Hero Banner-Dr.Lock Clinic

ร่องแก้มลึกแก้ยังไง
รวมทุกวิธีแก้ให้ตรงจุดตามสาเหตุ ฉบับเข้าใจง่ายโดยหมอ

ผู้หญิงมองกระจกแล้วกังวลเรื่องร่องแก้มลึกจะแก้ยังไงดี

หลายคนเริ่มรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเวลาส่องกระจก ทั้งที่หน้าตาก็ยังเหมือนเดิม แต่กลับดูเหนื่อย ดูโทรม และแอบแก่กว่าวัยไปนิด ปัญหานี้พบได้บ่อยกว่าที่คิดครับ ลองสังเกตดี ๆ ต้นเหตุมักอยู่ที่ร่องสองข้างจากปีกจมูกลงมาถึงมุมปาก ที่เราเรียกกันติดปากว่าร่องแก้มนั่นเอง พอร่องแก้มลึกขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าโดยรวมก็จะดูไม่สดใสเท่าเดิม บางคนลองทาครีม ลองนวด ลองมาหลายอย่างแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น จนเริ่มสงสัยว่าตกลงปัญหานี้มันแก้ได้จริงไหม และต้องแก้ด้วยวิธีแบบไหนถึงจะตรงจุดจริง ๆ

ผมเข้าใจความกังวลตรงนี้ดีครับ เพราะเป็นหนึ่งในคำถามที่คนไข้ถามผมบ่อยที่สุด ในบทความนี้ หมอล็อค (นพ.สรวิศ ปางเศรณี ว.52448) เลยอยากชวนคุณมาทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นว่าร่องแก้มเกิดจากอะไร ทำไมร่องแก้มของแต่ละคนถึงไม่เหมือนกัน และที่สำคัญที่สุดคือร่องแก้มลึกแก้ยังไงให้เหมาะกับตัวเอง ผมจะค่อย ๆ พาไล่ดูทุกวิธีแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่การดูแลด้วยตัวเองที่บ้าน ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์แต่ละแบบ พร้อมบอกข้อดีและข้อจำกัดตามจริง เพื่อให้คุณมีข้อมูลมากพอที่จะตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยครับ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

ร่องแก้มลึกคืออะไร และเกิดจากอะไรได้บ้าง

ก่อนจะไปดูวิธีแก้ ผมอยากให้เราเข้าใจตัวปัญหาให้ชัดก่อนนะครับ เพราะถ้าเข้าใจว่าร่องแก้มของเราเกิดจากอะไร เราจะเลือกวิธีแก้ได้ตรงจุดมากขึ้นเยอะเลย ร่องแก้มในทางการแพทย์คือร่องที่พาดจากบริเวณข้างปีกจมูกลงมาถึงมุมปากทั้งสองข้าง โดยตัวร่องนี้มีมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมชาติ เพียงแต่ตอนเด็กหรือตอนผิวยังเต่งตึง ร่องนี้จะดูตื้นจนแทบไม่สังเกต ปัญหาจะเริ่มกวนใจก็ตอนที่มันเริ่มชัดและลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัยนั่นเองครับ

แล้วทำไมร่องแก้มลึกถึงค่อย ๆ ชัดขึ้นตามเวลา คำตอบไม่ได้มีแค่ข้อเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่ทำงานพร้อม ๆ กันครับ อย่างแรกที่หลีกเลี่ยงได้ยากคือเรื่องอายุ เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้ผิวเต่งตึงและยืดหยุ่นได้น้อยลง ผิวก็เลยบางลงและหย่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วง ถัดมาคือเรื่องของชั้นไขมันใต้ผิวบริเวณแก้ม ที่เมื่อก่อนเคยอยู่สูงและช่วยพยุงให้แก้มอิ่ม พออายุมากขึ้นไขมันส่วนนี้ก็จะค่อย ๆ ฝ่อลงและเลื่อนต่ำลงมากองอยู่เหนือแนวร่องแก้ม ทำให้ร่องดูเป็นแอ่งลึกขึ้นชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่หลายคนคาดไม่ถึง นั่นคือโครงสร้างกระดูกใบหน้าที่ค่อย ๆ ยุบตัวลงตามวัยด้วยนะครับ เมื่อฐานกระดูกที่เคยรองรับผิวและไขมันลดลง โครงหน้าโดยรวมก็ทรุดตามไปด้วย ส่วนปัจจัยที่เราสร้างเองในชีวิตประจำวันก็มีไม่น้อย ทั้งการขยับกล้ามเนื้อรอบปากตอนยิ้มหรือพูดซ้ำ ๆ การโดนแสงแดดสะสมที่เร่งให้คอลลาเจนเสื่อมเร็วขึ้น การสูบบุหรี่ รวมไปถึงการลดน้ำหนักเร็วเกินไปจนไขมันบนใบหน้าหายไปด้วย และอีกเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือกรรมพันธุ์และโครงหน้าเดิมของแต่ละคน ที่ทำให้บางคนเห็นร่องแก้มชัดเร็วกว่าคนอื่นตั้งแต่อายุยังไม่มาก

