Hero Banner-Dr.Lock Clinic

ร่องน้ำหมากคืออะไร
ทำไมทำให้หน้าดูบึ้งกว่าวัย พร้อมวิธีแก้ให้ตรงจุด

ร่องน้ำหมากคืออะไร ทำไมทำให้หน้าดูบึ้ง พร้อมวิธีแก้ให้ตรงจุด

หลายคนน่าจะเคยเจอเหตุการณ์ที่โดนทักว่าทำหน้าบึ้งหรือดูไม่อารมณ์ดี ทั้งที่ความจริงรู้สึกปกติดีทุกอย่างนะครับ พอลองส่องกระจกดูใกล้ ๆ ถึงเพิ่งสังเกตว่ามีร่องลากจากมุมปากทั้งสองข้างลงมาทางคาง ทำให้มุมปากดูตกและใบหน้าโดยรวมดูหม่นลงโดยไม่ตั้งใจ ร่องลักษณะนี้แหละครับที่เราเรียกกันว่าร่องน้ำหมากซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ทำให้หน้าดูมีอายุและดูบึ้งกว่าที่เป็นจริง และเป็นปัญหาที่หลายคนกังวลแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้ตรงไหนดี

เพื่อให้เข้าใจปัญหานี้แบบครบทุกมุม ในบทความนี้ หมอล็อค (นพ.สรวิศ ปางเศรณี ว.52448) แพทย์ประจำที่ Dr.Lock Clinic จะพาไปทำความรู้จักตั้งแต่ต้นว่าร่องน้ำหมากคืออะไร ต่างจากร่องแก้มที่หลายคนสับสนยังไง เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง และที่สำคัญที่สุดคือมีวิธีแก้แบบไหนที่เหมาะกับร่องน้ำหมากของแต่ละคน ผมจะค่อย ๆ อธิบายแบบเข้าใจง่าย พร้อมบอกตามตรงว่าแต่ละวิธีเหมาะกับใครและช่วยได้แค่ไหน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยครับ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

ร่องน้ำหมากคืออะไร

ร่องน้ำหมากในทางการแพทย์เรียกว่า Marionette Lines ครับ เป็นร่องหรือรอยพับที่ลากจากมุมปากทั้งสองข้างลงมาตามแนวตั้งจนถึงบริเวณคาง เมื่อร่องนี้ชัดและลึกขึ้น จะทำให้มุมปากดูตกลงและใบหน้าโดยรวมดูบึ้งหรือดูไม่มีความสุข ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนกังวลกับร่องน้ำหมากเป็นพิเศษ เพราะมันส่งผลต่อ “อารมณ์” ที่ใบหน้าสื่อออกไปโดยตรง

ที่มาของชื่อก็มาจากภาพที่คุ้นเคยในอดีตครับ คนสมัยก่อนที่เคี้ยวหมากมักมีคราบน้ำหมากไหลซึมลงตามร่องบริเวณมุมปากนี้พอดี คนเลยเรียกติดปากกันว่าร่องน้ำหมาก ส่วนชื่อภาษาอังกฤษอย่าง Marionette Lines ก็มาจากหุ่นกระบอกชักที่มีรอยต่อขยับปากได้บริเวณมุมปากลงมาถึงคาง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับร่องนี้นั่นเอง พอเข้าใจที่มาแล้วก็จะเห็นภาพตำแหน่งของร่องน้ำหมากได้ชัดขึ้น

ร่องน้ำหมาก กับ ร่องแก้ม ต่างกันอย่างไร

ร่องน้ำหมากกับร่องแก้ม ต่างกันอย่างไร

จุดที่คนสับสนกันบ่อยมากคือการแยกระหว่างร่องน้ำหมากกับร่องแก้ม เพราะทั้งสองอย่างเป็นร่องบนใบหน้าที่ทำให้ดูแก่เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วอยู่คนละตำแหน่งและมีรายละเอียดต่างกันครับ การแยกให้ออกตั้งแต่แรกสำคัญมาก เพราะวิธีดูแลและตำแหน่งที่ต้องแก้ก็ต่างกันด้วย

