Dr.Lock Clinic คลินิกเสริมความงาม โคราช

เจาะลึก Rejuran (รีจูรัน) คืออะไร
ช่วยกู้ผิวพัง-หลุมสิว ให้หน้าฉ่ำวาวได้จริงไหม

เคยไหมครับ? รักษาเท่าไหร่สิวก็วนกลับมาขึ้นที่เดิม รอยสิวเก่ายังไม่ทันหาย รอยใหม่ก็มาอีก แถมหน้ายังดูหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง แต่งหน้าไม่ติดทน… ถ้าผิวของคุณกำลังส่งสัญญาณ “SOS” แบบนี้ แสดงว่าเกราะป้องกันผิวเริ่มอ่อนแอแล้วครับ และหนึ่งในวิธี “กู้ผิวพัง” ที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดในวงการแพทย์เกาหลีตอนนี้ ก็คือการทำ Rejuran (รีจูรัน) นั่นเองครับ

เจาะลึก Rejuran คืออะไร

บทความนี้ หมอล็อคจะพาคุณไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของ Rejuran ครับ ว่าจริงๆ แล้วเจ้าสารสกัดจาก DNA ปลาแซลมอนตัวนี้ มันช่วยเรื่องหลุมสิวและทำให้หน้าฉ่ำวาว (Glass Skin) ได้จริงไหม, มีกี่สูต? และทำไม “กล่องดำ” (Classic) ถึงเป็นตัวที่นิยมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ถูกว่า ผิวแบบคุณ…คุ้มไหมที่จะลงทุนฉีดครับ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

Rejuran (รีจูรัน) คืออะไร ทำไมถึงเป็นงานผิวที่ฮิตที่สุดในเกาหลี

คำถามแรกที่หลายคนสงสัยคือ Rejuran (รีจูรัน) คืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นปรากฏการณ์งานผิวที่โด่งดังไปทั่วเอเชีย คำตอบง่ายๆ คือ รีจูรันไม่ใช่ฟิลเลอร์ ไม่ใช่โบท็อกซ์ และไม่ใช่แค่เมโสหน้าใสทั่วไปครับ แต่มันคือ “Skin Rejuvenator” หรือสารฟื้นฟูผิวระดับ DNA ที่สกัดจาก Polynucleotide (PN) เข้มข้น ซึ่งได้มาจาก DNA ของปลาแซลมอนในธรรมชาติครับ

ทำไมต้องเป็นปลาแซลมอน? เหตุผลทางวิทยาศาสตร์คือ DNA ของปลาแซลมอนมีความคล้ายคลึงกับ DNA ของมนุษย์มากที่สุดถึง 98% ครับ ทำให้ร่างกายเรายอมรับได้ดี ไม่ต่อต้าน และปลอดภัยสูง เมื่อฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ตัวยาจะเข้าไปทำหน้าที่ “ซ่อมแซม” (Repair) เซลล์ที่เสื่อมสภาพ กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวกลับมาแข็งแรงเหมือนผิวเด็กอีกครั้ง โดยไม่ได้แค่เคลือบผิวชั้นนอกแต่เป็นการแก้ปัญหาจากโครงสร้างภายในครับ

รีจูรัน ช่วยเรื่องอะไร แก้ปัญหาผิวแบบไหนได้บ้าง

หลักการทำงานของรีจูรันคือการเข้าไป “Replace” หรือแทนที่เซลล์เก่าด้วยเซลล์ใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงครอบคลุมเกือบทุกปัญหาผิวที่เกิดจากความเสื่อมสภาพ โดยหมอล็อคสรุป 4 ประโยชน์หลักๆ มาให้ดังนี้ครับ

รีจูรัน ช่วยเรื่องอะไร
  1. รักษาหลุมสิวและรอยแผลเป็น: PN จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ (Regeneration) ช่วยให้หลุมสิวตื้นๆ ตื้นขึ้น และผิวดูเรียบเนียนเสมอกันมากขึ้น
  2. กระชับรูขุมขน (Pore Minimizing): เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้น ผิวจะมีความหนาแน่นและยืดหยุ่น รูขุมขนที่เคยกว้างจะดูลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  3. ปรับสมดุลผิว (Oil & Moisture Balance): เป็นจุดเด่นที่หลายคนชอบมากครับ เพราะช่วยลดความมันส่วนเกิน (Oil Control) แต่เพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน ทำให้คนผิวมันเป็นสิวน้อยลง และคนผิวแห้งหน้าก็ชุ่มชื้นขึ้น
  4. ผิวฉ่ำวาว (Glass Skin): เมื่อผิวแข็งแรง สุขภาพดี และเรียบเนียน ผิวจะสะท้อนแสงได้ดี ทำให้หน้าดูเงาใสแบบสาวเกาหลีโดยไม่ต้องพึ่งไฮไลท์ครับ

