แนะนำวิธีรักษาหลุมสิว
ทั้งการใช้เลเซอร์และเติมเต็มหลุมสิวที่ Dr.Lock Clinic
Home » Aesthetic Treatment » รักษาสิว » รักษาหลุมสิว
ปัญหาแผลเป็นจากสิวที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้บนใบหน้า โดยเฉพาะปัญหา หลุมสิว ที่ทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ถือเป็นหนึ่งในความกังวลใจที่บั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคนอย่างมากครับ แม้ว่าสิวอักเสบจะยุบตัวลงไปแล้ว แต่การ รักษาหลุมสิว ให้รอยบุ๋มลึกกลับมาตื้นขึ้นนั้น ไม่สามารถฟื้นฟูได้ด้วยการทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียว การมองหาวิธี ลด หลุมสิว ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ตรงจุด จึงเป็นทางออกเดียวที่จะช่วยกู้คืนผิวหน้าให้กลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้ง
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้และกำลังค้นหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจว่าจะรักษาหลุมสิวที่ไหนดี หรือกำลังมองหาคลินิกทำเลเซอร์หลุมสิว ที่ไหนดี ที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน Dr.Lock Clinic พร้อมให้บริการดูแลปัญหารอยแผลเป็นจากสิวทุกระดับความลึกอย่างครบวงจรครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำ เลเซอร์หลุมสิว ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน หรือการใช้เทคนิคฉีดสารเติมเต็มเพื่อดันผิวให้ฟูขึ้น บทความนี้หมอจะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุ ประเภทของแผลเป็นจากสิว และแนวทางการฟื้นฟูผิวหน้าอย่างล้ำลึก เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องครับ
เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน
Toggleหลุมสิว คืออะไร และสาเหตุที่ทำให้หน้าไม่เรียบเนียน
หลายคนที่เคยเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้าง มักจะพบเจอกับปัญหารอยบุ๋มบนใบหน้าหลังจากที่สิวยุบตัวลงไปแล้ว ซึ่งในทางการแพทย์ หลุมสิว คือ รอยแผลเป็นชนิดหนึ่งที่ยุบตัวลงไปใต้ชั้นผิวหนัง (Atrophic Scars) เกิดจากกระบวนการอักเสบที่รุนแรงและกินพื้นที่ลึกลงไปจนทำลายเนื้อเยื่อและเส้นใยคอลลาเจนใต้ชั้นผิวครับ
โดยทั่วไป สาเหตุ หลุมสิว มักจะเกิดจากการปล่อยให้สิวอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี หรือเกิดจากพฤติกรรมการบีบ แคะ แกะ เกาสิวอย่างรุนแรง เมื่อผิวหนังเกิดบาดแผล ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมตัวเองด้วยการสร้างพังผืด (Fascia) ขึ้นมาดึงรั้งเนื้อเยื่อบริเวณนั้นเอาไว้ ประกอบกับการที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาทดแทนส่วนที่ถูกทำลายไปได้ไม่สมบูรณ์และไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นเกิดการยุบตัวลงไปจนกลายเป็นแอ่งลึกครับ
เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวลดลง ประกอบกับมีพังผืดมาดึงรั้ง จะทำให้เกิดปัญหา หน้าไม่เรียบเนียน หลุมสิว ปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้นอย่างชัดเจนเวลาที่ใบหน้ากระทบกับแสงเงา นอกจากนี้ ผู้ที่มีสภาพผิวมันและมีปัญหาสิวอุดตันร่วมด้วย มักจะพบกับปัญหา รูขุมขน หลุมสิว ที่ดูกว้างและลึกกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากโครงสร้างเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอลงนั่นเองครับ การทำความเข้าใจกลไกเหล่านี้จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะนำไปสู่การประเมินและฟื้นฟูผิวได้อย่างตรงจุดครับ
หลุมสิวมีกี่แบบ รู้จักประเภทของรอยแผลเป็นเพื่อการรักษาที่ตรงจุด