ร่องแก้มคือร่องที่ลากจากข้างปีกจมูกลงมาถึงมุมปาก เป็นร่องด้านบนที่อยู่ระหว่างจมูกกับแก้ม ส่วนร่องน้ำหมากจะอยู่ต่อลงมาด้านล่าง คือลากจากมุมปากลงไปทางคาง พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือถ้าลากนิ้วจากปีกจมูกลงมา ช่วงบนถึงมุมปากคือร่องแก้ม และช่วงที่ต่อจากมุมปากลงคางคือร่องน้ำหมาก หลายคนมีทั้งสองร่องพร้อมกัน ซึ่งก็ยิ่งทำให้ใบหน้าช่วงล่างดูหย่อนคล้อยและดูมีอายุมากขึ้น

ความเข้าใจตรงนี้จะช่วยให้เราสื่อสารกับแพทย์ได้ตรงจุดขึ้นว่าปัญหาที่กังวลจริง ๆ อยู่ตรงไหน เพราะบางคนบอกว่าเป็นร่องแก้ม แต่พอประเมินจริงกลับพบว่าปัญหาหลักอยู่ที่ร่องน้ำหมากและมุมปากที่ตกลง การดูให้ออกว่าร่องของเราคือแบบไหนจึงเป็นก้าวแรกของการแก้ที่ตรงจุดครับ

ร่องน้ำหมากเกิดจากอะไรได้บ้าง

ความจริงแล้วร่องน้ำหมากไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่มักเป็นผลจากหลายอย่างที่ค่อย ๆ สะสมและทำงานพร้อมกันตามวัยที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักที่หลีกเลี่ยงได้ยากคือเรื่องอายุครับ เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้ผิวเต่งตึงได้น้อยลง ผิวบริเวณรอบปากจึงเริ่มหย่อนและสูญเสียความกระชับ ขณะเดียวกันชั้นไขมันที่เคยช่วยพยุงให้แก้มและมุมปากดูอิ่มก็ค่อย ๆ ฝ่อลงและเลื่อนต่ำลง เมื่อเนื้อด้านบนหย่อนลงมากองรวมกัน ก็ยิ่งทำให้เกิดเป็นร่องบริเวณมุมปากชัดขึ้น นอกจากนี้โครงสร้างกระดูกใบหน้าและขากรรไกรที่ยุบตัวลงตามวัยก็มีส่วน เพราะเมื่อฐานที่เคยรองรับผิวลดลง ใบหน้าช่วงล่างก็ทรุดตามไปด้วย

อีกปัจจัยที่หลายคนคาดไม่ถึงคือการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณมุมปากครับ เรามีกล้ามเนื้อมัดหนึ่งที่ทำหน้าที่ดึงมุมปากลง เมื่อใช้งานหรือเกร็งซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ก็ทำให้มุมปากดูตกและร่องน้ำหมากเด่นขึ้นได้ ส่วนปัจจัยจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีไม่น้อย ทั้งการแสดงสีหน้าบ่อย ๆ การลดน้ำหนักเร็วเกินไปจนไขมันบนใบหน้าหายไป การโดนแดดสะสมที่เร่งให้ผิวเสื่อม รวมถึงการสูบบุหรี่ และอีกเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้คือกรรมพันธุ์และโครงหน้าเดิม ที่ทำให้บางคนเห็นร่องน้ำหมากชัดเร็วกว่าคนอื่น

ประเด็นสำคัญที่ผมอยากให้สังเกตคือ สาเหตุเหล่านี้นำไปสู่ร่องน้ำหมากในลักษณะที่ต่างกัน บางคนร่องลึกเพราะขาดวอลลุ่มจากไขมันที่ยุบ บางคนเป็นเพราะผิวและเนื้อหย่อนคล้อยลงมา และบางคนเด่นที่มุมปากตกจากการทำงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งทั้งสามแบบนี้เหมาะกับวิธีแก้ที่ไม่เหมือนกัน เดี๋ยวในหัวข้อถัดไปผมจะพาไปดูว่าร่องน้ำหมากแต่ละลักษณะควรแก้ด้วยวิธีไหนให้ตรงเหตุครับ