ร่องแก้มไม่ได้มีแบบเดียว เข้าใจตรงนี้ก่อนค่อยเลือกวิธีแก้

ประเด็นที่ผมอยากเน้นเป็นพิเศษ และเป็นสิ่งที่ผมเจอจากการดูคนไข้มาตลอดก็คือ ร่องแก้มของแต่ละคนไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวกันเสมอไปครับ สองคนที่มาด้วยปัญหาร่องแก้มลึกเหมือนกัน อาจต้องการวิธีแก้ที่ต่างกันคนละแบบเลยก็ได้ ดังนั้นการจะแก้ให้ได้ผลจริงและดูเป็นธรรมชาติ จึงต้องเริ่มจากการดูให้ออกก่อนว่าร่องแก้มของคน ๆ นั้นเป็นแบบไหน ซึ่งโดยทั่วไปผมจะแบ่งคร่าว ๆ ได้ประมาณนี้

แบบแรกคือร่องแก้มที่เกิดจากการขาดวอลลุ่ม พูดง่าย ๆ คือมีการยุบตัวของไขมันหรือกระดูกจนบริเวณนั้นเป็นแอ่งลึก คนกลุ่มนี้เวลามองจะเห็นเป็นร่องเว้าลงไปชัดเจน แม้ในตอนที่หน้านิ่ง ไม่ได้ยิ้มหรือขยับใด ๆ

แบบที่สองคือร่องแก้มที่มาจากผิวและเนื้อแก้มหย่อนคล้อย กลุ่มนี้มักพบในคนที่เริ่มมีอายุและผิวเริ่มสูญเสียความกระชับ เนื้อแก้มด้านบนจะค่อย ๆ ไหลย้อยลงมากองอยู่เหนือแนวร่องแก้ม ทำให้เกิดเป็นร่องและบางทีก็ลามไปถึงมุมปากที่ดูตกลงด้วย

แบบที่สามคือร่องแก้มที่สัมพันธ์กับการขยับกล้ามเนื้อ คนกลุ่มนี้พอหน้านิ่ง ๆ ร่องอาจดูไม่ลึกมาก แต่พอยิ้มหรือพูด ร่องจะเด่นขึ้นมาทันที เพราะเป็นผลจากการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณรอบปากโดยตรง

ในความเป็นจริงแล้ว คนไข้ส่วนใหญ่ที่ผมเจอมักไม่ได้เป็นแบบใดแบบหนึ่งล้วน ๆ แต่เป็นหลายแบบผสมกันในสัดส่วนที่ต่างกันไปในแต่ละคน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมย้ำเสมอว่าการประเมินใบหน้าแบบมองภาพรวมทั้งหน้าสำคัญมากกว่าการมองแค่จุดที่เป็นร่อง เพราะมันคือกุญแจที่ทำให้เราเลือกวิธีแก้ได้เหมาะกับเจ้าของใบหน้าจริง ๆ ซึ่งเดี๋ยวในหัวข้อต่อไป ผมจะพาไปดูทีละวิธีว่าแต่ละแบบเหมาะกับร่องแก้มลักษณะไหนบ้างครับ

