Hero Banner-Dr.Lock Clinic

เจาะลึก Botox Aestox (โบท็อกซ์เกาหลี)
ตัวท็อปเรื่อง "หน้าเรียว-ริ้วรอยหาย"

ถ้าพูดถึงโบท็อกซ์จากประเทศเกาหลีที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้ คงต้องยกให้ Botox Aestox (อ่านว่า “โบท็อกซ์เอสท็อกซ์”) ครับ เพราะนี่ไม่ใช่แค่โบท็อกซ์ทางเลือกสำหรับคนงบน้อยเท่านั้น แต่เป็นตัวยาที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมาอย่างดีเยี่ยม จนได้ความบริสุทธิ์ที่สูงมาก และให้ผลลัพธ์ความสวยที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แพ้ตัวยารุ่นพี่จากฝั่งยุโรปเลยทีเดียว

ในยุคที่คลินิกความงามผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด และมีโปรโมชั่นโบท็อกซ์ราคาถูกออกมาแข่งกันเต็มหน้าฟีด คำถามที่หมอเจอบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้น โบท็อกซ์เกาหลีดีไหม?” และ ของถูกและดีมีจริงหรือเปล่า?” คำตอบของหมอคือ มีจริงครับ…ถ้าคุณเลือกยี่ห้อที่ใช่”

บทความนี้ หมอล็อค (นพ.สรวิศ ปางเศรณี ว.52448) แพทย์ประจำที่ Dr.Lock Clinic โคราช จะพาคุณไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของ Aestox ครับ ตั้งแต่ที่มาที่ไป งานวิจัยระดับศิริราช ไปจนถึงวิธีเลือกสีกล่องให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า เงินทุกบาทที่คุณจ่ายไป จะแลกมาด้วยความสวยที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุดครับ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

Botox Aestox คืออะไร ทำไมถึงเป็น "โบท็อกซ์เกาหลี" ที่ผ่าน อย. ไทย

Botox Aestox โบท็อกซ์เกาหลี ระดับพรีเมียม ที่ผ่าน อย. ไทย

Botox Aestox คือสารลดเลือนริ้วรอย (Botulinum Toxin Type A) ระดับพรีเมียมจากประเทศเกาหลีใต้ ผลิตโดยบริษัท Hugel, Inc. จากประเทศเกาหลีใต้ โดยบริษัท เอสเทค ฟาร์มา จำกัด (Aestec Pharma Co.,Ltd.) เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย และ KFDA ของเกาหลี

แน่นอนว่าในตลาดตอนนี้มีโบท็อกซ์เกาหลีให้เลือกเป็นสิบยี่ห้อ แต่สิ่งที่ทำให้ Aestox แตกต่างและโดดเด่นขึ้นมาจนครองใจหมอไทยหลายคน ไม่ใช่แค่เพราะผ่านการรับรองจาก KFDA (อย. เกาหลี) และ Thai FDA (อย. ไทย) เท่านั้นครับ แต่ยังมีตัวยา Letibotulinumtoxin A เป็นชื่อที่มีเฉพาะตัวยาที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก U.S.FDA ของสหรัฐอเมริกา, European Union (ยุโรป) และประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเข้มงวดในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยของตัวยาเป็นอย่างมาก จึงมั่นใจได้ว่าเป็นตัวยามาตรฐานระดับโลกในราคาที่คุ้มค่าครับ

อีกทั้งเป็นแบรนด์โบท็อกซ์เกาหลีที่มี การวิจัยร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช” ครับ โดยมีการทดลองทางคลินิกกับคนไทยจริงๆ ต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปี เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัย ผลการวิจัยยืนยันว่าตัวยานี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมและเหมาะกับโครงสร้างผิวและพันธุกรรมของคนไทยโดยเฉพาะ