การประเมินลักษณะและความลึกของแผลเป็น คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนและเลือกใช้เครื่องมือในการดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดครับ ในทางการแพทย์เราสามารถแบ่งประเภทของรอยแผลเป็นจากสิวที่พบบ่อยออกเป็น 4 ลักษณะหลักๆ ดังนี้ครับ:
หลุมสิวประเภท Ice Pick Scar
เป็นรอยหลุมที่มีลักษณะปากแคบ (ขนาดมักจะเล็กกว่า 2 มิลลิเมตร) แต่มีความลึกมากเหมือนถูกเข็มหรือของแหลมจิกทะลุลงไปถึงชั้นหนังแท้หรือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง มักพบได้บ่อยบริเวณที่มีการอุดตันหรือมีสิวอักเสบซ้ำซาก เช่น หน้าแก้ม หรือรอย หลุมสิวที่จมูก เนื่องจากเป็นแผลที่มีความลึกมากที่สุด จึงถือเป็นประเภทที่ฟื้นฟูได้ยากและใช้เวลาในการดูแลนานที่สุด ต้องอาศัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกมากพอเพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อฟูขึ้นมาครับ
หลุมสิวประเภท Boxcar Scar
เป็นรอยหลุมที่มีลักษณะปากกว้าง ขอบแผลตั้งฉากและสามารถมองเห็นขอบเขตของรอยบุ๋มได้อย่างชัดเจน คล้ายกับรูปทรงของกล่องเหลี่ยมๆ มักเกิดจากการที่สิวอักเสบทำลายคอลลาเจนบนผิวชั้นนอกเป็นบริเวณกว้าง หลุมสิวประเภทนี้จะมีความลึกในระดับตื้นถึงปานกลาง ซึ่งสามารถตอบสนองต่อการใช้เลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจนหรือการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) เพื่อผลัดเซลล์ผิวและฟื้นฟูเนื้อเยื่อได้ค่อนข้างดีครับ
หลุมสิวประเภท Rolling Scar
เป็นรอยหลุมที่มีลักษณะปากกว้าง ขอบมน ไม่ชัดเจน ทำให้ผิวหน้าดูเป็นคลื่นๆ ไม่เรียบเนียน สาเหตุหลักเกิดจากการที่มีพังผืด (Fascia) ใต้ชั้นผิวหนังมาดึงรั้งเนื้อเยื่อด้านบนให้ยุบตัวลงไป สำหรับปัญหา หลุมสิว rolling scar รักษา ให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนนั้น การทำเลเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอครับ จำเป็นต้องใช้เทคนิคหรือเครื่องมือที่สามารถเข้าไปตัดทำลายพังผืดที่ดึงรั้งผิวอยู่ (Subcision) ร่วมกับการใช้สารเติมเต็มเพื่อดันให้ผิวกลับมาเรียบเนียนเสมอกันครับ
แผลเป็นนูนและคีลอยด์ (Hypertrophic Scar & Keloid)
นอกจากรอยที่ยุบตัวลงไปแล้ว แผลเป็นจากสิวอีกกลุ่มหนึ่งที่พบได้บ่อยคือรอยที่นูนขึ้นมาเหนือผิวปกติ เกิดจากการที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนออกมามากเกินความจำเป็นในกระบวนการซ่อมแซมบาดแผลสิว หากก้อนเนื้อนั้นจำกัดขอบเขตอยู่แค่ในบริเวณรอยสิวเดิมจะเรียกว่าแผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar) แต่หากก้อนเนื้อขยายลุกลามออกนอกขอบเขตแผลเดิมจะเรียกว่าคีลอยด์ (Keloid) ซึ่งแนวทางการดูแลแผลเป็นกลุ่มนี้จะแตกต่างจากรอยยุบตัว โดยมักจะเน้นไปที่การฉีดยาเพื่อลดการอักเสบและทำให้รอยนูนยุบตัวลงครับ
หลุมสิวรักษาให้หายเองได้ไหม
เมื่อเกิดรอยแผลเป็นที่ยุบตัวลงไปบนใบหน้าแล้ว สิ่งที่หลายคนมักจะตั้งข้อสงสัยเป็นอันดับแรกคือ หลุมสิว หายเองได้ไหม หรือเราสามารถปล่อยให้ หลุมสิว รักษาเองได้ไหม ด้วยการทาครีมบำรุงผิวเนื้อเข้มข้น ในทางการแพทย์แล้ว คำตอบคือ “ไม่สามารถหายเองได้ครับ” เพราะโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวชั้นหนังแท้ได้ถูกทำลายไปแล้วอย่างถาวร ประกอบกับมีพังผืดที่จับตัวแข็งมาดึงรั้งเนื้อเยื่อเอาไว้ การทาสกินแคร์จึงทำได้เพียงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวชั้นนอก แต่ไม่สามารถตัดพังผืดหรือดันให้เนื้อเยื่อที่ยุบตัวฟูขึ้นมาได้