ร่องแก้มลึกแก้ยังไง รวมวิธีแก้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน

มาถึงหัวใจของบทความนี้แล้วครับ คำถามที่ว่าร่องแก้มลึกแก้ยังไงดี คำตอบจริง ๆ คือไม่ได้มีวิธีเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับว่าร่องแก้มของเราเป็นแบบไหนและลึกมากน้อยแค่ไหน อย่างที่ผมเล่าไปในหัวข้อก่อนหน้า ก่อนจะลงรายละเอียดทีละวิธี ผมอยากให้เรามองภาพใหญ่ร่วมกันก่อนว่า แนวทางการแก้ร่องแก้มแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือการดูแลด้วยตัวเองที่เน้นชะลอและประคองไม่ให้แย่ลง ส่วนอีกกลุ่มคือหัตถการทางการแพทย์ที่เข้าไปแก้ที่ต้นเหตุได้ตรงจุดกว่า ทีนี้เราลองมาไล่ดูกันทีละแบบเลยครับ ว่าแต่ละวิธีทำงานอย่างไร และเหมาะกับร่องแก้มลักษณะไหน

ดูแลเบื้องต้นด้วยตัวเอง วิธีที่ทำได้ก่อนแต่ต้องเข้าใจขีดจำกัด

วิธีที่หลายคนเริ่มต้นเป็นอย่างแรกก็คือการดูแลด้วยตัวเองที่บ้าน ซึ่งผมสนับสนุนให้ทำเป็นพื้นฐานอยู่แล้วครับ การทาครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนผสมช่วยกระตุ้นคอลลาเจนอย่างกลุ่มเรตินอลหรือวิตามินซี การบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ การทาครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อชะลอการเสื่อมของผิวจากแสงแดด รวมถึงการดูแลสุขภาพโดยรวม นอนพักให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้พอ และงดสูบบุหรี่ ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผิวแข็งแรงและชะลอไม่ให้ร่องแก้มแย่ลงเร็วได้จริง

แต่สิ่งที่ผมอยากบอกตามตรงก็คือ การดูแลด้วยตัวเองเหมาะกับการป้องกันและประคองในกรณีที่ร่องแก้มยังไม่ลึกมากเท่านั้นนะครับ เพราะเมื่อร่องแก้มลึกแล้วจากการที่ไขมันยุบหรือผิวหย่อนคล้อยไปแล้ว ลำพังครีมทาภายนอกจะไม่สามารถเติมวอลลุ่มที่หายไปหรือยกเนื้อที่หย่อนกลับขึ้นมาได้ ดังนั้นถ้าใครดูแลเองเต็มที่แล้วแต่ร่องยังชัดอยู่ ก็ไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดครับ มันเป็นเรื่องของกลไกผิวที่เกินกว่าการดูแลภายนอกจะจัดการได้ และถึงจุดนั้นการปรึกษาแพทย์เพื่อดูทางเลือกอื่นก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

แนวทางการแก้ร่องแก้มลึก

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมเต็มร่องที่เป็นแอ่งลึกได้ตรงจุด

สำหรับร่องแก้มที่เกิดจากการขาดวอลลุ่ม คือมีลักษณะเป็นแอ่งเว้าลงไปแม้ในตอนหน้านิ่ง การฉีดฟิลเลอร์ถือเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุดมากครับ ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้กันคือกลุ่มสารไฮยาลูรอนิกแอซิด ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างคล้ายสารที่มีอยู่ในผิวเราตามธรรมชาติ หลักการทำงานคือการฉีดเข้าไปเติมเต็มในชั้นที่ยุบลงไป เพื่อดันร่องที่เป็นแอ่งให้ตื้นขึ้นและทำให้ผิวบริเวณนั้นเรียบเนียนขึ้น ข้อดีที่คนไข้ชอบคือเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็วหลังทำ และถ้าฉีดในมือแพทย์ที่ประเมินปริมาณและตำแหน่งอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ก็จะออกมาดูเป็นธรรมชาติ