ร่องน้ำหมากแก้ยังไง รวมวิธีแก้ตามเคสของแต่ละคน

เนื่องจากร่องน้ำหมากของแต่ละคนมาจากสาเหตุไม่เหมือนกัน บางคนเด่นที่ร่องลึกจากการขาดวอลลุ่ม บางคนเด่นที่ผิวหย่อนคล้อย และบางคนเด่นที่มุมปากตกจากการทำงานของกล้ามเนื้อ การเลือกวิธีจึงต้องดูว่าปัญหาหลักของเราคือแบบไหน เพื่อให้แก้ได้ตรงเหตุ ผมจะค่อย ๆ ไล่ตั้งแต่การดูแลเบื้องต้นที่ทำเองได้ ไปจนถึงหัตถการที่เลือกตามแต่ละลักษณะครับ

รวมวิธีแก้ร่องน้ำหมาก ตามเคสของแต่ละคน

ดูแลเบื้องต้นและบำรุงผิว จุดเริ่มต้นที่ทำได้ก่อน

วิธีแรกที่ผมแนะนำให้เริ่มเป็นพื้นฐานคือการดูแลผิวด้วยตัวเองครับ การบำรุงให้ผิวรอบปากชุ่มชื้น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจนอย่างกลุ่มเรตินอล การทาครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อชะลอการเสื่อมของผิว รวมถึงการดูแลสุขภาพโดยรวมและงดสูบบุหรี่ ล้วนช่วยให้ผิวบริเวณนี้แข็งแรงและชะลอไม่ให้ร่องน้ำหมากแย่ลงเร็วได้

แต่ผมอยากบอกตามตรงว่า การดูแลเบื้องต้นเหมาะกับการป้องกันและประคองในช่วงที่ร่องยังไม่ลึกมากเท่านั้นนะครับ เพราะเมื่อร่องน้ำหมากลึกแล้วจากการที่ไขมันยุบ ผิวหย่อน หรือมุมปากตก ลำพังการบำรุงภายนอกจะไม่สามารถเติมส่วนที่ยุบหายหรือยกเนื้อที่หย่อนกลับขึ้นมาได้ ดังนั้นถ้าใครดูแลเองเต็มที่แล้วแต่ร่องยังชัดอยู่ การเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อดูทางเลือกที่ตรงเหตุกว่าก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

ฟิลเลอร์เติมร่องมุมปาก สำหรับร่องลึกที่ขาดวอลลุ่ม

สำหรับร่องน้ำหมากที่เกิดจากการขาดวอลลุ่ม คือมีลักษณะเป็นร่องลึกบริเวณมุมปาก การเติมฟิลเลอร์ถือเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุดครับ หลักการคือการเติมสารไฮยาลูรอนิกแอซิดเข้าไปในร่องที่ยุบลง เพื่อพยุงและดันให้ร่องตื้นขึ้น เมื่อร่องตื้นขึ้น มุมปากก็จะดูยกขึ้นและใบหน้าช่วงล่างดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น ข้อดีที่คนไข้ชอบคือเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็วหลังทำ

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือฟิลเลอร์ให้ผลแบบชั่วคราว เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะค่อย ๆ สลายตัวไปเอง จึงต้องเติมซ้ำเป็นระยะเพื่อคงผลลัพธ์ และเนื่องจากบริเวณมุมปากเป็นตำแหน่งที่มีรายละเอียดของกล้ามเนื้อและเส้นเลือด การฉีดจึงต้องอาศัยความแม่นยำและการประเมินปริมาณที่พอดี เพราะถ้าเติมมากเกินไปก็อาจทำให้ดูอวบผิดธรรมชาติได้ จุดนี้จึงควรทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์โดยตรง หากใครอยากรู้รายละเอียดเรื่องฟิลเลอร์เพิ่มเติม อ่านต่อได้ที่หน้า ฟิลเลอร์ของ Dr.Lock Clinic ครับ