การที่มีผลวิจัยรองรับในบ้านเราแบบนี้ ทำให้หมอมั่นใจที่จะหยิบมาใช้กับคนไข้ครับ เพราะเรารู้แน่ชัดว่าฉีดไปแล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร และมีความปลอดภัยสูงขนาดไหน ถือเป็นเครื่องการันตีคุณภาพที่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปครับ

ด้วยจุดเด่นอยู่ที่ความบริสุทธิ์สูง ให้งานผิวสวย เป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง

Botox Aestox มีความบริสุทธิ์ถึง 99.997%

ถ้าใครเคยมีประสบการณ์ฉีดโบท็อกซ์แล้วรู้สึกว่า “หน้าแข็ง” “ยิ้มเกร็ง” หรือรู้สึกหนักหน้าเหมือนมีอะไรมาเกาะ โบท็อกซ์เกาหลีตัวนี้คือคำตอบที่จะมาแก้ปัญหานี้ครับ จากสโลแกนหลักของแบรนด์นี้คือ “Natural Looking” ซึ่งไม่ได้พูดขึ้นมาลอย ๆ แต่มาจากกระบวนการผลิตที่ทำให้ตัวยามี ความบริสุทธิ์สูงถึง 3 ขั้นตอน (Triple-Step Purification) ส่งผลให้ตัวยามีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.997% (Ultra High Purity) ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานทั่วไป อีกทั้งข้อเด่นเรื่องการกระจายตัวของยาที่ค่อนข้างแคบ ส่งผลให้ตัวยาจะอยู่บริเวณจุดที่ฉีด ลดโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงในจุดที่ไม่ต้องการได้ครับ

ความบริสุทธิ์นี้ส่งผลดีกับเรายังไง

  1. ลดโอกาสดื้อยาในอนาคต: ยิ่งตัวยามีความบริสุทธิ์สูง แปลว่ามีโปรตีนแปลกปลอม (Foreign Protein) ปะปนอยู่น้อยมากครับ ทำให้ร่างกายของเราไม่สร้างภูมิต้านทานมาต่อต้านยา ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ “ดื้อโบท็อกซ์” ให้เราสามารถฉีดสวยต่อเนื่องไปได้ยาวๆ ครับ
  2. ให้งานผิวที่สวยและละมุนกว่า: ด้วยความที่โมเลกุลยามีความเสถียร ทำให้การกระจายตัวยาเป็นไปอย่างนุ่มนวล หลังฉีดจะรู้สึกว่าริ้วรอยจางลง รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวดูเนียนใส (Glass Skin) โดยที่กล้ามเนื้อหน้ายังขยับได้เป็นธรรมชาติ ยิ้มแล้วตายิ้มตาม ไม่ดูแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ครับ

สรุปง่ายๆ คือ Aestox เหมาะมากสำหรับคนที่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยสูงสุด (Premium Korean) ชอบสไตล์ สวยแบบไม่มีใครรู้ว่าฉีด” หรือคนที่ต้องการงานผิว (Dermolift) ที่ดูเป็นธรรมชาติครับ

Botox Aestox มีกี่สี แต่ละสีต่างกันอย่างไร

เวลาเดินเข้าคลินิกแล้วเห็นว่ามีสีกล่อง Botox Aestox ที่วางเรียงกันไว้หลายสี ไม่ต้องตกใจนะครับ จริง ๆ แล้ว ตัวยาข้างในเหมือนกันเป๊ะ 100%” ครับ ทั้งความเข้มข้นและความบริสุทธิ์ สิ่งที่แตกต่างกันมีเพียงแค่ “ปริมาณ Units” ที่บรรจุอยู่ภายในขวดเท่านั้นครับ ที่ทางแบรนด์ทำออกมาหลายขนาด เพื่อให้หมอเลือกหยิบมาใช้ให้ตรงตามความเหมาะสมของปัญหาคนไข้แต่ละคนครับ โดยแบ่งออกเป็น 3 สีหลักๆ ดังนี้:

Aestox กล่องสีชมพู (50 Units)

Botox Aestox กล่องสีชมพู ขนาด 50 Units

น้องเล็กสุดท้อง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ “เก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ” เช่น เติมริ้วรอยเฉพาะจุด (หางตา หรือ หน้าผากอย่างเดียว) หรือใช้ Touch up เพิ่มเติมในกรณีที่ฉีดไปแล้วยังลงไม่สุดครับ

(Note: ที่ Dr.Lock Clinic เราไม่ได้นำไซส์นี้เข้ามาจำหน่ายนะครับ เพราะหมอมองว่าราคาเฉลี่ยต่อยูนิตค่อนข้างสูงกว่าไซส์อื่น แนะนำให้ขยับไปใช้ไซส์ 100 Units จะคุ้มค่าเม็ดเงินของคนไข้มากกว่าครับ)

Aestox กล่องสีฟ้า (100 Units)

Botox Aestox กล่องสีฟ้า ขนาด 100 Units

“ไซส์มาตรฐาน ยอดฮิตตลอดกาล” ครับ เป็นขนาดที่ขายดีที่สุด เพราะปริมาณกำลังดีสำหรับการ “ปรับรูปหน้าทั่วใบหน้า” ในครั้งเดียว เช่น ใช้ฉีดลดกรามคู่กับลดริ้วรอยหน้าผาก/หางตา หรือใช้ลิฟต์กรอบหน้าทั่วหน้าครับ ใครที่เพิ่งเริ่มฉีดครั้งแรก หมอแนะนำให้สตาร์ทที่กล่องสีฟ้านี้เลยครับ ครบจบในขวดเดียว

Aestox กล่องสีส้ม (200 Units)

Botox Aestox กล่องสีส้ม ขนาด 2000 Units

ไซส์บิ๊กเบิ้ม สำหรับงานใหญ่” ขวดนี้ทำขึ้นมาเพื่อคนที่มีปัญหากล้ามเนื้อมัดใหญ่โดยเฉพาะครับ เช่น คนที่กรามใหญ่และหนามาก (ฉีด 100u เอาไม่อยู่), คนที่ต้องการฉีด ลดน่อง ให้เรียวสวย หรือฉีด ลดเหงื่อรักแร้ ซึ่งต้องใช้ปริมาณยาเยอะครับ การเปิดขวดใหญ่ 200 Units จะได้ราคาที่ประหยัดกว่าการซื้อขวดเล็ก 2 ขวดมารวมกันครับ

เปรียบเทียบ Botox Aestox vs Nabota vs Neuronox เลือกตัวไหนดี

ถ้าพูดถึง “โบท็อกซ์เกาหลี” ในตลาดเมืองไทย ตอนนี้มี “3 ทหารเสือ” ที่เป็นตัวท็อปและผ่าน อย. ไทยมาอย่างถูกต้อง ได้แก่ Aestox, Nabota และ Neuronox ครับ หลายคนอาจสงสัยว่า “ก็เป็นของเกาหลีเหมือนกัน แล้วมันต่างกันตรงไหน?” จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าแต่ละตัวมีจุดเด่นและคาแรคเตอร์ที่ไม่เหมือนกันเลยครับ หมอสรุปมาให้ดูในตารางนี้ครับ