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือฟิลเลอร์กลุ่มนี้ให้ผลแบบชั่วคราว เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะค่อย ๆ สลายตัวฟิลเลอร์ไปเอง จึงต้องมีการเติมซ้ำเป็นระยะเพื่อคงผลลัพธ์ไว้ ส่วนตัวผมเองให้ความสำคัญกับเทคนิคการฉีดที่อิงตำแหน่งกายวิภาคของใบหน้าเป็นพิเศษ เพราะบริเวณร่องแก้มมีเส้นเลือดสำคัญอยู่ การฉีดจึงต้องอาศัยความแม่นยำและความเข้าใจโครงสร้างใบหน้าเพื่อความปลอดภัย หากใครสนใจอยากรู้รายละเอียดเรื่องชนิดของฟิลเลอร์และการดูแลเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่หน้า ฟิลเลอร์ของ Dr.Lock Clinic ครับ

ร้อยไหมยกกระชับ เหมาะกับร่องแก้มที่มาจากความหย่อนคล้อย

ในกรณีที่ร่องแก้มไม่ได้เกิดจากการขาดวอลลุ่มเป็นหลัก แต่เกิดจากผิวและเนื้อแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อยไหลลงมา การร้อยไหมยกกระชับจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีกว่าครับ หลักการคือการใส่เส้นไหมที่ร่างกายสามารถสลายได้เองเข้าไปใต้ผิว เพื่อช่วยดึงเนื้อที่หย่อนให้ยกกลับขึ้นไปในตำแหน่งที่เหมาะสม และในขณะเดียวกันตัวไหมก็จะช่วยกระตุ้นให้ผิวบริเวณนั้นสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ กระชับขึ้นตามมาด้วย

ข้อที่ผมอยากเตือนตามตรงสำหรับวิธีนี้คือ ร้อยไหมไม่ใช่ยิ่งใส่เยอะยิ่งดีนะครับ หากใส่ไหมมากเกินไปหรือดึงแรงเกินไปในจุดเดียว แทนที่หน้าจะดูยกกระชับ กลับอาจทำให้เนื้อแก้มไปกองรวมกันจนดูบวมหรือดูไม่เป็นธรรมชาติได้ การร้อยไหมที่ดีจึงต้องอาศัยการวางแผนตำแหน่งและจำนวนไหมให้พอเหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคน ในหลายเคสที่ผมดูแล ผมก็มักพิจารณาทำร้อยไหมควบคู่กับการเติมฟิลเลอร์ในสัดส่วนที่พอดี เพื่อให้ได้ทั้งการยกกระชับและการเติมเต็มไปพร้อมกัน ใครอยากเข้าใจวิธีนี้ให้ละเอียดขึ้น อ่านเพิ่มได้ที่หน้า ร้อยไหม (Thread Lift) ของ Dr.Lock Clinic ครับ

กระตุ้นคอลลาเจนด้วย Biostimulator ฟื้นวอลลุ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป

อีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เริ่มมีอายุและผิวบางลงจากคอลลาเจนที่ลดลง ก็คือการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนหรือที่เรียกว่า Collagen Biostimulator ครับ จุดที่ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปคือ วิธีนี้ไม่ได้เน้นเติมวอลลุ่มเข้าไปตรง ๆ แต่เป็นการกระตุ้นให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง ผลลัพธ์ที่ได้จึงค่อย ๆ ปรากฏแบบเป็นธรรมชาติ ผิวโดยรวมจะดูอิ่มและแน่นขึ้นจากภายใน ไม่ใช่แค่บริเวณร่องแก้มจุดเดียว

ด้วยกลไกที่เป็นการสร้างคอลลาเจนใหม่นี้เอง ผลลัพธ์จึงไม่ได้เห็นทันทีเหมือนการเติมฟิลเลอร์ แต่ต้องอาศัยเวลาและมักทำเป็นคอร์สต่อเนื่องหลายครั้ง ข้อดีคือเมื่อผลขึ้นเต็มที่แล้ว มักจะอยู่ได้นานพอสมควร วิธีนี้จึงเหมาะกับคนที่มองภาพรวมของการดูแลผิวระยะยาว และต้องการให้ใบหน้าดูเด็กลงแบบไม่หวือหวา มากกว่าจะแก้เฉพาะจุดแบบเร่งด่วน รายละเอียดของสารแต่ละชนิดและความเหมาะสมกับแต่ละคน อ่านต่อได้ที่หน้า การกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ของ Dr.Lock Clinic ครับ