โบท็อกซ์ สำหรับมุมปากที่ตกจากการทำงานของกล้ามเนื้อ

ในบางคน ร่องน้ำหมากและมุมปากที่ตกลงไม่ได้มาจากการขาดวอลลุ่มเป็นหลัก แต่มาจากกล้ามเนื้อบริเวณมุมปากที่คอยดึงมุมปากลงทำงานมากเกินไป ในเคสแบบนี้การฉีดโบท็อกซ์เข้าไปช่วยคลายการทำงานของกล้ามเนื้อมัดนั้น จะทำให้แรงดึงมุมปากลงลดลง มุมปากจึงดูยกขึ้นและใบหน้าดูผ่อนคลายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีนี้เหมาะกับคนที่ปัญหาหลักอยู่ที่มุมปากตกจากกล้ามเนื้อ และในหลายเคสผมก็มักพิจารณาทำร่วมกับการเติมฟิลเลอร์ในสัดส่วนที่พอดี เพื่อจัดการทั้งแรงดึงของกล้ามเนื้อและการเติมร่องไปพร้อมกัน ผลของโบท็อกซ์เป็นแบบชั่วคราวเช่นกันและต้องทำซ้ำเป็นระยะ การประเมินว่าควรฉีดจุดไหนและปริมาณเท่าไรจึงต้องอาศัยความเข้าใจกล้ามเนื้อใบหน้าของแพทย์ ใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม อ่านได้ที่หน้า โบท็อกซ์ของ Dr.Lock Clinic ครับ

ร้อยไหมยกกระชับ สำหรับผิวและเนื้อที่หย่อนคล้อย

สำหรับคนที่ร่องน้ำหมากมาพร้อมกับผิวและเนื้อใบหน้าช่วงล่างที่เริ่มหย่อนคล้อยไหลลงมา การร้อยไหมยกกระชับจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ได้ดีครับ หลักการคือการ

ร้อยเส้นไหมที่ร่างกายสลายได้เองเข้าไปใต้ผิว เพื่อดึงเนื้อที่หย่อนให้ยกกลับขึ้นไปในตำแหน่งที่เหมาะสม และในขณะเดียวกันตัวไหมก็ช่วยกระตุ้นให้ผิวบริเวณนั้นสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ กระชับขึ้นตามมาด้วย

เช่นเดียวกับวิธีอื่น ร้อยไหมก็ต้องอาศัยการวางแผนตำแหน่งและจำนวนไหมให้พอเหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคน ไม่ใช่ยิ่งใส่เยอะยิ่งดี เพราะถ้าดึงแรงเกินไปก็อาจทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ และในเคสที่ร่องน้ำหมากเด่นพร้อมความหย่อนคล้อย ผมก็มักพิจารณาทำร้อยไหมควบคู่กับการเติมฟิลเลอร์ เพื่อให้ได้ทั้งการยกกระชับและการเติมเต็มไปด้วยกัน ใครอยากเข้าใจวิธีนี้ให้ละเอียดขึ้น อ่านเพิ่มได้ที่หน้า ร้อยไหม (Thread Lift) ครับ

ส่วนในกรณีที่ใบหน้าหย่อนคล้อยมากทั้งหน้าจริง ๆ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ การผ่าตัดดึงกระชับใบหน้าก็เป็นอีกทางเลือกที่ให้ผลชัดเจนและอยู่ได้นานกว่า เพียงแต่เป็นการผ่าตัดที่ต้องมีการพักฟื้นและควรทำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ซึ่งจุดนี้ผมแนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินเป็นรายบุคคลจะเหมาะสมที่สุดครับ

แล้วร่องน้ำหมากของเราควรแก้ทางไหนดี

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะพอเดาออกแล้วว่าร่องน้ำหมากของตัวเองน่าจะมาจากสาเหตุไหน แต่เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ผมขอสรุปความเชื่อมโยงระหว่างลักษณะปัญหากับวิธีแก้ไว้ในตารางเดียว จะได้เทียบกับตัวเองได้ว่าควรมองไปทางวิธีไหนเป็นหลักครับ