ดังนั้น หากถามว่ารอยแผลเป็น หลุมสิว หายได้ไหม และมีปัญหา หลุมสิว แก้ยังไง คำตอบที่ถูกต้องและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดคือ การพึ่งพาเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ครับ สำหรับผู้ที่กำลังมองหา วิธีรักษาหลุมสิว และมีข้อกังวลใจว่าควรเลือก รักษาหลุมสิว วิธีไหนดีสุด ที่ Dr.Lock Clinic เราได้คัดสรร หัตถการ หลุมสิว ที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานระดับสากลมาไว้ให้บริการอย่างครบวงจร
เพื่อตอบโจทย์การดูแลและ รักษารอยสิว หลุมสิว ทุกประเภท แพทย์จะทำการประเมินระดับความลึกของแผลเป็นอย่างละเอียด ก่อนที่จะวางแผนและเลือกใช้นวัตกรรมที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลมากที่สุด โดยแบ่งกลุ่มเครื่องมือตามความลึกของปัญหาผิวครับ
แนะนำหัตถการรักษาหลุมสิวตื้นและปัญหาผิวรูขุมขนกว้าง
สำหรับผู้ที่มีปัญหาแผลเป็นชนิด Boxcar Scar ที่มีความลึกระดับตื้นถึงปานกลาง หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้างจากการสูญเสียคอลลาเจน แนวทางการ รักษาหลุมสิว ในกลุ่มนี้จะเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินชุดใหม่ขึ้นมาซ่อมแซมตัวเอง (Collagen Remodeling) ควบคู่กับการเติมอาหารผิวเพื่อเร่งการฟื้นฟูครับ โดยที่ Dr.Lock Clinic เรามีนวัตกรรมที่โดดเด่นดังนี้ครับ:
เครื่องมือ Matrixell (Microneedle RF) คลื่นวิทยุความถี่สูงผ่านเข็มฟื้นฟูผิว
หากพูดถึงการทำ Microneedling RF หลุมสิว หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยีการผลัดเซลล์ผิวด้วยคลื่นวิทยุ (Fractional RF) ที่ช่วยเรื่องรอยแผลเป็นได้ดี แต่ที่คลินิกของเรายังมีการต่อยอดด้วยเครื่อง Matrixell ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Microneedle RF โดยจะปล่อยพลังงานความร้อนผ่านหัวหน้าสัมผัสที่มีเข็มขนาดเล็กจำนวนมาก แทงทะลุผ่านผิวหนังชั้นบนลงไปถึงชั้นหนังแท้โดยตรง ความร้อนนี้จะเข้าไปช่วยสลายพังผืดขนาดเล็กที่ดึงรั้งแผลเป็นอยู่ พร้อมกับกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้อย่างล้ำลึกและแม่นยำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปรับสภาพผิวโดยรวมให้กลับมาตึงกระชับครับ
Hydro Deluxe เติมอาหารผิวเพื่อเซลล์ผิวที่ฟูและอิ่มน้ำ
นอกจากการใช้พลังงานความร้อนหรือแสงเพื่อกระตุ้นผิวแล้ว การเติมสารอาหารที่จำเป็นลงไปในชั้นผิวโดยตรงก็เป็นขั้นตอนที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษาได้ดีเยี่ยมครับ โปรแกรม Hydro Deluxe เป็นการฉีดบำรุงด้วยกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ชนิดพิเศษร่วมกับ CaHa และกรดอะมิโนที่จำเป็น ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นจากภายใน เมื่อสภาพผิวอิ่มน้ำและโครงสร้างแข็งแรงขึ้น จะช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนหลังจากการทำเลเซอร์หรือ RF ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ผิวดูฟูและหลุมสิวให้ตื้นขึ้นได้ไวกว่าเดิมครับ
แนะนำหัตถการรักษาหลุมสิวลึกและรอยแผลเป็นพังผืด
สำหรับปัญหาหลุมสิวที่รักษายากอย่างประเภท Ice Pick Scar หรือ Rolling Scar ที่เป็นมานานจนเกิดพังผืด (Fascia) หนาตัวและดึงรั้งผิวหนังด้านบนให้ยุบตัวลงไปอย่างรุนแรง การทำเลเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถส่งพลังงานลงไปจัดการกับต้นตอของปัญหาได้อย่างเต็มที่ครับ แนวทางการ รักษาหลุมสิว ในกลุ่มนี้ จึงจำเป็นต้องใช้เทคนิคทางการแพทย์ที่สามารถเข้าไปแก้ปัญหาใต้ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึกและตรงจุด โดยแพทย์มักจะแนะนำให้ทำหัตถการแบบผสมผสานดังนี้ครับ:
เทคนิค Subcision การเซาะและตัดพังผืดใต้หลุมสิว
