีด มักมาจากการเติมมากเกินไป หรือเติมที่ร่องอย่างเดียวในเคสที่ต้นเหตุอยู่ที่แก้มส่วนกลาง ช่วงไม่กี่วันแรกอาจดูบวมกว่าปกติจากการฉีด และจะค่อย ๆ ยุบลงเอง

เป้าหมายคือให้ร่องตื้นลงจนหน้าดูสดชื่นขึ้น ไม่ใช่ให้เรียบสนิทครับ ร่องแก้มเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างใบหน้าตามปกติ ถ้าเติมจนร่องหายหมด บริเวณรอบปากมักดูอูมและขาดมิติ

ถ้าเลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่ยืดหยุ่นพอและเติมในปริมาณพอดี รอยยิ้มจะยังเป็นธรรมชาติครับ ตอนยิ้มยังเห็นร่องอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ผมจึงให้คนไข้ยิ้มระหว่างและหลังฉีด เพื่อตรวจว่าหน้ายังขยับได้กลมกลืน

ช่วงแรกอาจคลำเจอเป็นก้อนเล็ก ๆ ได้ ซึ่งมักค่อย ๆ กลืนไปเองเมื่อฟิลเลอร์เข้าที่ครับ ถ้าผ่านไปแล้วยังเห็นเป็นก้อนหรือนูนเป็นแนว ฟิลเลอร์ชนิด HA ใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ช่วยสลายได้ แต่ถ้าก้อนนั้นบวม แดง ร้อน หรือเจ็บ ให้ติดต่อคลินิกทันที เพราะอาจเป็นการอักเสบที่ต้องรักษาคนละแบบ

ส่วนใหญ่เจ็บในระดับที่ทนได้ครับ ผมทายาชาก่อนฉีด และฟิลเลอร์หลายรุ่นมี Lidocaine ผสมอยู่ในเนื้อเจล ระหว่างฉีดจะรู้สึกเจ็บตอนเข็มเข้าและรู้สึกตึงบริเวณที่เติม หลังฉีดอาจเจ็บเวลากดอยู่สักระยะ

ผมจะดูว่าฟิลเลอร์เดิมยังเหลืออยู่แค่ไหนก่อนตัดสินใจเติมใหม่ครับ ไม่ได้นัดฉีดซ้ำตามรอบเวลาเสมอไป ถ้ายังเหลืออยู่มาก การเติมซ้ำเร็วเกินไปอาจทำให้ปริมาณสะสมจนหน้าดูหนัก ส่วนการเติมครั้งถัดไปมักใช้ปริมาณน้อยกว่าครั้งแรก

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม โคราช กับหมอล็อค

ร่องแก้มที่ดูแก้แล้วเป็นธรรมชาติ เริ่มจากการรู้ว่าร่องของเราชัดขึ้นเพราะอะไรครับ บางคนเติมที่ร่องเพียงเล็กน้อยก็เห็นความเปลี่ยนแปลงชัด บางคนต้องเริ่มที่แก้มส่วนกลาง และบางคนเหมาะกับการยกกระชับมากกว่าการฉีด การประเมินหน้าให้ครบก่อนตัดสินใจจึงช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเงินกับวิธีที่ไม่ตรงต้นเหตุ และได้หน้าที่ยังดูเป็นตัวเองหลังฉีด

สำหรับคนโคราชและจังหวัดใกล้เคียงที่กำลังมองหาที่ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงกรุงเทพครับ ที่ Dr.Lock Clinic ผมเป็นคนดูหน้า วางแผน และฉีดให้เองตั้งแต่ต้นจนจบ ถ้าอยากให้ผมช่วยดูว่าร่องแก้มของคุณควรเริ่มแก้ตรงไหน นัดเข้ามาประเมินได้ทุกวัน เวลา 11:00–20:00 น. โทร 084-196-4598 หรือทักนัดวันเวลาทาง LINE @drlockclinic ได้เลยครับ

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์ของแต่ละหัตถการขึ้นอยู่กับสภาพผิวและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการประเมินและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทุกครั้ง