HIFU เครื่องยกกระชับสำหรับคนที่ยังไม่อยากใช้เข็ม

สำหรับคนที่กังวลเรื่องการฉีดหรือยังไม่อยากเริ่มจากการใช้เข็ม HIFU เป็นทางเลือกที่น่าสนใจครับ HIFU ทำงานด้วยการส่งคลื่นเสียงพลังงานสูงแบบโฟกัสลงไปยังผิวชั้นลึก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผิวยกกระชับขึ้น จุดเด่นคือเป็นหัตถการที่ไม่ต้องมีแผลและแทบไม่ต้องพักฟื้น ทำเสร็จก็กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ จึงเหมาะกับคนที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และอยากดูแลแบบค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้เข้าใจตรงกันว่า HIFU เน้นที่การยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน แต่ไม่ได้เข้าไปเติมวอลลุ่มในจุดที่ยุบลงโดยตรง ดังนั้นในเคสที่ร่องแก้มลึกมากจากการขาดวอลลุ่มอย่างชัดเจน การใช้ HIFU เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และอาจต้องพิจารณาทำร่วมกับวิธีเติมเต็มอย่างฟิลเลอร์ด้วย ใครสนใจรายละเอียดของเทคโนโลยีนี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่หน้า HIFU ของ Dr.Lock Clinic ครับ

ส่วนในกรณีที่ร่องแก้มและความหย่อนคล้อยอยู่ในระดับที่มากจริง ๆ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุและผิวหย่อนทั้งใบหน้า การผ่าตัดดึงกระชับใบหน้าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ให้ผลชัดเจนและอยู่ได้นานกว่า เพียงแต่เป็นการผ่าตัดที่ต้องมีการพักฟื้นและควรทำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยตรง ซึ่งจุดนี้ผมแนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินเป็นรายบุคคลจะเหมาะสมที่สุดครับ

แล้วร่องแก้มของเราควรเลือกวิธีไหนดี

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่าในเมื่อมีตั้งหลายวิธี แล้วร่องแก้มของเราควรเลือกแบบไหนกันแน่ ผมเข้าใจว่าข้อมูลเยอะขนาดนี้อาจทำให้ตัดสินใจยากขึ้นนะครับ ก่อนจะไปดูตารางสรุป ผมอยากให้จำหลักง่าย ๆ ไว้ข้อเดียวก่อน นั่นคือการเลือกวิธีไม่ได้เริ่มจากคำถามที่ว่าวิธีไหนดีที่สุด แต่เริ่มจากคำถามที่ว่าร่องแก้มของเราเกิดจากอะไรเป็นหลัก เพราะเมื่อรู้ต้นเหตุแล้ว วิธีที่เหมาะสมก็จะชัดเจนขึ้นเองครับ ทีนี้ลองมาดูภาพรวมแบบเทียบกันให้เห็นง่าย ๆ

คุณสมบัติXERFThermageUlthera (Ultherapy)
เทคโนโลยีหลักDual-Frequency Monopolar RFSingle-Frequency Monopolar RFMicrofocused Ultrasound (MFU-V)
ระดับความลึกชั้นหนังแท้ (Dermis) จนถึงชั้นไขมันและรอยต่อ SMASชั้นหนังแท้ (Dermis)ชั้นหนังแท้ (Dermis) จนถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS
ลักษณะการปล่อยพลังงานกระจายความร้อนเป็นวงกว้าง (Volumizing) แบบ 2 ความถี่พร้อมกันกระจายความร้อนเป็นวงกว้าง (Volumizing)ยิงเป็นจุดไข่ปลาเรียงต่อกัน (Dot) เพื่อสร้างรอยหดรั้ง
ความรู้สึกขณะทำสบายผิว ไม่เจ็บ ไม่ต้องแปะยาชารู้สึกร้อนลึกๆ อาจมีเจ็บจี๊ดบ้าง (มักต้องแปะยาชา)รู้สึกปวดหน่วงๆ ลึกๆ (ต้องแปะยาชาและทานยาแก้ปวด)
ผลลัพธ์เรื่องไขมัน ไม่ทำให้ไขมันฝ่อ หน้าไม่ตอบลงอาจเกิดการสลายไขมันได้บ้างหากใช้พลังงานสูงอาจเกิดการสลายไขมันได้ เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมเยอะ
จุดเด่นหลักยกกระชับ 3 มิติ ผิวอิ่มฟู และสบายที่สุดเน้นงานผิวแน่น กระชับรูขุมขนเน้นดึงหน้า ยกกรอบหน้าขั้นสุด
ระยะเวลาของผลลัพธ์6-12 เดือน / ทำปีละ 1-2ครั้ง12-18 เดือน / ทำปีละ 1 ครั้ง12 เดือน / ทำปีละ 1 ครั้ง