Rejuran มีกี่แบบ แต่ละสีต่างกันอย่างไร

Rejuran มีกี่แบบ

จริงๆ แล้วทางบริษัทผู้ผลิตได้ออกแบบผลิตภัณฑ์มาหลายรุ่นเพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวและตำแหน่งการฉีดที่แตกต่างกันครับ โดยรุ่นที่ผ่าน อย. ไทย และเป็นที่นิยมหลักๆ จะมีด้วยกัน 4 รุ่น ดังนี้ครับ

Rejuran Classic (กล่องดำ)

รุ่น Original ที่ฮิตที่สุดและเป็นตำนานครับ มีความเข้มข้นของ PN ระดับปานกลาง เหมาะสำหรับฉีดฟื้นฟูผิวทั่วใบหน้า (Full Face) ช่วยเรื่องรูขุมขน ความฉ่ำวาว และความแข็งแรงของผิว

Rejuran HB plus (กล่องแดง)

Rejuran กล่องแดง

รุ่นใหม่ที่ผสม Hyaluronic Acid (HA) และยาชามาในตัว เน้นเรื่องความชุ่มชื้นและลดความเจ็บขณะฉีดครับ

Rejuran S (กล่องน้ำเงิน)

Rejuran กล่องน้ำเงิน

ตัวนี้เนื้อยาจะหนืดที่สุด (Viscosity สูง) ออกแบบมาเพื่อ “เติมเต็ม” โดยเฉพาะ เหมาะกับการฉีดอัดเข้าไปในหลุมสิว (Acne Scar) ให้เนื้อฟูขึ้น

Rejuran I (กล่องขาว)

ตัวนี้เนื้อยาจะเหลวที่สุด เพื่อให้กระจายตัวดีในผิวบางๆ อย่าง “รอบดวงตา” ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ และรอยคล้ำใต้ตา

เจาะลึกสูตร กล่องดำ (Rejuran Classic)

แม้จะมีหลายรุ่น แต่ที่ Dr.Lock Clinic หมอคัดสรรมาให้แล้วว่า Rejuran Classic (กล่องดำ) คือสูตรที่ตอบโจทย์” ปัญหาผิวของคนไทยมากที่สุดครับ เพราะออกแบบมาเพื่อการ Rejuvenation หรือการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวมอย่างแท้จริง

ความเข้มข้นของ Polynucleotide (PN) ในกล่องดำนั้น ถูกปรับจูนมาให้มีความสมดุลที่สุดสำหรับการฉีดลงในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ทั่วใบหน้าครับ ไม่หนืดและไม่เหลวจนเกินไป ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมที่สุด “ในเข็มเดียว” คือได้ทั้งการกระชับรูขุมขน ผิวหน้าแน่นเฟิร์มขึ้น ลดความมัน และได้งานผิวฉ่ำวาวแบบ Glass Skin ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำรีจูรันครับ เรียกว่าเจ็บตัวครั้งเดียว ได้ผลลัพธ์ครบจบทุกด้านครับ

Rejuran ฉีดตรงไหนได้บ้าง ตำแหน่งยอดฮิตที่ทำแล้วเห็นผลชัดเจน

สำหรับคนที่สงสัยว่า Rejuran ฉีดตรงไหนได้บ้าง ถึงจะคุ้มค่าที่สุด คำตอบคือสามารถฉีดได้ “ทั่วใบหน้า” เลยครับ แต่จะมีบางตำแหน่งที่เป็น “จุดยุทธศาสตร์” ซึ่งเมื่อฉีดแล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ชัดเจนกว่าจุดอื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวเฉพาะจุด หมอล็อคแนะนำ 3 โซนหลักที่ฉีดแล้วปังที่สุด ดังนี้ครับ