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการจัดการกับหลุมสิวลึกครับ การทำ Subcision คือเทคนิคการใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษ (เช่น เข็ม Nokor หรือ Blunt Cannula) สอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเพื่อเซาะและตัดเส้นใยพังผืดที่จับตัวกันเป็นก้อนแข็งและดึงรั้งรอยแผลเป็นเอาไว้ เมื่อพังผืดเหล่านี้ถูกตัดขาดออกจากกัน ผิวหนังที่เคยถูกดึงให้ยุบตัวลงไปก็จะถูกปลดปล่อยและคลายตัว เด้งฟูตื้นขึ้นมาได้อีกครั้ง นอกจากนี้ กระบวนการเซาะผิวยังเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมแซมตัวเองบริเวณใต้แผลเป็น ซึ่งจะช่วยเร่งการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใหม่ให้มาเติมเต็มช่องว่างได้ดียิ่งขึ้นครับ
การเติมเต็มด้วย Restylane Vital Light (Scar HA)
หลังจากที่ทำการตัดพังผืดเพื่อปลดล็อคผิวเรียบร้อยแล้ว การปล่อยช่องว่างทิ้งไว้อาจทำให้พังผืดกลับมาสมานตัวและดึงรั้งผิวได้อีกครั้ง แพทย์จึงมักจะแนะนำให้ทำการฉีดสารเติมเต็ม Restylane Vital Light (โปรแกรม Scar HA) เพื่อเติมเต็มหลุมสิวและทำหน้าที่เป็นโครงสร้างค้ำยันไม่ให้พังผืดกลับมาเกาะตัวกันใหม่ครับ
ที่ Dr.Lock Clinic เราเลือกใช้ฟิลเลอร์แบรนด์ระดับโลกอย่าง Restylane Vital Light ซึ่งเป็นกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) โมเลกุลขนาดเล็กเนื้อละเอียด ที่ออกแบบมาเพื่องานฟื้นฟูผิวโดยเฉพาะ ตัวยาจะเข้าไปเติมเต็มร่องลึกของแผลเป็นให้ฟูตื้นขึ้นมาในทันทีหลังทำ หลายคนอาจเคยได้ยินหรือสับสนกับการ ฉีดคอลลาเจน หลุมสิว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การใช้ Hyaluronic Acid แบบฉีด นอกจากจะช่วยมอบความชุ่มชื้นและดันผิวให้เรียบเนียนได้ทันทีแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการไปกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายในระยะยาว ทำให้ผลลัพธ์การฟื้นฟูหลุมสิวลึกอยู่ได้ยาวนานและผิวดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติครับ
สรุปค่าใช้จ่าย โปรแกรมรักษาหลุมสิวราคาเท่าไหร่
การวางแผนงบประมาณเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่คนไข้ให้ความใส่ใจครับ ที่ Dr.Lock Clinic เรายึดมั่นในความโปร่งใสและแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเลือกโปรแกรม รักษาหลุมสิว ที่ตอบโจทย์ทั้งปัญหาผิวและงบประมาณของตนเองได้อย่างคุ้มค่าที่สุด โดยอัตราค่าบริการของหัตถการแต่ละประเภท มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ:
ราคา Matrixell (Microneedle RF) สลายพังผืดและกระชับรูขุมขน
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง หรือมีหลุมสิวระดับปานกลางที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างล้ำลึก
- ราคาทำรายครั้ง: 15,000 บาท / ครั้ง
- ราคาคอร์สสุดคุ้ม 2 ครั้ง: 25,000 บาท (เฉลี่ยเพียง 12,500 บาท/ครั้ง)
ราคาฉีดเติมเต็มหลุมสิวลึก Scar HA (Restylane Vital Light)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอยแผลเป็นลึก แผลเป็นชนิดปากแคบ (Ice Pick Scar) หรือมีพังผืดดึงรั้งรุนแรง ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
- ราคาทำรายครั้ง: 12,900 บาท / ครั้ง
(หมายเหตุ: เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แพทย์จะทำการประเมินสภาพผิวและความลึกของแผลเป็นอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง เพื่อแนะนำเครื่องมือ จำนวนครั้ง และเทคนิคที่เหมาะสมที่สุดสำหรับปัญหาผิวของแต่ละบุคคลครับ)
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาหลุมสิว
ก่อนตัดสินใจเข้ามาฟื้นฟูผิวหน้า หมอได้รวบรวมคำถามที่คนไข้หลายคนมักจะสงสัยและเป็นกังวลเกี่ยวกับการทำโปรแกรมนี้ มาตอบเพื่อปรับความเข้าใจและช่วยให้เตรียมตัวได้อย่างถูกต้องครับ:
รักษาหลุมสิว วิธีไหนดีสุด หรือ รักษาหลุมสิว แบบไหนดีสุด
ในทางการแพทย์ ไม่มีเครื่องมือหรือวิธีใดวิธีหนึ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนครับ เนื่องจากรอยแผลเป็นบนใบหน้าของแต่ละคนมักจะมีหลายประเภทและความลึกแตกต่างกันปะปนอยู่ วิธีที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดคือการให้แพทย์ประเมินสภาพผิวอย่างละเอียด และใช้เทคนิคการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Treatment) เช่น การใช้ เครื่องมือ Microneedle RF เพื่อจัดการรอยตื้น ควบคู่ไปกับการทำ Subcision และฉีด Scar HA เพื่อเติมเต็มรอยลึก การแก้ปัญหาแบบจัดเต็มทุกมิติจะช่วยให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
หัตถการฟื้นฟูผิวและเลเซอร์เจ็บหรือไม่ และต้องพักฟื้นกี่วัน
ก่อนทำหัตถการทุกครั้ง ทางคลินิกจะมีการทายาชามาตรฐานทิ้งไว้ประมาณ 45-60 นาที เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายและผ่อนคลายที่สุดขณะรับบริการครับ หลังทำอาจมีอาการผิวแดง บวมระเรื่อ หรือมีสะเก็ดบางๆ (ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องมือและพลังงานที่แพทย์ประเมิน) ซึ่งปฏิกิริยาเหล่านี้คือกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 3-7 วัน คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องเน้นทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอครับ
ต้องทำต่อเนื่องกี่ครั้งถึงจะเห็นผลว่ารอยแผลเป็นตื้นขึ้น
ผลลัพธ์และระยะเวลาขึ้นอยู่กับระดับความลึกของแผลเป็นและการตอบสนองของเซลล์ผิวแต่ละบุคคลครับ โดยทั่วไปคนไข้จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าผิวดูฟู กระชับ และเรียบเนียนขึ้นตั้งแต่ 1-2 ครั้งแรก สำหรับเคสที่มีหลุมลึกหรือรักษายาก แพทย์อาจแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 4-6 สัปดาห์ เพื่อเปิดโอกาสให้ร่างกายได้สร้างเส้นใยคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่อย่างเต็มที่ครับ
สรุปแนวทางการรักษาหลุมสิวอย่างปลอดภัยและเห็นผล
ปัญหารอยแผลเป็นที่ยุบตัวลงไปบนใบหน้านั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถปล่อยให้ฟื้นฟูหรือหายได้เองตามธรรมชาติครับ การตัดสินใจเข้ารับการ รักษาหลุมสิว ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อกู้คืนความมั่นใจและผิวหน้าที่เรียบเนียนกลับมาอีกครั้ง
ที่ Dr.Lock Clinic เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างละเอียดแบบ Case by Case เพราะเราเข้าใจดีว่าแผลเป็นของแต่ละคนมีความซับซ้อนแตกต่างกัน การเลือกใช้เครื่องมือที่แม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Matrixell (Microneedle RF) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในรอยตื้น ควบคู่ไปกับการทำ Subcision ตัดพังผืดและฉีดเติมเต็มด้วย Restylane Vital Light (โปรแกรม Scar HA) ในรอยลึก จะช่วยดึงศักยภาพของการฟื้นฟูผิวออกมาได้สูงสุด เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดครับ
สำหรับผู้ที่ยังมีความกังวลเรื่องปัญหาสิวอักเสบ สิวอุดตัน หรือรอยดำรอยแดงที่ยังรักษาไม่หายขาด และต้องการศึกษาข้อมูลการดูแลผิวแบบองค์รวม สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า เจาะลึกวิธีรักษาสิวทุกประเภท และฟื้นฟูผิวแบบครบวงจร หรือทักเข้ามาส่งรูปภาพเพื่อประเมินสภาพผิวเบื้องต้นกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของทางคลินิกได้เลยครับ