จากตารางจะเห็นว่าแต่ละวิธีถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาคนละแบบกันครับ ฟิลเลอร์เก่งเรื่องเติมเต็มสิ่งที่ยุบหายไป ร้อยไหมและ HIFU เน้นไปที่การยกกระชับสิ่งที่หย่อน ส่วนการกระตุ้นคอลลาเจนเหมาะกับการฟื้นฟูผิวระยะยาว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกวิธีให้ตรงกับสาเหตุของร่องแก้มจึงสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกไม่ตรงสาเหตุ ต่อให้ทำหัตถการที่ดีแค่ไหน ผลลัพธ์ก็อาจไม่เป็นอย่างที่หวัง

และนี่คือสิ่งที่ผมอยากย้ำอีกครั้งจากประสบการณ์ที่ดูคนไข้มาตลอดครับ ในความเป็นจริงร่องแก้มของคนเรามักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นหลายอย่างผสมกัน คนไข้คนหนึ่งอาจมีทั้งการขาดวอลลุ่มและผิวที่เริ่มหย่อนไปพร้อม ๆ กัน การแก้ที่ได้ผลดีและดูเป็นธรรมชาติที่สุดจึงมักไม่ใช่การเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งแบบตายตัว แต่เป็นการผสมผสานหลายวิธีในสัดส่วนที่พอดีกับใบหน้าของแต่ละคน ด้วยเหตุนี้ผมจึงให้ความสำคัญกับการประเมินใบหน้าแบบมองภาพรวมทั้งหน้าก่อนเสมอ ไม่ใช่แค่มองจุดที่เป็นร่อง เพราะการวางแผนที่ดีตั้งแต่ต้นคือสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาสมดุลและดูเป็นธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็นครับ

ข้อควรรู้และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจแก้ร่องแก้มลึก

ก่อนจะตัดสินใจแก้ร่องแก้มด้วยวิธีใดก็ตาม ผมอยากชวนให้ตั้งหลักสักนิดนะครับ เพราะการรีบทำโดยไม่เข้าใจรายละเอียดให้ดีก่อน บางทีอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกใจหรือเสี่ยงเกินจำเป็นได้ ผมจึงอยากสรุปสิ่งที่อยากให้พิจารณาไว้เป็นแนวทาง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและปลอดภัยที่สุด

เรื่องแรกที่สำคัญที่สุดคือการเลือกสถานพยาบาลและแพทย์ผู้ทำครับ บริเวณร่องแก้มเป็นตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับเส้นเลือดสำคัญบนใบหน้า โดยเฉพาะหัตถการที่ต้องใช้เข็มอย่างการฉีดฟิลเลอร์ ความแม่นยำและความเข้าใจในกายวิภาคของผู้ทำจึงมีผลโดยตรงต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย การเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและลงมือทำเอง รวมถึงใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อแลกกับราคาที่ถูกกว่า

