Dr.Lock Clinic คลินิกเสริมความงาม โคราช

เจาะลึก Dysport (โบท็อกซ์อังกฤษ)
ตัวแม่เรื่อง "ลดกราม-ลดน่อง"

ใครที่มีปัญหากรามใหญ่ น่องปั้นเป็นลูก หรืออยากหน้าเรียวแบบเร่งด่วนฟังทางนี้ครับ! ถ้าพูดถึงโบท็อกซ์ที่ “เกิดมาเพื่อฆ่ากล้ามเนื้อมัดใหญ่” และขึ้นชื่อเรื่อง “การกระจายตัวที่ดีเยี่ยม” คงหนีไม่พ้น Dysport (ดิสพอร์ต) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า โบท็อกซ์อังกฤษ นั่นเองครับ

ในบทความนี้ หมอล็อคจะพามาเจาะลึกกันครับว่า ทำไมเจ้า Dysport ถึงเป็นตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับคนกรามใหญ่และน่องโต มันทำงานต่างจากแบรนด์อื่นยังไง ทำไมหมอหลายคนถึงเชียร์ตัวนี้ และเรื่อง Units ที่หลายคนสับสนว่าต้องใช้ 300 หรือ 100 กันแน่? วันนี้หมอมีคำตอบให้ครบทุกประเด็นครับ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

Dysport คืออะไร ทำไมถึงเป็น "โบท็อกซ์อังกฤษ" ที่หมอทั่วโลกยอมรับ

เจาะลึก Dysport (อังกฤษ)

Dysport คือชื่อทางการค้าของสาร Botulinum Toxin Type A ที่ผลิตโดยบริษัท Galderma จากประเทศอังกฤษครับ (ซึ่งเป็นบริษัทยายักษ์ใหญ่ระดับโลกเจ้าเดียวกับที่ผลิต Restylane Filler นั่นเอง)

จุดที่ทำให้ Dysport แตกต่างและโดดเด่นมากในวงการแพทย์ทั่วโลก คือการเป็นโบท็อกซ์ที่มีโครงสร้างโมเลกุลยาขนาดเล็กกว่าปกติครับ ซึ่งเกิดจากกระบวนการผลิตเฉพาะตัว ทำให้ตัวยามีความสามารถในการแทรกซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดีและไวกว่า นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่ฉีด Dysport ถึงมักจะรู้สึกว่า ยาออกฤทธิ์ไว” และ ยุบลงชัดเจน” โดยเฉพาะในบริเวณที่กล้ามเนื้อหนาๆ อย่างกราม หรือน่องครับ

นอกจากนี้ Dysport ยังเป็นแบรนด์ที่ผ่านการรับรองจากทั้ง US FDA (อเมริกา) และ อย. ไทย มาอย่างยาวนาน ทำให้มั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานครับ

จุดเด่นของ Dysport: เทคนิค "ABO Active" และการกระจายตัวยาที่ไม่เหมือนใคร

จุดเด่น Dysport

หลายคนมักถามหมอว่า “Dysport ดีไหม?” หรือ “ต่างจากตัวอื่นยังไง?” คำตอบที่ชัดเจนที่สุดอยู่ที่ การกระจายตัวของยา (Spreadability)” ครับ

ด้วยเทคนิคการผลิตเฉพาะที่เรียกว่า ABO Active ทำให้โมเลกุลของ Dysport มีขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบามาก เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว ตัวยาจะไม่เกาะกลุ่มกันเป็นก้อนแข็งๆ อยู่ที่เดิม แต่จะสามารถกระจายตัวออกไปรอบๆ จุดที่ฉีดได้กว้างกว่าโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นๆ ครับ (ลองจินตนาการเหมือนหยดหมึกลงบนกระดาษทิชชู่ที่ซึมกระจายได้ไวและกว้างครับ)

ซึ่งคุณสมบัตินี้ส่งผลดีกับคนไข้มากๆ ใน 3 เรื่องครับ:

  1. เก็บงานกล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้เนียนกริบ: เช่น กราม หรือน่อง ที่เป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่และกว้าง การใช้ยาที่กระจายตัวดีจะช่วยให้ยาครอบคลุมทั่วถึงทั้งมัดกล้ามเนื้อ ผลลัพธ์ที่ได้คือกรามยุบลงแบบสมูท ไม่เป็นก้อน หรือน่องเรียวสวยทั้งขา ไม่ใช่บุ๋มแค่ตรงจุดที่จิ้มเข็มครับ
  2. ดูเป็นธรรมชาติ (Natural Look): เพราะการกระจายตัวที่นุ่มนวล ทำให้รอยต่อระหว่างจุดที่ฉีดกับจุดที่ไม่ฉีดดูเนียนตา ไม่เกิดขอบเขตที่ชัดจนดูแข็งทื่อ หน้าจึงดูละมุนกว่าครับ
  3. เห็นผลไว: อย่างที่เกริ่นไปครับ พอโมเลกุลเล็กและกระจายตัวดี มันเลยวิ่งเข้าจับกับปลายประสาทได้เร็ว ทำให้เราเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ไวกว่าปกติครับ