Rejuran ฉีดตรงไหนปังสุด
  1. โซนหน้าแก้ม (Butterfly Zone): บริเวณข้างจมูกและหน้าแก้มเป็นจุดที่รูขุมขนกว้างที่สุด การฉีดอัดเน้นๆ บริเวณนี้จะช่วยกระชับรูขุมขนได้ดีเยี่ยม ทำให้ผิวหน้าดูละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  2. บริเวณที่มีหลุมสิว (Acne Scars): สำหรับคนที่มีปัญหา รีจูรัน หลุมสิว เป็นของคู่กันครับ หมอจะเน้นฉีดเซาะเข้าไปในบริเวณที่มีพังผืดหลุมสิว เพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อสร้างขึ้นมาเติมเต็มปากหลุมให้ดูตื้นขึ้น
  3. ทั่วใบหน้า (Full Face Rejuvenation): การฉีดกระจายทั่วหน้าเป็นเทคนิคมาตรฐานที่ช่วยปรับสมดุลผิว (Balance) ลดความมันส่วนเกิน และสร้างผิวฉ่ำวาว (Glass Skin) ให้หน้าดูโกลว์ใสแบบสาวเกาหลีครับ


นอกจากนี้ ในบางเคสยังสามารถนำมาประยุกต์ฉีดบริเวณ
รีจูรันใต้ตา เพื่อลดความคล้ำและริ้วรอยเล็กๆ หรือบริเวณลำคอและหลังมือที่เหี่ยวย่นได้เช่นกันครับ แต่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของสูตรกล่องดำ (Healer) จะเน้นไปที่งานผิวหน้าโดยรวมและหลุมสิวเป็นหลักครับ

เทคนิคการฉีดและการดูแลตัวเองหลังทำ ต้องพักฟื้นไหม

สิ่งหนึ่งที่คนไข้ต้องทำความใจก่อนตัดสินใจทำคือ เทคนิคการฉีด ของโปรแกรมนี้ครับ โดยทั่วไปแพทย์จะใช้วิธีการฉีดด้วยมือ (Manual Injection) เข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรงแบบจุดต่อจุด (Intradermal Injection) ทั่วใบหน้าครับ วิธีนี้จะทำให้ตัวยากระจายตัวได้แม่นยำและแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด แต่สิ่งที่ตามมาคือหลังฉีดทันทีจะมี “ตุ่มนูน” คล้ายตุ่มยุงกัดกระจายทั่วใบหน้า ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและเป็นสัญญาณว่ายาได้เข้าไปอยู่ในชั้นผิวที่ถูกต้องแล้วครับ

ถามว่าต้องพักฟื้นนานไหม คำตอบคือไม่ต้องนอนพักฟื้นครับ แต่ต้องเตรียมตัว “พักหน้า” เล็กน้อย เพราะตุ่มนูนเหล่านี้จะไม่ได้ยุบทันที แต่จะค่อยๆ ซึมเข้าสู่ผิวจนหมดภายใน 24-48 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับการดูดซึมของผิวแต่ละคน) ระหว่างนี้หมอแนะนำวิธีดูแลตัวเองง่ายๆ ดังนี้ครับ

  1. งดล้างหน้าและแต่งหน้า 24 ชั่วโมง: เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่รอยเข็มเล็กๆ แนะนำให้ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อเช็ดทำความสะอาดเบาๆ แทนครับ
  2. งดของหมักดองและแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อลดโอกาสการบวมแดงหรือการอักเสบของผิว
  3. เลี่ยงความร้อนจัด: เช่น การทำซาวน่า เลเซอร์ หรือตากแดดจัดในช่วง 3 วันแรก เพราะความร้อนอาจรบกวนการทำงานของตัวยาได้ครับ
  4. ดื่มน้ำเยอะๆ: น้ำจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นและส่งเสริมให้ตัวยาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพครับ


หลังจากตุ่มยุบหมดแล้ว คุณสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยจะเริ่มสัมผัสความเปลี่ยนแปลงได้ว่าผิวลื่นขึ้น แต่งหน้าติดง่ายขึ้นในช่วง 3-5 วันหลังทำครับ

ข้อควรรู้ ข้อเสียของรีจูรัน และใครที่ไม่ควรฉีด

เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอครับ แม้รีจูรันจะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็มี ข้อเสียของรีจูรัน และข้อจำกัดบางอย่างที่คนไข้ต้องเตรียมใจยอมรับครับ ข้อแรกที่หนีไม่พ้นคือ “ความเจ็บ” ครับ ต้องยอมรับตามตรงว่ารีจูรันเป็นหัตถการที่ค่อนข้างเจ็บ (แสบ) ขณะเดินยา เนื่องจากตัวยามีค่า pH ที่เป็นกรดอ่อนๆ และมีความหนืด เมื่อดันเข้าสู่ชั้นผิวจึงจะรู้สึกแสบจี๊ดๆ ได้ครับ แต่เป็นความเจ็บในระดับที่ทนได้หากมีการแปะยาชาอย่างเพียงพอครับ