หัวข้อเปรียบเทียบAestox (เอสท็อกซ์)Nabota (นาโบตะ)Neuronox (นิวโรน็อกซ์)
จุดเด่นที่สุดงานผิวสวย เป็นธรรมชาติ ไม่แข็งลงไว ลงแรง เห็นผลเร็วสายพันธุ์ออริจินัล Hall A Hyper ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับโบท็อกซ์อเมริกา Allergan แต่ราคาจับต้องได้ การกระจายของตัวแคบและแม่นยำ
ความรู้สึกหลังฉีดตึงกระชับแบบนุ่มนวล ยังยิ้มได้ปกติตึงเปรี๊ยะ ขยับยากนิดนึงช่วงแรกตึงกระชับ เป็นธรรมชาติ ปานกลาง
ระยะเวลาเห็นผล3-4 วัน2-3 วัน (ไวมาก)3-4 วัน
ความคงทน4-6 เดือน4-5 เดือน4-6 เดือน
เหมาะกับใครคนชอบหน้า Natural ไม่โป๊ะ, งานผิว (Dermolift), ลดกรามหน้าเรียวคนใจร้อน อยากเห็นผลไว, กรามใหญ่มาก, ชอบหน้าตึงๆคนที่เน้นความปลอดภัยสูงสุด (Premium Korean), กลัวดื้อยา
ระดับราคา⭐⭐⭐ (คุ้มค่า)⭐⭐⭐ (กลางๆ)⭐⭐⭐ (คุ้มค่า)

สรุปการเลือกฉบับหมอล็อค:

  • ทีม Aestox: งานพรีเมี่ยมเกาหลี เหมาะกับคนที่เน้นความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากตัวยาได้รับรองจาก 3 กลุ่มประเทศหลักของโลกในตลาด Toxin คือ U.S.A, EU และ China ซึ่งมีมาตรฐานที่เข้มงวดอย่างมาก และอยากได้งานผิวเนียนเป็นธรรมชาติ แบบสาวเกาหลี ตัวนี้ตอบโจทย์ที่สุดครับ
  • ทีม Nabota: เหมาะกับสาย “Hardcore” ครับ ใครกรามใหญ่มาก หรือชอบความรู้สึกตึงๆ แบบสะใจ ตัวนี้จะลงแรงและไวกว่าเพื่อนครับ
  • ทีม Neuronox: เหมาะกับคนที่อยากได้คุณภาพใกล้เคียงของอเมริกา (Allergan) ในราคาที่ถูกกว่า ผลลัพธ์แม่นยำ และกลัวดื้อยา

Botox Aestox เหมาะใช้ฉีดจุดไหนบ้าง

ด้วยความที่มีจุดเด่นเรื่องความบริสุทธิ์สูงและการกระจายตัวที่แคบและสม่ำเสมอ ทำให้เป็นโบท็อกซ์ที่ “เล่นงานผิว” ได้สวยมากครับ หมอแนะนำ 3 จุดที่เหมาะจะฉีด Aestox ดังนี้ครับ:

Botox Aestox เหมาะที่จะฉีดลดริ้วรอยที่หน้าผาก, หางตา, ลดกราม และลิฟต์กรอบหน้า
  1. ลดริ้วรอยทั่วใบหน้า (Wrinkles) ตำแหน่ง: หน้าผาก, หางตา, ขมวดคิ้ว นี่คือ “ไม้ตาย” ของโบท็อกซ์เกาหลีตัวนี้เลยครับ เพราะตัวยาจะออกฤทธิ์แบบ Soft & Smooth ทำให้ริ้วรอยจางลงโดยที่หน้าไม่แข็ง ยังสามารถเลิกคิ้ว ยิ้มหยีตา หรือแสดงสีหน้าได้ตามปกติ ไม่ดูหน้าตึงจนโป๊ะเหมือนโบท็อกซ์เกาหลีรุ่นเก่า ๆ ครับ
  2. ลิฟต์กรอบหน้า / งานผิว (Dermolift) ตำแหน่ง: กรอบหน้า, แนวสันกราม เทคนิค Dermolift คือการฉีดชั้นผิวหนังตื้น เพื่อกระชับรูขุมขนและยกกระชับหน้า ซึ่งสามารถทำแล้วเห็นผลได้ดีมากครับ เพราะยานุ่ม ไม่ดึงหน้าจนเบี้ยวหรือแก้มตอบ ผลลัพธ์คือกรอบหน้าชัดขึ้น ผิวดูละเอียดใสขึ้น (Glass Skin Effect) แบบสาวเกาหลีครับ
  3. ลดกราม (Masseter Reduction) ตำแหน่ง: กล้ามเนื้อกราม 2 ข้าง สำหรับคนที่มีกรามใหญ่ปานกลาง สามารแก้ปัญหาแบบเอาอยู่สบายครับ ช่วยให้หน้าเรียว V-Shape ได้ในราคาสบายกระเป๋า (แต่ถ้าใครกรามใหญ่มาก ๆ แบบกล้ามเนื้อหนาปึ้ก หมออาจจะแนะนำให้ขยับไปใช้ไซส์ 200 Units หรือใช้ตัวที่ยามีการกระจายตัวกว้างกว่าอย่าง Nabota หรือ Dysport จะลงไวกว่าครับ)