สรุปคือ ถ้าโจทย์ของคุณคือการลดขนาดพื้นที่ใหญ่ๆ หรือต้องการงานลิฟต์กรอบหน้าที่ดูธรรมชาติ ไม่แข็ง Dysport คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดครับ

เปรียบเทียบชัดๆ Dysport vs Allergan vs Xeomin vs Aestox เลือกตัวไหนดี

คำถามโลกแตกที่หมอเจอบ่อยที่สุดคือ “ฉีดตัวไหนดีที่สุด?” หมอต้องบอกตรงๆ ว่าไม่มีตัวไหนดีที่สุดในทุกเรื่องครับ แต่ละตัวมี “คาแรคเตอร์” ที่เหมาะกับปัญหาต่างกัน มาดูตารางเปรียบเทียบสเปคกันชัดๆ ครับ

สรุปการเลือกฉบับหมอล็อค:

  • เลือก Dysport เมื่อ: คุณมีปัญหากรามใหญ่มาก, ต้องการลดน่องปั้น, หรืออยากลิฟต์กรอบหน้าให้ดูเรียวเป็นธรรมชาติด้วยเทคนิค Dermolift เพราะยาจะกระจายครอบคลุมได้เนียนกริบ
  • เลือก Allergan เมื่อ: ต้องการความเป๊ะขั้นสุดสำหรับริ้วรอยเฉพาะจุด (เช่น รอบดวงตา) หรืออยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานที่สุด
  • เลือก Xeomin เมื่อ: เคยฉีดมาเยอะแล้วกลัวดื้อยา หรือชอบงานผิวที่ดูธรรมชาติมากๆ ไม่แข็งตึง
  • เลือก Aestox เมื่อ: ต้องการเริ่มฉีดครั้งแรก หรือมีงบประมาณจำกัด แต่อยากได้ของดีที่มีมาตรฐานครับ

Dysport เหมาะกับฉีดจุดไหน (ทำไมถึงนิยมฉีดกรามและน่อง)

อย่างที่หมอเล่าไปเรื่องการกระจายตัวยา (Spreadability) ครับ จุดเด่นนี้ทำให้ Dysport ไม่ได้เหมาะกับการฉีดทุกจุดบนใบหน้า แต่จะ “เทพมาก” ในบริเวณที่ต้องการการครอบคลุมพื้นที่กว้างๆ ครับ โดย 3 จุดที่หมอแนะนำว่าฉีด Dysport แล้วปังที่สุด มีดังนี้ครับ:

  1. ลดกราม (Masseter Reduction) นี่คือจุดขายอันดับ 1 เลยครับ! กล้ามเนื้อกรามของเราเป็นมัดใหญ่และมีความหนา การใช้ยาที่กระจายตัวดีอย่าง Dysport จะช่วยให้ตัวยาวิ่งเข้าจับกับกล้ามเนื้อได้ทั่วถึงทั้งมัด ผลลัพธ์คือกรามจะยุบลงได้เนียนและสมูทกว่า ไม่เกิดปัญหากรามยุบเป็นหย่อมๆ หรือเป็นก้อนครับ ที่สำคัญคือเห็นผลไว รู้สึกว่าหน้าเริ่มเล็กลงเร็วกว่าปกติด้วยครับ
  2. ลดน่องปั้น (Calf Reduction) ใครที่มีปัญหาน่องปัด น่องทุย หรือเป็นก้อนแข็งๆ เหมือนนักกีฬา หมอแนะนำตัวนี้ครับ เพราะกล้ามเนื้อน่องมีขนาดใหญ่มาก ถ้าใช้โบท็อกซ์ที่กระจายตัวแคบๆ อาจจะต้องจิ้มเข็มหลายจุดจนพรุน แต่ Dysport สามารถกระจายตัวครอบคลุมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้ดีเยี่ยม ทำให้น่องเรียวสวยเสมอกันทั้งขา ดูเป็นธรรมชาติครับ
  3. ลิฟต์กรอบหน้า (Dermolift / Nefertiti Lift) เทคนิคการฉีดลิฟต์กรอบหน้าแบบ Dermolift คือการฉีดชั้นตื้นเพื่อให้ผิวกระชับ ซึ่ง Dysport ตอบโจทย์มากครับ เพราะตัวยาจะกระจายตัวไปตามแนวกรอบหน้าได้ดี ทำให้ผิวดูตึงกระชับขึ้น หน้าดูเรียวคมชัด (V-Shape) โดยที่ไม่ทำให้แก้มตอบหรือหน้าดูแข็งจนยิ้มไม่ได้ครับ