นอกจากเรื่องความเจ็บแล้ว ยังมีกลุ่มบุคคลที่ “ไม่ควรฉีด” หรือต้องระวังเป็นพิเศษ ดังนี้ครับ

  1. ผู้ที่แพ้อาหารทะเลรุนแรง (Seafood Allergy): โดยเฉพาะคนที่แพ้ปลาแซลมอน แม้กระบวนการผลิตจะสกัดโปรตีนที่ก่อให้เกิดการแพ้ออกไปจนบริสุทธิ์มากแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด หมอมักจะไม่แนะนำให้เสี่ยงครับ
  2. ผู้ที่มีสิวอักเสบติดเชื้อรุนแรง: หากหน้ากำลังเป็นสิวหนองเหวอะหวะ ควรักษาสิวให้สงบลงก่อนครับ เพราะการจิ้มเข็มลงไปในพื้นที่ติดเชื้ออาจทำให้เชื้อกระจายตัวได้
  3. ผู้ที่ไม่มีเวลาพักหน้า: หลังทำจะมีตุ่มนูน 1-2 วัน หากใครต้องใช้หน้าด่วน หรือรับไม่ได้กับตุ่มนูน อาจจะต้องมองหาหัตถการกลุ่มอื่นแทนครับ

ฉีดแล้วอยู่ได้นานกี่เดือน ต้องฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผลลัพธ์ยั่งยืน

ต้องเข้าใจธรรมชาติของ Rejuran ก่อนครับว่ามันคือการ “ซ่อมแซมและฟื้นฟู” เซลล์ผิว ไม่ใช่สารเติมเต็มแบบฟิลเลอร์ ดังนั้นผลลัพธ์จะไม่ได้อยู่ถาวรแต่จะขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของโครงสร้างผิวที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ครับ

โดยปกติ การฉีดครั้งแรกจะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเรื่องความลื่นและความชุ่มชื้นได้ในช่วง 3-5 วัน และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดใน 2 สัปดาห์ครับ แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เรื่องหลุมสิวและรูขุมขนที่ยั่งยืน หมอล็อคแนะนำให้ฉีดต่อเนื่องเป็นคอร์ส 3-4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ ครับ การทำแบบนี้จะเหมือนการวางอิฐสร้างบ้านทีละชั้น เมื่อทำครบคอร์ส ผิวจะแข็งแรงและอยู่ได้นานถึง 6-8 เดือน หรืออาจถึง 1 ปีในบางราย หากมีการดูแลตัวเองที่ดีและมาฉีด Maintain บ้างทุก 3-6 เดือนครับ

เปรียบเทียบ Rejuran กับ Exosome Filler และ Chanel ต่างกันอย่างไร

คำถามที่หมอเจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจคือการให้ เปรียบเทียบ Rejuran กับหัตถการงานผิวตัวดังอื่นๆ ว่าตัวไหนดีกว่ากัน เพราะตอนนี้กระแสงานผิวมาแรงมากจนเลือกไม่ถูก ระหว่าง Exosome ที่กำลังฮิต หรือ Chanel หน้าใสที่เป็นตัวแม่จากเกาหลี หมอล็อคขอสรุปจุดเด่นของแต่ละตัวเทียบกับรีจูรันให้เห็นภาพชัดๆ ดังนี้ครับ