สรุป:
ถ้าโจทย์ของคุณคือ “อยากสวยแบบธรรมชาติ ไม่เอาหน้าแข็ง” Aestox คือตัวเลือกอันดับ 1 ในงบประมาณที่คุ้มค่าครับ

Botox Aestox ราคาเท่าไหร่? (อัปเดตราคาโปรโมชั่น)

ข่าวดีสำหรับคนที่อยากสวยแต่ไม่อยากกระเป๋าฉีกครับ! เพราะ Botox Aestox ทำราคาออกมาได้น่ารักมากเมื่อเทียบกับคุณภาพระดับพรีเมียมที่ได้รับ ที่ Dr.Lock Clinic เราคัดสรรเฉพาะขนาดที่ “คุ้มค่าที่สุด” มาจัดโปรโมชั่นให้คนไข้ ดังนี้ครับ:

ตารางราคา Aestox (อัปเดตล่าสุด)

รายการ (Program)ปริมาณ (Units)ราคาโปรโมชั่น (บาท)
Aestox กล่องสีฟ้า100 Units6,900.-
Aestox กล่องสีส้ม200 Units12,000.-

(หมายเหตุ: เราไม่ได้นำเข้าขนาด 50 Units (กล่องสีชมพู) มาจำหน่ายนะครับ เพราะเมื่อคำนวณราคาเฉลี่ยต่อยูนิตแล้ว การซื้อขนาด 100 Units จะคุ้มค่ากว่ามากครับ สามารถใช้ฉีดทั่วหน้า หรือเก็บไว้เติมในจุดอื่นๆ ได้ครอบคลุมกว่าครับ)

วิธีเช็ค Botox Aestox ของแท้ (Checklist ล่าสุด)

ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุดในการฉีดโบท็อกซ์ครับ ปัจจุบันโบท็อกซ์ปลอมระบาดหนักมากและทำเลียนแบบได้เนียนขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นก่อนฉีดทุกครั้ง หมออยากให้คนไข้เสียสละเวลาเล็กน้อยเพื่อ เช็คยาแท้” ให้มั่นใจก่อนเข็มจะจิ้มลงหน้าครับ

วิธีเช็ค Botox Aestox ของแท้

สำหรับ Aestox (ของแท้) ที่นำเข้าอย่างถูกต้องโดยบริษัท Aestec Pharma จะมีจุดสังเกตสำคัญ 5 จุดที่ต้องเช็คดังนี้ครับ:

  1. สแกน QR Code ต้องเจอข้อมูลจริง: ที่ด้านข้างกล่องจะมี QR Code แปะอยู่ ให้คนไข้ขูดแถบสีเงินออกแล้วใช้สมาร์ทโฟนสแกนผ่านแอปพลิเคชัน EzTracker (หรือ Line) ครับ ระบบจะลิงก์ไปที่หน้าตรวจสอบสินค้า ซึ่งต้องแสดงข้อมูลว่าเป็น “ของแท้” และระบุชื่อคลินิกที่สั่งซื้อยาได้ถูกต้องครับ (ข้อควรระวัง: หากสแกนแล้วไม่ขึ้นข้อมูล หรือขึ้นเตือนว่าเป็นรหัสที่ถูกสแกนไปแล้วหลายครั้ง ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นของปลอมครับ)
  2. เลข Lot. ต้องตรงกัน 2 จุด: ให้ลองเทียบดูเลข Lot. และวันหมดอายุที่ระบุไว้ 2 ตำแหน่งนี้ ต้องเป็น เลขชุดเดียวกันเป๊ะ” ครับ
    • จุดที่ 1: ที่ก้นกล่อง หรือด้านข้างกล่อง
    • จุดที่ 2: ที่สติ๊กเกอร์ข้างขวด
  3. เอกสารกำกับยาภาษาไทย: ภายในกล่องจะต้องมีเอกสารกำกับยาฉบับภาษาไทยที่สมบูรณ์ และระบุชื่อผู้นำเข้าชัดเจนคือ บริษัท เอสเทค ฟาร์มา จำกัด (Aestech Pharma Co., Ltd.) เท่านั้นครับ
  4. สติ๊กเกอร์ปิดฝากล่อง: ฝากล่องต้องถูกปิดผนึกด้วยสติ๊กเกอร์ใส และต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีการถูกแกะหรือฉีกขาดมาก่อนครับ
  5. ลักษณะตัวยาภายในขวด: เมื่อเปิดขวดออกมา จะต้อง ไม่มีน้ำ” อยู่ข้างในนะครับ ตัวยาของแท้จะมีลักษณะเป็น “ผงสีขาวเคลือบอยู่ที่ก้นขวด” เท่านั้น ซึ่งแพทย์จะต้องผสมน้ำเกลือ (Normal Saline) ให้ดูต่อหน้าก่อนฉีดครับ


หมอล็อคแนะนำ:
ที่ Dr.Lock Clinic เรายึดถือความโปร่งใสเป็นหลัก หมอยินดีแกะกล่องใหม่ให้ดู ผสมยาให้เห็นต่อหน้า และสอนวิธีเช็คยาแท้ทุกขั้นตอน เพื่อความสบายใจสูงสุดของคนไข้ครับ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ฉีดแล้วอยู่ได้กี่เดือน

โดยทั่วไปแล้ว Aestox จะให้ผลลัพธ์คงสภาพอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ครับ ซึ่งเป็นระยะเวลามาตรฐานของโบท็อกซ์เกาหลีเกรดพรีเมียม แต่ทั้งนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคนด้วยครับ เช่น พฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อ (ชอบกัดกราม/เลิกคิ้วบ่อยไหม), การดูแลตัวเองหลังฉีด และการโดนความร้อนครับ หากต้องการรักษาผลลัพธ์ให้เป๊ะต่อเนื่อง หมอแนะนำให้กลับมาเติมซ้ำทุกๆ 4-5 เดือนครับ

หลังฉีด Aestox คนไข้จะเริ่มรู้สึกตึง ๆ หรือเมื่อย ๆ บริเวณที่ฉีดในช่วง 3-7 วันแรก ส่วนเรื่องระยะเวลาเห็นผล หมอขออธิบายแบ่งตามจุดที่ฉีดดังนี้ครับ

  • สำหรับลิฟต์กรอบหน้า: โดยส่วนมากเห็นผลทันทีหลังฉีดครับ
  • สำหรับลดริ้วรอย: จะเห็นผลชัดเจน ผิวตึงกระชับขึ้น ภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ
  • สำหรับลดกราม/ปรับรูปหน้า: กล้ามเนื้อจะค่อยๆ ยุบตัวลง และเห็นกรอบหน้าชัดเจนที่สุดในช่วง 1 เดือนครับ