สรุปง่ายๆ:
ถ้าเป็นงานกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (กราม/น่อง) หรือต้องการงานผิวที่ดูละมุน (ลิฟต์หน้า) Dysport คือตัวเลือกที่ “ใช่” ที่สุดครับ

ไขข้อข้องใจ: Dysport 300 Units vs โบท็อกซ์อื่น 100 Units ต่างกันยังไง

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเวลาเห็นโปรโมชั่น Dysport มักจะเป็นเลข 300 หรือ 500 Units ในขณะที่ยี่ห้ออื่นขายกันแค่ 50 หรือ 100 Units? “Dysport ให้ยาเยอะกว่าหรอ?” หรือ “Dysport เจือจางกว่า?”

คำตอบคือ หน่วยนับไม่เหมือนกัน” ครับ (เหมือนเราเทียบหน่วยเงินบาทกับเงินเยนครับ เลขเยอะกว่าไม่ได้แปลว่ารวยกว่าเสมอไป)

  • โบท็อกซ์ทั่วไป (Allergan/Aestox/Xeomin): จะใช้หน่วยมาตรฐานสากล
  • Dysport: จะใช้หน่วยเฉพาะที่เรียกว่า “Speywood Unit”


สูตรคำนวณง่ายๆ:

โดยเฉลี่ยแล้ว Dysport 2.5 – 3 Units = โบท็อกซ์ทั่วไป 1 Unit ครับ

ดังนั้น ถ้าหมอต้องการฉีดลดกรามให้ได้ผลลัพธ์เท่ากับโบท็อกซ์ทั่วไป 50 Units หมอจะต้องใช้ยา Dysport ประมาณ 125-150 Units นั่นเองครับ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Dysport ถึงต้องมาเป็นขวดใหญ่ไซส์ 300 หรือ 500 Units ก็เพื่อให้ได้ปริมาณยาที่ออกฤทธิ์ได้เทียบเท่ากับแบรนด์อื่นๆ ในตลาดนั่นเองครับ ดังนั้นไม่ต้องตกใจตัวเลขนะครับ หมอจะคำนวณโดสที่เหมาะสมกับกล้ามเนื้อของคนไข้ให้เองครับ

Dysport ราคาเท่าไหร่ (อัปเดตราคาโปรโมชั่น)

สำหรับใครที่สนใจอยากลองฉีด Dysport เพื่อลดกรามใหญ่ๆ หรือปั้นน่องให้เรียวสวย ที่ Dr.Lock Clinic หมอจัดราคาโปรโมชั่นสุดคุ้มมาให้แล้ว ในราคา Dysport 100 Units: 12,xxx บาท

(หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นราคาเริ่มต้น ปริมาณยาที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และขนาดกล้ามเนื้อครับ แนะนำให้ทักมาส่งรูปประเมินหน้าก่อนได้เลยครับ)

วิธีเช็ค Dysport ของแท้ (Checklist ล่าสุดจาก Galderma Thailand)

เรื่องความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับ 1 ครับ ก่อนฉีด Dysport ทุกครั้ง หมออยากให้ทุกคนขอเช็คกล่องและขวดให้ชัวร์ว่าเป็น ยาแท้แกะกล่อง” ไม่ใช่ยาหิ้วหรือยาปลอมครับ

สำหรับ Dysport (โบท็อกซ์อังกฤษ) ที่นำเข้าอย่างถูกต้องโดยบริษัท Galderma (Thailand) จะมีจุดสังเกตหลักๆ ดังนี้ครับ:

วิธีเช็ค Dysport ของแท้
  1. สติ๊กเกอร์โฮโลแกรม (Hologram): บนฝากล่องด้านบน ต้องมีสติ๊กเกอร์สีเงินสะท้อนแสง ปิดผนึกไว้อย่างดีครับ
  2. QR Code เช็คชัวร์: ด้านข้างกล่องจะมี QR Code ให้สแกนผ่านแอปพลิเคชัน EzTracker หรือไลน์ของบริษัทเพื่อตรวจสอบว่าเป็นยาแท้จากบริษัทโดยตรงครับ (ถ้าสแกนไม่ติด หรือขึ้นเตือน ให้ระวังไว้ก่อนเลยครับ)
  3. เลข Lot. ต้องตรงกัน 2 จุด:
    • เลข Lot. ที่ข้างกล่อง
    • เลข Lot. ที่ข้างขวด
    • ทั้ง 2 จุดนี้ต้องเป็น เลขเดียวกันเป๊ะ” ครับ
  4. เอกสารกำกับยาภาษาไทย: ภายในกล่องต้องมีเอกสารกำกับยาฉบับภาษาไทย และระบุชื่อผู้นำเข้าคือ บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้นครับ
  5. ลักษณะตัวยา: ภายในขวด Dysport จะมีลักษณะเป็น ผงยาสีขาว” (White Powder) อยู่ที่ก้นขวดนะครับ (ต่างจาก Allergan ที่จะดูว่างเปล่า) ซึ่งเป็นปกติของกระบวนการผลิตครับ