อีกเรื่องที่ผมอยากให้เข้าใจตรงกันคือความคาดหวังต่อผลลัพธ์ การแก้ร่องแก้มที่ดีนั้นมีเป้าหมายเพื่อทำให้ใบหน้าดูสดใสและเป็นธรรมชาติขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนโครงหน้าไปจนจำตัวเองไม่ได้ ผลลัพธ์ที่ได้ยังขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และลักษณะร่องแก้มเดิมของแต่ละคนด้วย ดังนั้นผลลัพธ์ของคนสองคนที่ทำหัตถการเดียวกันจึงอาจออกมาไม่เหมือนกันเสียทีเดียว การพูดคุยกับแพทย์ให้เข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้นว่าเราต้องการอะไรและวิธีที่เลือกให้ผลได้แค่ไหน จะช่วยลดโอกาสผิดหวังลงได้มาก

นอกจากนี้ ทุกหัตถการย่อมมีระยะพักฟื้นและข้อควรปฏิบัติหลังทำที่แตกต่างกันไป บางวิธีอาจมีอาการบวมหรือช้ำเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ค่อย ๆ ดีขึ้นได้ การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังทำอย่างเคร่งครัด เช่น การงดนวดบริเวณที่ทำ หรือการหลีกเลี่ยงความร้อนในช่วงแรก ล้วนมีส่วนช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้ และหากหลังทำมีอาการผิดปกติที่น่ากังวล ควรรีบกลับไปปรึกษาแพทย์ผู้ทำทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือหาวิธีแก้เองนะครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากบอกว่าการแก้ร่องแก้มไม่ใช่เรื่องที่ต้องรีบร้อนตัดสินใจครับ การให้เวลาตัวเองหาข้อมูล ทำความเข้าใจแต่ละวิธี และเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพจริงของใบหน้าก่อน คือขั้นตอนที่จะทำให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจว่าวิธีที่เลือกนั้นเหมาะกับตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่แค่ทำตามคนอื่นหรือทำตามกระแสครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้ร่องแก้ม

ในช่วงท้ายนี้ ผมรวบรวมคำถามที่คนไข้มักถามผมบ่อย ๆ เกี่ยวกับการแก้ร่องแก้มมาตอบไว้ เผื่อจะช่วยคลายข้อสงสัยที่หลายคนมีร่วมกันก่อนตัดสินใจครับ

ร่องแก้มลึกหายเองได้ไหม

ตอบตามตรงเลยว่าร่องแก้มที่ลึกแล้วมักไม่หายเองได้ครับ เพราะต้นเหตุส่วนใหญ่มาจากการยุบตัวของไขมัน กระดูก และคอลลาเจนที่ลดลงตามวัย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ร่างกายไม่ได้ฟื้นกลับมาเองตามธรรมชาติ การดูแลผิวที่ดีช่วยชะลอไม่ให้ลึกเร็วขึ้นได้ก็จริง แต่ถ้าร่องลึกไปแล้ว การจะให้ตื้นขึ้นอย่างเห็นผลมักต้องอาศัยหัตถการเข้ามาช่วย

การนวดหน้าและการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าช่วยเรื่องการไหลเวียนและความผ่อนคลายได้ และอาจช่วยให้ผิวดูสดชื่นขึ้นในระดับหนึ่ง แต่สำหรับร่องแก้มที่ลึกจากการขาดวอลลุ่มหรือผิวหย่อนคล้อยแล้ว การนวดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเติมส่วนที่ยุบหายหรือยกเนื้อที่หย่อนกลับขึ้นมาได้ครับ จึงควรมองเป็นการดูแลเสริม มากกว่าจะเป็นวิธีแก้หลัก

ขึ้นอยู่กับการประเมินและเทคนิคของแพทย์เป็นหลักครับ ถ้าวางแผนดี เลือกวิธีให้ตรงกับสาเหตุ และทำในปริมาณที่พอเหมาะกับโครงหน้า ผลลัพธ์ก็จะออกมาดูเป็นธรรมชาติ คือดูสดใสขึ้นแต่ยังเป็นตัวเราเอง ในทางกลับกัน หากทำมากเกินไปหรือเลือกวิธีไม่ตรงกับปัญหา ก็อาจทำให้หน้าดูผิดธรรมชาติได้ การพูดคุยกับแพทย์ให้เข้าใจตรงกันก่อนทำจึงสำคัญมาก