Aestox เป็นโบท็อกซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.997% ซึ่งถือว่าสูงมากครับ ทำให้มีโอกาสเกิดการดื้อยาน้อยมากเมื่อเทียบกับโบท็อกซ์เกาหลีรุ่นเก่า ๆ หากฉีดกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ใช้ยาแท้ที่ตรวจสอบได้ และเว้นระยะการฉีดที่เหมาะสม (ไม่ถี่เกินไป) สามารถฉีดต่อเนื่องได้ในระยะยาวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องดื้อยาครับ

สามารถเปลี่ยนยี่ห้อได้เลยครับ แต่หมอแนะนำว่าควรเว้นระยะห่างจากครั้งล่าสุดอย่างน้อย 3-4 เดือน หรือรอให้ยาเดิมหมดฤทธิ์ก่อน เพื่อให้แพทย์ประเมินรูปหน้าและกล้ามเนื้อได้แม่นยำ และเห็นผลลัพธ์ของยาตัวใหม่ได้ชัดเจนที่สุดครับ โดยเฉพาะใครที่อยากลองเปลี่ยนจากสาย “หน้าแน่น” มาเป็นสาย “หน้าละมุน” Aestox คือตัวเลือกที่น่าลองมากครับ

เจ็บน้อยมากครับ เพราะตัวยา Aestox มีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับร่างกายมนุษย์ ทำให้เวลาเดินยาจะไม่รู้สึกแสบเท่าบางยี่ห้อครับ บวกกับที่ Dr.Lock Clinic เรามีการแปะยาชาและประคบน้ำแข็งช่วยก่อนฉีด คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่าชิลมากครับ เหมือนมดกัดนิดๆ เท่านั้นเอง

บทสรุป

ถ้าให้หมอสรุปสั้น ๆ สำหรับ Botox Aestox คำนิยามที่เหมาะสมที่สุดคือ ทางเลือกที่ฉลาดและคุ้มค่า” (Smart & Worthy Choice) หากคุณเป็นคนที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าวงการฉีดหน้า หรือกำลังมองหาโบท็อกซ์ที่ “ราคาเป็นมิตร” แต่ยังคงให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัย” เป็นที่ตั้ง (มีวิจัยรองรับจากศิริราช) และชื่นชอบผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งโป๊ก Aestox คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณครับ รับรองว่าคุณภาพที่ได้นั้นเกินราคาไปมากทีเดียว

แต่ถ้าคุณยังลังเล หรืออยากลองเปรียบเทียบสเปคและราคากับแบรนด์ระดับโลกอื่น ๆ เพื่อหาตัวที่ตอบโจทย์ที่สุด สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเปรียบเทียบเชิงลึกของบริการ ฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ปรับรูปหน้า ยี่ห้ออื่นๆ ทั้งหมดได้ที่หน้านี้ครับ หรือหากสนใจหัตถการอื่นๆ เพื่อการดูแลผิวพรรณแบบครบวงจร สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหมวดหมู่ บริการด้านความงาม (Aesthetic Treatment) ได้เลยครับ

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกยายี่ห้อไหน เทคนิคการฉีดของแพทย์” คือกุญแจสำคัญที่จะกำหนดว่าผลลัพธ์จะออกมา “ปัง” หรือ “พัง” ครับ ที่ Dr.Lock Clinic หมอให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์กล้ามเนื้อแบบ Case by Case และใช้เทคนิคการวางยาที่แม่นยำ เพื่อให้คุณสวยขึ้นในแบบที่เป็นตัวเองอย่างปลอดภัยที่สุดครับ

สำหรับชาวโคราชหรือผู้ที่อยู่จังหวัดใกล้เคียง ถ้าอยากรู้ว่าปัญหาของคุณต้องใช้กี่ Units? ทักมาส่งรูปประเมินหน้ากับหมอได้ฟรี! หรือนัดคิวเข้ามาปรึกษาปัญหาผิวกันก่อนได้เลยที่ Line: @drlockclinic ยินดีดูแลความสวยให้ทุกคนครับ