ที่ Dr.Lock Clinic
เราแกะกล่องใหม่ให้ดูต่อหน้า พร้อมสอนวิธีเช็คทุกขั้นตอนก่อนฉีด เพื่อความสบายใจสูงสุดของคนไข้ครับ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Dysport

ฉีด Dysport แล้วอยู่ได้กี่เดือน

โดยทั่วไป Dysport จะคงสภาพอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ครับ ซึ่งถือเป็นระยะเวลามาตรฐานของโบท็อกซ์เกรดพรีเมียม แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและการใช้งานกล้ามเนื้อของแต่ละคนด้วยครับ

Dysport เป็นโบท็อกซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูงและมีงานวิจัยรองรับความปลอดภัยยาวนานครับ หากฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและเว้นระยะเวลาการฉีดที่เหมาะสม (ไม่ถี่เกินไป) โอกาสดื้อยาถือว่าน้อยมากครับ

ได้แน่นอนครับ สามารถเปลี่ยนยี่ห้อได้เลยโดยไม่มีอันตรายครับ โดยเฉพาะคนที่เคยฉีดตัวอื่นแล้วรู้สึกว่า “กรามลงช้า” หรือ “น่องไม่ค่อยยุบ” หมอแนะนำให้ลองเปลี่ยนมาใช้ Dysport ดูครับ อาจจะเจอเนื้อคู่ที่ถูกกับจริตกล้ามเนื้อของเรามากกว่าครับ

ไม่ต่างกันครับ ความรู้สึกตอนฉีดจะคล้ายมดกัดนิดๆ เหมือนกันทุกยี่ห้อครับ แต่ที่คลินิกเรามีการแปะยาชาและประคบเย็นช่วยบรรเทาความเจ็บให้ ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่าชิลมากครับ

บทสรุป: Dysport คุ้มค่าแก่การลงทุนไหม

การฉีดโบท็อกซ์สำหรับหมอแล้ว มันไม่ใช่แค่การจ่ายเงินเพื่อลดกรามหรือลดริ้วรอยชั่วคราวครับ แต่มันคือ การลงทุนเพื่อบุคลิกภาพ” ที่จะอยู่ติดตัวเราไปในทุกวัน

สำหรับใครที่มีความกังวลเรื่อง ขนาด” ไม่ว่าจะเป็นกรามที่ใหญ่จนหน้าดูบาน หรือน่องที่เป็นลูกจนไม่กล้าใส่ขาสั้น Dysport คือตัวเลือกที่ คุ้มค่าและเห็นผลชัดเจนที่สุด” ครับ ด้วยประสิทธิภาพการกระจายตัวยาที่เหนือกว่า ทำให้สามารถจัดการกับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้อยู่มัด และเห็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทันใจ ตอบโจทย์คนที่ต้องการความมั่นใจแบบเร่งด่วนครับ

ยังลังเลอยู่ใช่ไหมครับ? หากคุณรู้สึกว่า Dysport อาจจะยังไม่ใช่ หรืออยากลองเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ เพิ่มเติม (เช่น Allergan, Xeomin หรือ Aestox) สามารถกลับไปอ่านข้อมูลภาพรวมของบริการ ฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ปรับรูปหน้า ยี่ห้ออื่นๆ ทั้งหมดได้ที่หน้านี้ครับ หรือหากสนใจหัตถการอื่นๆ เพื่อการดูแลตัวเองแบบองค์รวม สามารถดูรายละเอียดในหมวดหมู่ บริการด้านความงาม (Aesthetic Treatment) เพิ่มเติมได้เลยครับ

เหนือสิ่งอื่นใด ยาที่กระจายตัวดี ต้องอยู่ในมือแพทย์ที่แม่นยำ” ครับ เพราะ Dysport มีรัศมีการออกฤทธิ์ที่กว้าง หากฉีดผิดตำแหน่งอาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อมัดอื่นได้ ที่ Dr.Lock Aesthetic & Plastic Surgery Clinic หมอให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและศิลปะการฉีดแบบ Natural Lock วางตำแหน่งยาอย่างละเอียด เพื่อให้กรามลงสวยโดยที่ยังยิ้มได้เป็นธรรมชาติครับ

อยากรู้ว่ากรามของคุณต้องใช้ Dysport กี่ Units? ทักมาส่งรูปประเมินหน้ากับหมอได้ฟรี หรือนัดคิวเข้ามาคุยกันก่อนได้เลยที่ Line: @drlockclinic แล้วเจอกันที่คลินิกนะครับ