ร่องน้ำหมากลักษณะไหนจุดสังเกตแนวทางที่ตรงเหตุลักษณะผลลัพธ์
ร่องลึกจากขาดวอลลุ่มเห็นเป็นร่องเว้าลึกที่มุมปากเติมฟิลเลอร์ร่องมุมปากเห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว ต้องเติมซ้ำเป็นระยะ
มุมปากตกจากกล้ามเนื้อมุมปากดูตกลงเวลาหน้านิ่งโบท็อกซ์คลายกล้ามเนื้อมุมปากมุมปากดูยกขึ้น เป็นผลชั่วคราว ทำซ้ำตามรอบ
ผิวและเนื้อหย่อนคล้อยใบหน้าช่วงล่างดูหย่อนลงมาร้อยไหมยกกระชับยกกระชับพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน
แบบผสมหลายสาเหตุมีหลายอาการพร้อมกันผสมผสานหลายวิธีตามที่แพทย์ประเมินขึ้นอยู่กับแผนเฉพาะบุคคล
ระยะเริ่มต้น/ร่องยังตื้นร่องเพิ่งเริ่มปรากฎ ผิวยังไม่หย่อนมากดูแลเบื้องต้น บำรุงผิวช่วยประคอง ไม่เติมส่วนที่ยุบ

จากตารางจะเห็นว่าหัวใจไม่ได้อยู่ที่การหาวิธีที่ดีที่สุด แต่อยู่ที่การจับคู่วิธีให้ตรงกับสาเหตุของเราครับ การฉีดฟิลเลอร์ให้คนที่ปัญหาหลักคือมุมปากตกจากกล้ามเนื้อ ก็อาจไม่ตอบโจทย์เท่าการคลายกล้ามเนื้อด้วยโบท็อกซ์ หรือการฉีดฟิลเลอร์อย่างเดียวในคนที่หย่อนคล้อยทั้งหน้า ก็อาจไม่พอถ้าไม่ยกกระชับร่วมด้วย เพราะฉะนั้นการเลือกให้ตรงเหตุคือสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีจริง

และนี่คือสิ่งที่ผมอยากย้ำจากประสบการณ์ที่ดูคนไข้มาตลอดครับ ร่องน้ำหมากมักไม่ได้มาเดี่ยว ๆ แต่มาพร้อมกับมุมปากตก ร่องแก้ม หรือความหย่อนคล้อยของใบหน้าช่วงล่างไปด้วยกัน การแก้ที่ได้ผลและดูเป็นธรรมชาติที่สุดจึงมักเป็นการผสมผสานหลายวิธีในสัดส่วนที่พอดี ไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแบบตายตัว ด้วยเหตุนี้ผมจึงให้ความสำคัญกับการประเมินใบหน้าแบบมองภาพรวมทั้งหน้าก่อนเสมอ เพราะการเข้าใจว่าปัญหาที่แท้จริงมาจากอะไรและสัมพันธ์กับส่วนไหนบ้าง คือสิ่งที่ทำให้วางแผนแก้ได้ตรงและสมดุลที่สุดครับ

ข้อควรรู้และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจแก้ร่องน้ำหมาก

ก่อนจะตัดสินใจแก้ร่องน้ำหมากด้วยวิธีใดก็ตาม ผมอยากชวนให้ตั้งหลักสักนิดนะครับ เพราะการรีบทำโดยไม่เข้าใจรายละเอียดให้ดีก่อน บางทีอาจได้ผลที่ไม่ถูกใจหรือเสี่ยงเกินจำเป็นได้ ผมจึงอยากสรุปสิ่งที่อยากให้พิจารณาไว้เป็นแนวทาง เพื่อให้คุณเลือกได้อย่างรอบคอบและปลอดภัยที่สุด

เรื่องแรกที่สำคัญที่สุดคือการเลือกแพทย์และสถานพยาบาลครับ บริเวณมุมปากและรอบปากเป็นตำแหน่งที่มีทั้งกล้ามเนื้อและเส้นเลือดอยู่หนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ล้วนต้องอาศัยความแม่นยำและความเข้าใจกายวิภาคของแพทย์อย่างสูง ทั้งเรื่องตำแหน่ง ความลึก และปริมาณที่เหมาะสม เพราะถ้าทำไม่ดีอาจได้ผลที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ เช่น มุมปากเบี้ยวจากการฉีดโบท็อกซ์ผิดจุด หรือเกิดก้อนจากการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม การเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและลงมือทำเอง รวมถึงใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรยอมแลกกับราคาที่ถูกกว่า