ไม่มีตัวเลขอายุที่ตายตัวครับ เพราะร่องแก้มของแต่ละคนชัดขึ้นในจังหวะที่ต่างกัน บางคนเห็นชัดตั้งแต่อายุยังไม่มากจากโครงหน้าเดิม บางคนเริ่มเห็นเมื่ออายุมากขึ้น หลักง่าย ๆ คือไม่ได้ดูที่อายุ แต่ดูที่ลักษณะร่องแก้มและความกังวลของเจ้าตัวเป็นหลัก ถ้าเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ การเข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินก็สามารถทำได้ทุกช่วงวัย

ขึ้นอยู่กับว่าร่องแก้มของเราเกิดจากอะไรเป็นหลักครับ ถ้าปัญหาหลักคือการขาดวอลลุ่ม เป็นแอ่งเว้าลึก ฟิลเลอร์จะตอบโจทย์การเติมเต็มได้ตรงกว่า แต่ถ้าปัญหาหลักคือผิวและเนื้อแก้มหย่อนคล้อยไหลลงมา การร้อยไหมเพื่อยกกระชับจะเหมาะกว่า และในหลายเคสที่มีทั้งสองปัญหาผสมกัน การทำทั้งสองอย่างควบคู่ในสัดส่วนที่พอดีก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีและสมดุลกว่าการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ตรงนี้จึงต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

แล้วแต่วิธีที่เลือกครับ อย่างฟิลเลอร์จะให้ผลแบบชั่วคราวและต้องเติมซ้ำเป็นระยะเมื่อร่างกายค่อย ๆ สลายตัวฟิลเลอร์ไป ส่วนการกระตุ้นคอลลาเจนหรือร้อยไหมจะคงผลได้นานกว่าในลักษณะที่ต่างกันออกไป โดยภาพรวมแล้วการดูแลร่องแก้มเป็นเรื่องของการดูแลต่อเนื่องตามการเปลี่ยนแปลงของผิวในแต่ละช่วงวัย มากกว่าจะเป็นการทำครั้งเดียวจบ แพทย์จะช่วยวางแผนระยะการดูแลที่เหมาะกับแต่ละคนได้

บทสรุปส่งท้าย จากหมอล็อค

กลับมาที่คำถามตั้งต้นว่าร่องแก้มลึกแก้ยังไงดี ผมหวังว่าพออ่านมาถึงตรงนี้ คุณจะเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่าคำตอบไม่ได้อยู่ที่การไปตามหาวิธีที่ดีที่สุดเพียงวิธีเดียว แต่อยู่ที่การเข้าใจก่อนว่าร่องแก้มของตัวเองเกิดจากอะไร แล้วจึงเลือกวิธีที่ตรงกับสาเหตุนั้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์ การยกกระชับด้วยร้อยไหมหรือ HIFU การฟื้นฟูผิวด้วยการกระตุ้นคอลลาเจน หรือการดูแลตัวเองเป็นพื้นฐาน แต่ละวิธีล้วนมีจุดที่เหมาะของมัน และในหลายครั้งการผสมผสานอย่างพอดีก็ให้ผลที่เป็นธรรมชาติที่สุด

สิ่งที่ผมอยากฝากไว้คือ ร่องแก้มเป็นเรื่องที่ดูแลได้และไม่ต้องกังวลจนเกินไปครับ ขอเพียงเริ่มจากการมีข้อมูลที่ถูกต้องและเลือกอย่างเข้าใจ การให้แพทย์ที่ไว้ใจได้ช่วยประเมินใบหน้าแบบมองภาพรวม จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยที่สุด หากคุณอยากรู้ว่าร่องแก้มของตัวเองเป็นแบบไหนและเหมาะกับวิธีใด ก็สามารถเข้ามาพูดคุยปรึกษาเพื่อประเมินกันได้ ผมและทีมยินดีให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณได้ทางเลือกที่เหมาะกับตัวเองจริง ๆ ครับ

หมายเหตุ: “บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์ของแต่ละหัตถการขึ้นอยู่กับสภาพผิวและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการประเมินและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทุกครั้ง”