  1. Rejuran vs Exosome (งานซ่อม vs งานต้านอักเสบ)
    • Rejuran: ยืนหนึ่งเรื่องการ “ซ่อมแซมโครงสร้าง” (Repair) และเพิ่มความหนาตัวของชั้นผิวครับ เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง หรือผิวขรุขระ
    • Exosome: จะเด่นเรื่องการ “ลดการอักเสบ” (Anti-inflammatory) และฟื้นฟูระดับสเต็มเซลล์ เหมาะกับคนที่สิวเห่อ ผิวแพ้ง่าย มีผดผื่น หรือหน้าแดงง่ายครับ (ความเจ็บน้อยกว่ารีจูรัน)
  1. Rejuran vs HA Filler งานผิว (งานสร้าง vs งานเติม)
    • Rejuran: เป็น Biostimulator ที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไปแต่ยั่งยืนเรื่องความแข็งแรงของผิว
    • HA Filler (เช่น Belotero Revive): เป็นสารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่เน้น “เติมน้ำ” ให้ผิวอิ่มฟูทันที เหมาะกับคนผิวแห้งขาดน้ำ ริ้วรอยเล็กๆ เยอะ หรือต้องการผลลัพธ์เร่งด่วนก่อนออกงาน
  1. Rejuran vs Chanel (งานผิวแข็งแรง vs งานผิวไบร์ท)
    • Rejuran: จะเน้นแก้ปัญหาผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมา “แข็งแรง” และกระชับรูขุมขน ผลลัพธ์คือผิวเนียนละเอียด
    • Chanel (L’ebss): เป็นค็อกเทลวิตามินและสารอาหารผิวเข้มข้น (Pink Booster) จุดเด่นคือช่วยเรื่องความ “กระจ่างใส” (Brightening) ลดรอยดำ และให้ผิวฉ่ำโกลว์แบบ Glass Skin ได้ไว แต่อาจจะไม่ช่วยเรื่องหลุมสิวเท่ารีจูรันครับ


สรุปเลือกตัวไหนดี?

  • มีหลุมสิว รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ -> Rejuran
  • สิวอักเสบ ผิวแพ้ง่าย หน้าแดง -> Exosome
  • หน้าแห้ง ขาดน้ำ ริ้วรอยเยอะ -> HA Filler
  • หน้าหมองคล้ำ อยากหน้าใสฉ่ำวาว -> Chanel

อัปเดตราคา ฉีด Rejuran ราคาเท่าไหร่

เรื่องงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญที่คนไข้ต้องวางแผนก่อนทำครับ หลายคนมักเช็คโปรโมชั่นตามคลินิกต่างๆ ว่า รีจูรัน ราคา อยู่ที่เท่าไหร่ และทำไมแต่ละที่ถึงราคาต่างกัน หมออยากให้หลักคิดแบบนี้ครับว่า “ของถูกและดี ไม่มีในโลกของยาฉีดเข้าหน้า” ครับ

โดยปกติ ราคากลาง ของ Rejuran Healer (กล่องดำ) ขนาด 2 cc (1 หลอด) ในคลินิกที่ได้มาตรฐานและใช้ยาแท้แกะกล่อง จะอยู่ที่ประมาณ 9,500 – 15,000 บาท ต่อครั้ง ครับ หากเจอราคาที่ต่ำกว่านี้มากๆ เช่น 2,000 – 4,000 บาท ให้พึงระวังเรื่องยาหิ้ว ยาปลอม หรือการผสมน้ำเกลือจางๆ ไว้ก่อนเลยครับ เพราะต้นทุนยาแท้นั้นค่อนข้างสูง การเสี่ยงฉีดของปลอมอาจได้ของแถมเป็นก้อนไตแข็งๆ หรือหน้าอักเสบติดเชื้อ ซึ่งค่ารักษาแพงกว่าค่าฉีดหลายเท่าครับ

ที่ Dr.Lock Clinic เราการันตีแกะกล่องให้ดูหน้าเคสทุกครั้ง สามารถสแกน QR Code เช็คยาแท้กับบริษัทได้ทันที เพื่อความสบายใจว่าเงินทุกบาทที่จ่ายไป จะได้ตัวยาคุณภาพเข้าสู่ผิวหน้า 100% ครับ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Rejuran

ในหัวข้อนี้หมอได้รวบรวม คำถามเกี่ยวกับ Rejuran ที่คนไข้ถามเข้ามาบ่อยที่สุดในอินบ็อกซ์และหน้าเพจ มาตอบให้หายข้องใจกันตรงนี้ครับ เพื่อให้ทุกคนมั่นใจก่อนเดินเข้าคลินิกครับ

ฉีดแล้วหน้าเป็นตุ่มนูนนานไหม

หลังฉีดทันทีจะมีตุ่มนูนคล้ายยุงกัดทั่วหน้า ซึ่งเป็นอาการปกติของการฉีดแบบ Intradermal (ID) ครับ โดยทั่วไปตุ่มเหล่านี้จะยุบหายไปเองและซึมเข้าสู่ผิวจนหมดภายใน 24-48 ชั่วโมง แนะนำให้เผื่อเวลาพักหน้าสัก 1-2 วัน ไม่ควรทำก่อนวันที่มีนัดสำคัญทันทีครับ