อีกเรื่องที่อยากให้เข้าใจตรงกันคือความคาดหวังต่อผลลัพธ์ครับ ร่องน้ำหมากที่มาจากหลายสาเหตุพร้อมกัน มักต้องใช้มากกว่าหนึ่งวิธีและต้องใช้เวลา ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วเรียบหายไปทันที ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และลักษณะร่องเดิมของแต่ละคนด้วย ดังนั้นผลของคนสองคนที่ทำหัตถการเดียวกันจึงอาจออกมาไม่เหมือนกันเสียทีเดียว การพูดคุยกับแพทย์ให้เข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้นว่าเราต้องการอะไร วิธีที่เลือกช่วยได้แค่ไหน และต้องใช้เวลานานเท่าไร จะช่วยลดโอกาสผิดหวังลงได้มาก

นอกจากนี้ แต่ละวิธีก็มีระยะพักฟื้นและข้อควรปฏิบัติหลังทำที่ต่างกันไป การฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมอาจมีบวมหรือช้ำเล็กน้อยในช่วงแรก ส่วนการฉีดโบท็อกซ์ก็มีคำแนะนำเฉพาะหลังทำที่ควรปฏิบัติตาม การทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดล้วนมีส่วนช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และหากหลังทำมีอาการผิดปกติที่น่ากังวล ควรรีบกลับไปปรึกษาแพทย์ผู้ทำทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือหาวิธีแก้เองนะครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากบอกว่าการแก้ร่องน้ำหมากไม่ใช่เรื่องที่ต้องรีบร้อนตัดสินใจครับ การให้เวลาตัวเองหาข้อมูล ทำความเข้าใจว่าตัวเองเป็นร่องน้ำหมากแบบไหน และเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพจริงก่อน คือขั้นตอนที่จะทำให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจว่าวิธีที่เลือกเหมาะกับตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่แค่ทำตามคนอื่นหรือทำตามกระแสครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับร่องน้ำหมาก

ช่วงท้ายนี้ ผมรวบรวมคำถามที่คนไข้มักถามผมบ่อย ๆ เกี่ยวกับร่องน้ำหมากมาตอบไว้ เผื่อช่วยคลายข้อสงสัยที่หลายคนมีร่วมกันก่อนตัดสินใจครับ

ร่องน้ำหมากกับร่องแก้ม คืออันเดียวกันไหม

ไม่ใช่อันเดียวกันครับ แม้จะเป็นร่องบนใบหน้าที่ทำให้ดูแก่เหมือนกัน แต่อยู่คนละตำแหน่ง ร่องแก้มคือร่องที่ลากจากปีกจมูกลงมาถึงมุมปาก ส่วนร่องน้ำหมากจะอยู่ต่อลงมาด้านล่าง คือลากจากมุมปากลงไปทางคาง หลายคนมีทั้งสองร่องพร้อมกัน ซึ่งทำให้ใบหน้าช่วงล่างดูหย่อนและมีอายุมากขึ้น การแยกให้ออกว่าปัญหาหลักของเราอยู่ที่ร่องไหนจะช่วยให้แก้ได้ตรงจุดกว่า

ไม่มีอายุที่ตายตัวครับ แม้ร่องน้ำหมากจะพบได้บ่อยขึ้นในกลุ่มคนอายุ 40 ปีขึ้นไปตามการเสื่อมของผิวและโครงสร้างใบหน้า แต่บางคนก็เริ่มเห็นได้เร็วกว่านั้นจากโครงหน้าเดิม การแสดงสีหน้าบ่อย หรือการลดน้ำหนักเร็ว หลักง่าย ๆ คือไม่ได้ดูที่ตัวเลขอายุ แต่ดูที่ลักษณะร่องและความกังวลของเจ้าตัวเป็นหลัก ถ้าเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ การเข้าปรึกษาเพื่อประเมินก็ทำได้ทุกช่วงวัย

ร่องน้ำหมากที่ชัดแล้วมักไม่หายเองครับ เพราะต้นเหตุส่วนใหญ่มาจากการสูญเสียคอลลาเจน ไขมันที่ยุบ และโครงสร้างที่เปลี่ยนไปตามวัย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ร่างกายไม่ได้ฟื้นกลับมาเอง การดูแลผิวที่ดีช่วยชะลอไม่ให้ลึกเร็วขึ้นได้ก็จริง แต่ถ้าร่องลึกไปแล้ว การจะให้ตื้นขึ้นอย่างเห็นผลมักต้องอาศัยหัตถการเข้ามาช่วย

ต่างกันที่ต้นเหตุที่แก้ครับ ฟิลเลอร์เหมาะกับร่องน้ำหมากที่เป็นร่องลึกจากการขาดวอลลุ่ม เพราะช่วยเติมร่องที่ยุบให้ตื้นขึ้น ส่วนโบท็อกซ์เหมาะกับเคสที่มุมปากตกจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง เพราะช่วยคลายกล้ามเนื้อมัดนั้นให้มุมปากดูยกขึ้น ในหลายเคสที่มีทั้งสองปัญหา การทำร่วมกันในสัดส่วนที่พอดีก็ให้ผลที่สมดุลกว่าการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ตรงนี้จึงต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

ส่วนใหญ่ไม่ถาวรครับ และขึ้นอยู่กับวิธีที่เลือก ฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ให้ผลแบบชั่วคราวและต้องทำซ้ำเป็นระยะเมื่อผลค่อย ๆ ลดลง ส่วนร้อยไหมจะคงผลได้ระยะหนึ่งและไหมจะสลายไปเองตามเวลา โดยรวมแล้วการดูแลร่องน้ำหมากจึงเป็นเรื่องของการดูแลต่อเนื่องตามการเปลี่ยนแปลงของผิวในแต่ละช่วงวัย มากกว่าจะเป็นการทำครั้งเดียวจบ แพทย์จะช่วยวางแผนระยะการดูแลที่เหมาะกับแต่ละคนได้

สรุปส่งท้าย จากหมอล็อค

กลับมาที่คำถามตั้งต้นว่าร่องน้ำหมากคืออะไรและแก้ยังไงดี ผมหวังว่าพออ่านมาถึงตรงนี้ คุณจะเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่าร่องน้ำหมากคือร่องบริเวณมุมปากลงมาถึงคางที่ทำให้หน้าดูบึ้งและแก่กว่าวัย และกุญแจของการแก้ไม่ได้อยู่ที่การหาวิธีที่ดีที่สุด แต่อยู่ที่การเข้าใจก่อนว่าร่องน้ำหมากของตัวเองมาจากสาเหตุไหน ไม่ว่าจะเป็นร่องลึกจากการขาดวอลลุ่ม มุมปากตกจากกล้ามเนื้อ หรือผิวที่หย่อนคล้อย แต่ละแบบล้วนมีวิธีแก้ที่เหมาะของตัวเอง และในหลายเคสการผสมผสานอย่างพอดีก็ให้ผลที่เป็นธรรมชาติที่สุด

สิ่งที่ผมอยากฝากไว้คือ ร่องน้ำหมากเป็นเรื่องที่ดูแลได้และไม่ต้องกังวลจนเกินไปครับ ขอเพียงเริ่มจากการเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงและเลือกอย่างมีข้อมูล การให้แพทย์ช่วยประเมินใบหน้าแบบมองภาพรวม จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยที่สุด หากใครอยากรู้ว่าร่องน้ำหมากของตัวเองมาจากอะไรและเหมาะกับวิธีไหน ก็สามารถเข้ามาพูดคุยปรึกษาเพื่อประเมินกันได้ ผมและทีมยินดีให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณได้ทางเลือกที่เหมาะกับตัวเองจริง ๆ ครับ

หมายเหตุ: “บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์ของแต่ละหัตถการขึ้นอยู่กับสภาพผิวและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการประเมินและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทุกครั้ง”