ความรู้สึกเจ็บ (Pain Level) จะอยู่ในระดับปานกลางครับ คือจะรู้สึกแสบจี๊ดๆ ตอนเดินยาเข้าผิว เนื่องจากตัวยามีความเป็นกรดอ่อนๆ แต่ที่ Dr.Lock Clinic เราจะมีการแปะยาชาพรีเมียมให้หนาๆ ทิ้งไว้อย่างน้อย 45-60 นาที และมีการประคบเย็นช่วยขณะฉีด ทำให้ความเจ็บลดลงจนคนไข้ส่วนใหญ่บอกว่า “ทนได้สบาย” ครับ

ไม่พังครับ! เพราะรีจูรันคือการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ด้วยตัวเอง ผิวที่สร้างขึ้นมาแล้วก็คือผิวจริงของเราครับ หากหยุดฉีด ผิวก็จะค่อยๆ เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา (Aging Process) ตามปกติ ไม่ได้เหี่ยวย่นเร็วขึ้นหรือแย่กว่าตอนก่อนฉีดแน่นอนครับ

สามารถทำร่วมกันได้ครับและแนะนำด้วย! เราเรียกว่า Combination Therapy ครับ เช่น ฉีด Rejuran ทั่วหน้าเพื่อเตรียมผิวให้แน่นก่อน แล้วตามด้วยโบท็อกซ์ลดริ้วรอย หรือฟิลเลอร์เติมเต็มร่องลึก แต่ในกรณีฉีดวันเดียวกัน แพทย์จะประเมินตำแหน่งการวางยาไม่ให้ทับซ้อนชั้นผิวกัน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ

สรุป กู้ผิวพังให้ปัง เลือกทำ Rejuran คุ้มค่าหรือไม่

อ่านมาถึงตรงนี้ คงพอเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่าการทำ Rejuran นั้นไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการลงทุนเพื่อ “รีโนเวท” โครงสร้างผิวระยะยาวที่คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหลุมสิวและผิวอ่อนแอครับ แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บเล็กน้อยและต้องทำต่อเนื่องในช่วงแรก แต่ผลลัพธ์เรื่องผิวฉ่ำวาว (Glass Skin) และผิวที่แข็งแรงขึ้นแบบจับต้องได้นั้น ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่หัตถการตัวอื่นเลียนแบบได้ยากครับ

สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การเลือกว่าจะฉีดรีจูรัน คือความมั่นใจใน “ตัวยา” และ “ฝีมือแพทย์” ครับ ที่ Dr.Lock Aesthetic & Plastic Surgery Clinic เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์เป็นที่ตั้ง:

  1. ยาแท้แกะกล่อง 100%: หมอแกะกล่อง Rejuran Healer (กล่องดำ) ให้ดูต่อหน้าทุกเคส สแกนเช็คได้เลย ไม่มียาสลับหรือยาผสมน้ำเกลือแน่นอน
  2. เทคนิคเฉพาะตัว: หมอมีความแม่นยำในการวางยาลงชั้น Dermis เพื่อให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนสูงสุด และลดอาการช้ำหรือบวมให้น้อยที่สุด
  3. ดูแลหลังทำใกล้ชิด: เรามีทีมติดตามผลหลังทำ เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้จะไม่มีอาการข้างเคียงที่น่ากังวล


อย่างไรก็ตาม Rejuran เป็นเพียงหนึ่งในตัวเลือกของกลุ่มสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเท่านั้นครับ หากคุณอยากรู้ว่ายังมีตัวช่วยงานผิวตัวไหนอีกบ้างที่อาจจะตอบโจทย์ปัญหาโครงสร้างหน้าของคุณได้ดียิ่งขึ้น (เช่น
AestheFill, Sculptra หรือ Radiesse)

หรืออยากเปรียบเทียบความแตกต่างในภาพรวม สามารถคลิกเข้าไปศึกษาข้อมูลเจาะลึกได้ที่หน้าหลัก Custom Skin Quality ของเราได้เลยครับ

“อย่าปล่อยให้รอยสิวเป็นตราบาปบนใบหน้า มาร่วมกู้ผิวใสไปกับหมอล็อคครับ” ส่งรูปหน้ามาให้หมอช่วยประเมินก่อนได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทาง Line: @drlockclinic ครับ